วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีไซน์จากจุกไม้ก๊อก

ไม้ก๊อก ไม่ใช่แค่ฝาเครื่องดื่มอีกต่อไป เมื่อดีไซเนอร์ไทยนำผ้าไม้ก๊อกมาต่อยอดสร้างเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Mazmoizelle

สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน

ไม้ก๊อก ไม่ใช่แค่ฝาเครื่องดื่มอีกต่อไป เมื่อดีไซเนอร์ไทยนำผ้าไม้ก๊อกมาต่อยอดสร้างเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Mazmoizelle
จุดเริ่มต้นของแบรนด์ เกิดจากความสนใจที่จะออกแบบผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยหลัง 'สุภาวดี คำแก้ว' เข้าทำงานในบริษัทผลิตของพรีเมี่ยมในฐานะดีไซเนอร์ แต่ใจลึก ๆ เธอก็ต้องการที่จะทำธุรกิจของตนเอง โดยเน้นที่ไอเดียการออกแบบของตนเอง

"ตอนนั้นคิดว่าจะออกแบบผลิตภัณฑ์มาขาย แต่ไม่ได้มองเรื่องเสื้อผ้าเลยเพราะไปเร็วมาเร็ว แต่ด้วยความที่ชอบออกแบบผลิตภัณฑ์ จึงมองหาและตกลงใจที่จะทำกระเป๋าขาย ที่สามารถใส่ดีไซน์ไปรวมกับแฟชั่นได้" นักออกแบบผลิตภัณฑ์กล่าว

:: เปิดแบรนด์ตอบโจทย์

สุภาวดีเริ่มจากการทำงานประจำ ควบคู่ไปกับสิ่งที่เธอรักคือ การออกแบบภายใต้แบรนด์ Mazmoizelle Mazmoizelle ที่ชื่อแบรนด์มาจากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้หญิงเป็นหลัก ในขณะเดียวกันก็มองเรื่องของการนำความประณีต ละเอียดลออในความเป็นผู้หญิงมาใช้ในการพัฒนาสินค้าภายใต้แบรนด์นี้

เธอเริ่มจากการดีไซน์กระเป๋าผ้า 3 แบบ เริ่มจากการออกแบบกระเป๋าให้เป็นสไตล์คลาสสิค ที่สามารถขายและใช้ได้ตลอด ไม่มีตกยุค การออกแบบจึงอาศัยแรงบันดาลใจใกล้ตัวเช่น กระเป๋าทรงถุงกระดาษ ถุงก๊อบแก๊บ และเปิดหน้าร้านที่ท่าพระจันทร์ แต่ในอีก 3-4 เดือนต่อมา ก็ต้องพบกับวิกฤตน้ำท่วม

แน่นอนว่า ความเครียดและกังวลเกิดขึ้น แต่เธอกลับพลิกให้เป็นแรงบันดาลใจ และเดินหน้าหาพื้นที่สำหรับสินค้าแบรนด์ของตัวเอง จนไปพบกับโครงการสยามวินเทจ บริเวณสยามสแควร์

เมื่อต้องเปลี่ยนร้าน สุภาวดีมองว่า ต้องเปลี่ยนวัสดุ กระเป๋าของ Mazmoizelle จึงขยับจากผ้ามาเป็นหนัง เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนเป็นวัยรุ่นที่มีกำลังซื้อ แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นทั้งสถานที่และวัสดุ เธอจึงตัดสินใจออกจากงานประจำมาทำธุรกิจอย่างจริงจังในปี 2554

"ด้วยความที่เราเป็นนักออกแบบและมีวัสดุในมือเยอะมาก ก็คิดที่จะประยุกต์ พัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุที่แตกต่าง โดยเริ่มจากกระดาษปะเก็น แต่เมื่อเห็นแบรนด์ดัง ๆ ระดับโลกเริ่มใช้วัสดุเดียวกัน ก็เริ่มคิดจะเปลี่ยน เพราะถึงจะขายผลิตภัณฑ์ได้ แต่ไม่มีความแตกต่าง จึงต้องหาวัสดุที่จะเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์"

