ทัวร์โรงงาน "ทัฟบุ๊ค" โน้ตบุ๊คพันธุ์อึด เมด อิน เจแปน
กระแสตกต่ำทั่วโลกของตลาดไอที โน้ตบุ๊คยังมีอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผลิตภัณฑ์ไอทีแทบไม่มี "อะไร" ใหม่ ทั้งเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ ซึ่งโดนสมาร์ทโฟน และแทบเล็ตแย่งชิงพื้นที่ส่วนแบ่งตลาดไปอย่างน่าใจหาย แต่ผู้ผลิตโน้ตบุ๊คพันธุ์อึด เมด อิน เจแปน อย่างพานาโซนิค ทัฟบุ๊ค ยังมั่นใจไม่ซบเหมือนตลาดทั่วไป ด้วยจุดแข็งที่โดดเด่นกว่าใครๆ ก็คือความแข็งแรง ทนทานของผลิตภัณฑ์ เป็นที่ยอมรับของตลาดโลก
พานาโซนิค นำผู้สื่อข่าวประเทศอาเซียน รวมถึงอินเดีย เยี่ยมชมโรงงานผลิต"ทัฟบุ๊ค" ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ต้นเดือน ก.ค. 2556 เพื่อพิสูจน์กระบวนการผลิตและขั้นตอนการทดสอบผลิตภัณฑ์ที่ละเอียด พิถีพิถัน จนกระทั่งได้เป็นโน้ตบุ๊คซึ่งเป็นที่เชื่อถือเรื่องความแกร่ง และทน ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ยุคปัจจุบันที่ต้องการอุปกรณ์เคลื่อนที่
จากรายงานของไอดีซี ระบุว่า ปี 2558 ทั่วโลกจะมีผู้ใช้พีซีเคลื่อนที่ 1.3 พันล้านเครื่อง เติบโตจากปี 2555 ขึ้น 37.2% ในเอเชียแปซิฟิกมีผู้ใช้งานเคลื่อนที่ 39% ส่วนไทยยอดการเติบโตของการใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายมีกว่า 120% ตลอดจนประเทศอื่นๆ ก็มีอัตราการเพิ่มขึ้นของโมบาย บรอดแบนด์
ยอดขายที่1ตลาดทนทาน
นายฮิเดะ ฮาราดะ ผู้อำนวยการ ที่ปรึกษาอาวุโสหน่วยธุรกิจระบบเครื่องปลายทาง แผนกธุรกิจผลิตภัณฑ์พีซี เอวีซี เน็ตเวิร์คส์ คัมปานี บริษัทพานาโซนิค คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ธุรกิจของพานาโซนิคมีผลประกอบการปี 2555 ทั่วโลก 85,918 ล้านดอลลาร์ ผลกำไรจากการดำเนินการ 1,893 ล้านดอลลาร์ กิจการของเอวีซี เน็ตเวิร์คส์ ที่เป็นต้นสังกัดของทัฟบุ๊คทำรายได้ 14.6% ของทั้งหมด
โรงงานผลิตทัฟบุ๊ค ตั้งอยู่ 2 แห่ง ที่เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น และไต้หวัน ซึ่งผลิตสินค้าโดยยึดหลัก 7 ประการ คือ มองเห็นได้ชัด แม้อยู่กลางแจ้ง น้ำหนักเบา อายุแบตเตอรี่ยาวนาน ทนทาน ความปลอดภัยสูง เชื่อมต่อสัญญาณไร้สายได้หลากหลาย และรองรับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงระดับติดลบ 70 ถึงบวก 150 องศาเซลเซียส
