เครือข่ายผู้บริโภควอน กสทช.หาทางออกสัญญาสัมปทานคลื่น 1800 ทรูมูฟ-ดีพีซี ก่อนหมดเวลา ย้ำกฎหมายเปิดช่องมีอำนาจจัดการได้
หวังวางแนวทางแบบไร้รอยต่อ เปิดทางอุตสาหกรรมโทรคมแข่งขันเสรี
นายแก้วสรร อติโพธิ อนุกรรมการเตรียมการเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และหัวหน้าคณะทำงานการมีส่วนร่วมและสร้างความเข้าใจแนวทางการอนุญาตให้ใช้คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ กล่าวว่า ทางกฎหมายชัดเจนว่าอำนาจการบริหารจัดการคลื่นความถี่เป็นของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ดังนั้นที่ บมจ.กสท โทรคมนาคมขอใช้คลื่นต่อจึงเป็นไปไม่ได้ แต่ขณะนี้ยังพยายามนำเรื่องดังกล่าวเข้าคณะรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อคานอำนาจกัน เป็นการหวงอำนาจของนักการเมืองและรัฐวิสาหกิจ ไม่ปล่อยคลื่นให้แข่งขันเสรี แต่ท้ายที่สุด ใครไปแตะต้องคลื่นถือว่าผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ เขาต้องการให้ใช้กลไกตลาดเป็นตัวตัดสิน ต้องการเห็นการเปลี่ยนผ่านที่ไร้รอยต่อ กสท ไม่ควรเป็นเหลือบขี่หลังนายทุนอีกที
นอกจากนี้ เชื่อว่าแม้สัญญาสัมปทานระหว่างกสท กับบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี) หมดไป ต้องมีลูกค้าค้างอยู่ในระบบแน่นอน เหตุใดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และกสทช. ไม่หารือกัน ประเด็นสำคัญต้องไม่ลืมว่าผู้ให้บริการทิ้งผู้บริโภคไม่ได้ ท้ายสัญญามีระบุชัดเจนว่าห้ามยกเลิกการให้บริการโดยพลการ ฉะนั้นต้องมีแผนชัดเจนและต้องรับผิดชอบ
นางสาวสารี อ๋องสมหวัง ประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงาน กสทช. กล่าวว่า ขอให้มีประมูลเกิดขึ้น จะเป็นใครก็ได้ที่ได้รับไลเซ่นไป กสทช.ในฐานะผู้มีสิทธิบริหารจัดการคลื่นความถี่ สามารถจัดการ วางมาตรการโอนย้ายเครือข่ายก่อนหมดอายุได้เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดกับผู้บริโภค
แต่ที่ผ่านมาแนวทางยังไม่ชัดเจน แถมทางออกก็ใช้ผู้บริโภคเป็นตัวประกันโดยออกประกาศยืดเวลาให้ผู้บริการทุกรายเท่ากัน ซึ่งเครือข่ายกำลังหารือเพื่อร่วมเสนอแนวทางที่เหมาะสม และเตรียมทำหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี
นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ กล่าวในฐานะคณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมสำหรับการบริหารคลื่นความถี่วิทยุคมนาคม ระบบเซลลูลาร์ ดิจิทัล 1800 ว่า มี 3 ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญคือ การโอนคลื่น การบริหารโครงข่าย และการเยียวยาลูกข่าย
ทั้งนี้ ประเด็นแรกควรจัดการประมูลโดยเร็วที่สุด แต่จากที่คณะอนุฯ เคยเสนอแนวทางไป ณ บัดนี้ยังไม่จัดตั้งอนุกรรมการประมูลคลื่น1800 หรือการประเมินราคาค่าไลเซ่นเลย สำหรับโครงข่าย กสท สามารถให้ผู้ประมูลเช่าใช้ได้ ส่วนการเยียวยาลูกค้าต้องแจ้งให้ผู้บริโภครับทราบและไม่รับลูกค้าใหม่
“ความล่าช้าของ กสทช. ทำให้เวลาล่วงเลยไปกระทั่งไม่อาจจัดประมูลได้ทันแล้ว ทั้งใช้ผู้บริโภค 17 ล้านรายมาเป็นตัวประกัน โดยแนวทางที่ออกมาเพื่อเยียวยาเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ต่อภาคเอกชนผู้ให้บริการ”
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า ตอบในฐานะกสทช.จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนโดยมีแผนแม่บทเสียก่อน แต่ที่เขาพยายามผลักดันแผนแม่บทของสำนักงาน เช่น เรื่องรับมือสัมปทานที่หมดอายุ หรือการจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุดด้านดูแลผู้บริโภคและจัดประมูล ไม่ได้รับการตอบสนองเลย
"ประเมินบทบาทที่ผ่านมา และจากนี้ไปคงต้องพิจารณาว่าถ้าอีก 2 ปี ทำคลื่น 900 ไม่ทัน กสทช. สมควรถูกถอดถอนหรือไม่"