จนกระทั่งสุภาวดีไปเจอไม้ก๊อก ที่มีคนนำไปประยุกต์เป็นส้นรองเท้า และพบว่า มีผ้าไม้ก๊อกอยู่ในตลาด จึงลองซื้อมาศึกษาข้อมูล ทั้งลองแช่น้ำ ลองขยำขยี้ จนพบว่า ผ้าไม้ก๊อกนี้มีความทนทาน กันน้ำ จึงนำเข้าโรงงาน เพื่อลองทำกระเป๋าทุกแบบที่แบรนด์ตนเองเคยทำขาย เพื่อนำมาเป็นต้นแบบ

เธอปรับแก้แพทเทิร์น ใส่ซับใน และเสริมในจุดต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อให้ผลิตภัณฑ์จากผ้าไม้ก๊อกมีความสวยงามและแข็งแรง แน่นอนว่า ต้นทุนเพิ่ม แต่มองเรื่องของคุณภาพและความทนทานมาก่อน ไม่อยากจะลดต้นทุนเพื่อขายราคาถูก แต่ใช้ได้ไม่นาน

:: เปิด (ตลาด) จุกไม้ก๊อก

เมื่อกระเป๋าจากผ้าไม้ก๊อกตัวแรกออกมาวางขาย สุภาวดีกล่าวว่า ปฏิกิริยาที่ได้คือ ทุกคนเกิดคำถามว่า คืออะไร โดนน้ำได้หรือไม่ ทนทานหรือเปล่า ก็ต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับผ้าไม้ก๊อกนี้

ไม้ก๊อก (Cork) คือ เปลือกต้นโอ๊คที่ตายแล้ว มาตัดและบดอัดในรูปทรงที่ต้องการ มีที่มาจากประเทศโปรตุเกส
แม้จะเคยมีแบรนด์ต่าง ๆ ในหลายประเทศทั่วโลกนำไม้ก๊อกไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ แต่สุภาวดีไม่หวั่น และเท่าที่สำรวจตลาด ยังไม่เคยมีคนทำแบบเดียวกับเธอมาก่อน ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเธอถือว่า มีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำแบบใคร

การทำตลาด สุภาวดียอมรับว่า ในช่วงแรกนั้นยากมาก เพราะเป็นวัสดุใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน การรับรู้ของคนมองไม้ก๊อกว่า ไม่ทน โดนน้ำไม่ได้ จึงต้องสร้างการรับรู้ใหม่ นอกจากการให้ข้อมูล ณ จุดขาย เธอเลือกใช้สื่อช่วย เนื่องจากกระเป๋าผ้าไม้ก๊อกมีความโดดเด่น หลายสื่อให้ความสนใจและส่งต่อข้อมูลไปยังผู้บริโภค เช่นเดียวกับโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ถือเป็นตัวช่วยที่ดี

ปัจจุบัน Mazmoizelle มีผลิตภัณฑ์จากผ้าไม้ก๊อกมากกว่า 60 แบบ ทั้งกระเป๋าสะพาย กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าใส่นามบัตร ปกพาสปอร์ต เคสมือถือ และอื่น ๆ ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักคือ วัยรุ่น และคนที่มีไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนใคร ชื่นชอบความแตกต่าง มีเอกลักษณ์ โดย 50% เป็นชาวไทย อีก 50% ที่เหลือเป็นชาวต่างชาติ

"จุดเด่นนอกจากการใช้ผ้าไม้ก๊อกที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเรามีผ้าไม้ก๊อก 2 แบบ คือ แบบดั้งเดิม และแบบที่ดีไซน์สีเพิ่มให้แบบและสีที่สดใส ดูทันสมัยขึ้น การออกแบบก็เป็นอีกหนึ่งความโดดเด่น ที่เรานำไอเดียมาจากไลฟท์สไตล์คน ดังนั้น กระเป๋าแต่ละแบบที่คิดออกมาจะมีขนาดที่เหมาะกับสิ่งของที่คนในบริบทปัจจุบันใช้ เช่น กระเป๋าที่สามารถใส่แทปเล็ต 7 นิ้ว 10 นิ้ว หรือโน้ตบุ๊ค 13 นิ้ว เป็นต้น”

