"ทีโอที"ร้องผู้ตรวจฯปมพ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจและพ.ร.บ.องค์กรคลื่นความถี่ฯ"ขัดผลประโยชน์
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินว่า นายพิราม เกษมวงศ์ ประธานกลุ่มผู้นำแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ บมจ.ทีโอที และคณะ ได้เดินทางยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ผ่านนายรักษเกชา แฉ่ฉาย โฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบและเสนอความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า การบังคับใช้มาตรา 25 พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ 2542 ที่กำหนดให้มีการแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจ โดยเปลี่ยนทุนของรัฐวิสาหกิจเป็นทุนของบริษัทและให้พนักงานรัฐวิสาหกิจเป็นพนักงานของบริษัท และมาตรา 84 วรรคสาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ 2553 ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการให้รัฐวิสาหกิจนำรายได้จากผลประกอบการในส่วนที่ได้รับจากการให้อนุญาตสัมปทานหรือสัญญาที่หักค่าใช้จ่าย
ทั้งในค่าสัมปทาน ค่าสนับสนุนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานอย่างทั่วถึง และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามการอนุญาตสัมปทานเหลือเท่าใดให้นำส่งกสทช. เพื่อให้เป็นรายได้ของแผ่นดินว่า ทั้ง 2 มาตราดังกล่าวเป็นคุณต่อ บมจ.ทีโอที และบริษัท กสท.โทรคมนาคม หรือไม่ เนื่องจากกลุ่มผู้นำแรงงานฯ เห็นว่า บมจ.ทีโอที อาจไม่สามารถนำส่งรายได้สัมปทานให้ กสทช.เพราะขณะนี้ได้ครบระยะเวลาที่บริษัทมือถือเอกชนที่เป็นคู่สัญญากับ บมจ.ทีโอที จะต้องถ่ายโอนทรัพย์สินในระบบ 2 จี ทั้งเสาส่งสัญญาณ อุปกรณ์โทรคมนาคม และลูกค้าพร้อมเลขหมาย คืนให้กับ บมจ.ทีโอทีตามสัญญา แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ อีกทั้งยังมีการแปลงเสาส่งสัญญาณระบบ 2 จี เป็น 3 จี เพื่อใช้ส่งสัญญาณให้กับผู้รับบริการตามที่ประมูลคลื่นได้
"อยากให้ผู้ตรวจฯดำเนินการในเรื่องนี้ก่อนวันที่ 20 ธ.ค.2556 เนื่องจากเป็นวันที่จะครบระยะเวลาที่ บมจ.ทีโอทีจะต้องนำรายได้ส่งให้กับกสทช. เพราะหากยังไม่มีความชัดเจนจะส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท. โทรคมนาคม ซึ่งก็จะส่งผลต่อสภาพการจ้างพนักงาน"นายพิราม กล่าว