"โน้ตบุ๊คที่ทนด้วย เบาด้วย มีอยู่แบรนด์เดียว คือทัฟบุ๊ค หรือชื่อแบรนด์ที่ใช้เฉพาะในญี่ปุ่นคือ เล็ต'ส โน้ต (Let's Note) ซึ่งไม่มีแผนจะเปลี่ยนชื่อนี้ เพราะตลาดให้การยอมรับ และเชื่อถือในชื่อเสียงมายาวนาน แต่ไม่นำชื่อที่ใช้ในญี่ปุ่นไปทำตลาดต่างประเทศ เนื่องจากจะยากต่อการทำความเข้าใจ"
ที่ผ่านมา ทัฟบุ๊คมีส่วนแบ่งตลาดทั่วโลกของพีซีเคลื่อนที่ชนิดทนทาน 60% หรือมียอดขายเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องกัน 11 ปี เฉพาะในญี่ปุ่นขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาดโน้ตบุ๊ค 9 ปีติดต่อกัน และวางแผนจะทำให้แทบเล็ตของทัฟบุ๊ค หรือทัฟแพดขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาดที่ต้องการเครื่องทนทานในไตรมาสที่ 4 ปี 2556
กลุ่มลูกค้ามีทั้งไซต์งานก่อสร้าง โกดังสินค้า โรงพยาบาล โรงงาน ร้านอาหาร สำนักงาน บริการทางเทคนิค เป็นต้น
วิจัยร่วมผู้ผลิตชิ้นส่วน
ทั้งนี้ การจะขึ้นเป็นที่ 1 ของทัฟแพด บริษัทมีแผนขยายตลาดสู่ธุรกิจใหม่ เช่น โลจิสติกส์ ค้าปลีกเพื่อนำเครื่องไปควบคุมโกดังสินค้า ตลอดจนตลาดการศึกษา โรงงานผลิตต่างๆ โดยยังคงจุดเด่นทั้ง 7 ประการ และการมีระบบภายในที่ผลิตเอง และซ่อมเองได้ ทุกชิ้นส่วนที่ผลิตเกิดจากการออกแบบเฉพาะของบริษัทโดยการร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนนั้นๆ และการควบคุมคุณภาพการตรวจสอบคุณสมบัติทุกขั้นตอนจากโรงงาน
ความคงทนของผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับตกจากที่สูง 76 - 120 เซนติเมตร ผลิตภัณฑ์ของทัฟโน้ตมี 3 ระดับ คือ ทนทานเต็มรูปแบบ กึ่งทนทาน และเพื่อธุรกิจ ซึ่งระดับที่ประกันการตกจากที่สูงแล้วไม่พังคือ 120 - 90 - 76 เซนติเมตรตามลำดับ
"ที่ทนเพราะมีโครงสร้างฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟที่ยืดหยุ่น จากการว่าจ้างผลิตแบบโอดีเอ็ม (Original Design Manufactuere) ที่พัฒนาเทคโนโลยี การออกแบบ ควบคุมการผลิตไปด้วยกันกับผู้รับจ้าง คือซัมซุงที่พัฒนาแบตเตอรี่ร่วมกันด้วย มีซูเปอร์ชีทกันกระแทก เป็นเทคโนโลยีของบริษัทเอง ทนน้ำ จากที่มีเฟล็กซิเบิล โฟม แพ็คกิ้งรอบเครื่องกันน้ำเข้า กันฝุ่น น้ำหนักเบา แม้สร้างจากแม็กนิเซียม แต่เจาะรูทุกแห่งที่ทำได้จึงช่วยลดน้ำหนัก"
พร้อมกันนี้ ยังวิจัยร่วมกับอินเทล ทำแผงวงจร (เซอร์กิต ไดอะแกรม) เพื่อให้มีอายุนาน มีระบบแบล็คไลท์ส่องสว่างรองรับการใช้งานนอกอาคาร การต่อเชื่อมระบบไร้สายจะลดสัญญาณรบกวน
เน้นตลาดเฉพาะด้าน
ส่วนการทำตลาดไทย และอาเซียนนั้น นายฮิเดะ ระบุว่า ไทยเป็นตลาดสำคัญ มีศักยภาพการเติบโตสูง จึงมีแผนลงทุนด้านบุคลากรดูแลตลาด โดยเฉพาะตลาดรถยนต์ ซ่อมบำรุง และมีแผนสนับสนุนด้านสังคมในประเทศไทยด้วย
"โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งของไทย จะซัพพอร์ตทัฟบุ๊ค แต่จะไม่เน้นทำตลาดคอนซูเมอร์ หรือบี2ซี เพราะตลาดไทย และอาเซียนมีผู้ทำตลาดบี2ซี จำนวนมาก ทั้งที่จำหน่ายสมาร์ทโฟน โน้ตบุ๊ค แทบเล็ต ซึ่งต้องลดราคา และทำตลาดจำนวนมาก แต่ต้องการทำให้ลูกค้าได้ประโยชน์มากที่สุด โลว์ไพร้ซ โปรดักส์ บางครั้งจะทำให้คุณภาพสูญเสียไป"
ฉะนั้น การทำตลาดไทย และอาเซียน จะเสนอผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากคอนซูเมอร์ พีซีทั่วไป โดยรักษาความคงทน ทนน้ำ แรงสั่นสะเทือน อยู่ในสภาพแวดล้อมยากลำบากโดยไม่หยุดทำงานที่จะทำให้ลูกค้าเสียประโยชน์ ลูกค้าก็มีธุรกิจสำคัญที่หยุดการทำงานไม่ได้
ส่วนการวิจัยและพัฒนา จะพยายามรักษาสมดุล จากปกติซีพียูความสามารถสูงมักกินพลังงาน ซึ่งต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ใช้แบตเตอรี่อายุยาวนาน และคุณภาพสูงไปพร้อมกัน สินค้าจึงเป็น "พรีเมี่ยม พีซี" ที่มีดีไซน์เฉพาะเทียบกับคอนซูเมอร์ พีซีไม่ได้
"ขอให้ผู้ซื้อนึกถึงต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) ที่ต้องจ่าย เพราะถ้าใช้งานไปแล้วคอมพิวเตอร์เสียก็ต้องส่งซ่อม และติดตั้งซอฟต์แวร์ใหม่ ระหว่างซ่อม งานต้องหยุด แต่ถ้าเป็นงานสำคัญ หยุดไม่ได้จะสร้างความสูญเสียมากกว่าลงทุนซื้อเครื่องทนทานครั้งแรก"
บริษัทมีแผนแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายเพิ่ม และมีทีมงานท้องถิ่นของตัวเอง หากยังไม่มีแผนตั้งสำนักงาน แต่จะมีโฮม ออฟฟิศ ที่มีบุคลากรออกไปติดต่อลูกค้าได้โดยตรง ซึ่งในประเทศไทยมีโรงงานญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก เป็นเป้าหมายลูกค้าของบริษัทที่ก่อตั้งมา 95 ปีแห่งนี้
เล็งเปิดตัวแทบเล็ตใหม่
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มทางเลือกแก่ลูกค้า โดยเดือน ส.ค. หรือ ก.ย. นี้ จะส่งแทบเล็ตคงทนรุ่นใหม่ ชื่อทัฟแพด ขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว รุ่นเจที-บี1 สู่ตลาด และจะขยายโปรดักต์ไลน์สินค้ามากขึ้น จากที่มีอยู่ปัจจุบันเป็นโน้ตบุ๊ค รุ่นพับได้ 360 องศา รุ่นฝาปิดเปิด รุ่นที่ใช้มือถือ และแทบเล็ต รวม 11 รุ่น
ปี 2558 ตั้งเป้าส่วนแบ่งจะมาจากตลาดอาเซียน รวมไทยมากกว่า 5% และปีบัญชี 2557 สิ้นสุดเดือน มี.ค. 2558 จะมียอดขายรวมทั่วโลก 1 ล้านเครื่อง