"เรามองว่า คนในปัจจุบัน ไม่ได้มีกระเป๋าแค่ใบเดียว ดังนั้น กระเป๋าของ Mazmoizelle จะเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคที่ใส่ใจรายละเอียด และสนใจในตัววัสดุที่ใหม่และแตกต่าง"

กระเป๋า Mazmoizelle มีหน้าร้านที่สวนจตุจักร และช่องทางออนไลน์ โดยในปี 2555 สุภาวดีเผยว่า แบรนด์โต 4 เท่า จากการขยายร้านไปที่เอเชียทีค และการขยายช่องทางจำหน่ายไปที่ร้านลอฟท์

“เราเติบโตแบบก้าวกระโดด เนื่องจากสามารถดึงจุดเด่นของวัสดุออกมาเป็นจุดขาย งานออกแบบตอบโจทย์ลูกค้า และไม่มีหยุดนิ่ง เธอเดินหน้าออกอีเวนท์ต่าง ๆ เพื่อสื่อสารการตลาดออกไปว่า ผลิตภัณฑ์จากไม้ก๊อกมีอยู่และใช้งานได้จริง นำสินค้าไปให้ผู้บริโภคได้สัมผัสและทดสอบประสิทธิภาพ” เจ้าของแบรนด์เผย

และปี 2556 เธอคาดว่าจะโตได้อีก รวมถึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการ Talent Thai เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ นอกจากนี้ ยังมีแผนจะขยายช่องทางจำหน่ายไปยังต่างจังหวัด เน้นที่จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต และจังหวัดที่มีกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงการจับมือกับพันธมิตรออนไลน์เช่น ทรู ลาซาดา โดยพยายามขยายไปทุกช่องทางที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและสร้างภาพลักษณ์ที่ลูกค้าเชื่อมั่นในคุณภาพ

นอกจากนี้ สุภาวดีแย้มว่า Mazmoizelle จะมีการขยายไลน์สินค้า แต่จะยังคงเอกลักษณ์ของแบรนด์นั่นคือ ไม้ก๊อกไว้ โดยในช่วงปี 2556 นี้จะมีงานจิวเวลลีจากไม้ก๊อกออกมา และต่อไปก็จะเพิ่มในไลน์ของเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน
รวมถึงการขยายตลาด ที่นักออกแบบผลิตภัณฑ์มองว่า ตลาดยุโรปมีความน่าสนใจ เรามีลูกค้าปลีกอยู่แล้ว และมีดิสทริบิวเตอร์หลายรายติดต่อเข้ามา แต่ไม่อยากให้แบรนด์ขยายแบบแมส จึงอยากที่จะติดต่อกับร้านโดยตรง เพื่อควบคุมการผลิต การตลาด และภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้

“แน่นอนว่า เมื่อ Mazmoizelle เริ่มดัง ก็มีคนเลียนแบบ เนื่องจากวัสดุมีในท้องตลาดอยู่แล้ว ใครจะซื้อก็ได้ แต่สิ่งที่เราได้เปรียบคือ การเป็นนักออกแบบที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอด ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความสดใหม่ และแตกต่าง มีฐานลุกค้าอยู่ในมือ และมีการตอกย้ำแบรนด์ จึงไม่กลัว และไม่คิดที่จะลดต้นทุนเพื่อลดราคาไปแข่ง ยังคงเน้นคุณภาพ ทำตัวเองให้ดีที่สุด พัฒนาเพื่อก้าวนำไปก่อนคนอื่น” สุภาวดีกล่าว

ปัจจุบัน ถึงจุดที่คนจำนวนมากรู้จักไม้ก๊อกและแบรนด์ Mazmoizelle แล้ว ถือเป็นก้าวแรกของความสำเร็จ และอยากที่จะพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ยังคงต้องปรับ เพิ่มในเรื่องของการบริหารต้นทุน พัฒนาสินค้าให้มีหลากหลายทั้งรูปแบบและราคาเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม