วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อินเทลชู 'เอเชีย' ฐานผลิตชิพป้อนตลาดโลก

ยักษ์ชิพอินเทล เปิดแผนปักธงเอเชีย วางมาเลย์ - เวียดนามฐานผลิตใหญ่ป้อนทั่วโลก ประเมินพีซียังมีช่องว่าง โมบายโอกาสโตแรง

นายโรบิน มาร์ติน รองประธาน กลุ่มเทคโนโลยีและการผลิต อินเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า บริษัทมีแผนลงทุนในภูมิภาคเอเชียต่อเนื่อง โดยวางไว้เป็นฐานการผลิตที่สำคัญรองรับตลาดทั่วโลก ปัจจุบันชิพที่ผลิตและทดสอบในเอเชียมีสัดส่วนกว่า 80%

ประเทศหลักคือมาเลเซียสำหรับออกแบบ ทดสอบ และผลิตชิพบนโมบาย อะตอม ซีพียูอื่นๆ กระทั่งเซิร์ฟเวอร์ ใช้งบลงทุนรวมแล้วกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ ที่อื่นๆ มีจีน 2 แห่ง และเวียดนามซึ่งมีแผนลงทุนต่อเนื่องรองรับการผลิตจำนวนมากๆ

เขากล่าวว่า อุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ดังนั้นการจะอยู่รอดและทำธุรกิจให้สำเร็จต้องให้ความสำคัญกับนวัตกรรม รวมถึงร่วมมือเป็นพันธมิตรกับคู่ค้าเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต ซึ่งความร่วมมือเป็นพันธมิตรกับองค์กรภาครัฐในประเทศที่เข้าไปทำตลาดคือหนึ่งในกุญแจที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

พร้อมระบุว่า ผู้บริหารระดับสูงของอินเทลวางแนวทางไว้ชัดเจนว่า จะทำอะไรกับยุค "นิว คอมพิวติ้ง" ทั้งเชื่อด้วยว่านวัตกรรมคือตัวแปรที่ต้องนำไปใช้กับทุกกลุ่มสินค้า และเห็นความสำคัญของพันธมิตรทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกอุตสาหกรรม

นายปรากัส มอลล์ยา ผู้จัดการประจำประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย อินเทล กล่าวเสริมว่า งานที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุดคือสำรวจว่าตลาดต้องการอะไร อินเทลต้องทำอย่างไร ด้านโอกาสเห็นว่าตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีแนวโน้มขยายตัวได้สูงที่สุด ประเมินจากการเติบโตที่สูงมากทั้งการใช้พีซีและโมบาย

ปัจจุบัน อาเซียนมีประชากรอินเทอร์เน็ตกว่า 150 ล้านคน จากจำนวนดังกล่าวมีผู้ใช้วีดิโอออนไลน์ 60% ผู้ใช้เฟซบุ๊คมากกว่า 87 ล้านคน ทวิตเตอร์ 14 ล้านคน ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโมบายกว่า 80 ล้านคน ในภาพรวมจากประชากรทั้งภูมิภาคที่มีประมาณ 532 ล้านคน มีผู้อายุน้อยกว่า 34 ปีมากถึง 55%

แม้สมาร์ทโฟนและแทบเล็ตจะโตสูงมาก แต่จากนี้การใช้งานแบ่งแยกชัดเจนไม่ได้ ผลิตภัณฑ์ที่ทำตลาดต้องมีลักษณะทูอินวัน คอมพิวติ้ง เหมาะกับทั้งใช้ทำงานและบันเทิง ต่อไปการแข่งขันด้วยสงครามราคาไม่อาจเป็นตัวชี้วัดที่ดีที่สุด ผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคของอินเทลระบุว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการใช้สินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่จับต้องได้มากกว่า

นอกจากนี้ กระแสที่มาแรงคือระบบสัมผัส คาดว่าจะได้เห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดตั้งแต่ปี 2555 - 2560 ฉะนั้นองค์ประกอบภายในต้องตอบโจทย์ทั้งการสัมผัส เสียง และกราฟฟิก มีขนาดบางลง โดยเฉพาะใช้พลังงานต่ำลงตามลำดับ

นายมอลล์ยาเผยว่า อินเทลยังให้ความสำคัญสินค้าทุกกลุ่มทั้งพีซีและโมบาย จากนี้จะพยายามเปิดตลาดให้เร็วขึ้น เชื่อว่าโอกาสของพีซียังมีอยู่โดยเฉพาะภาคการศึกษา โดยแนวทางการตลาดแต่ละประเทศจะมีแคมเปญพิเศษกระตุ้นกำลังซื้อ เชื่อว่าทุกกลุ่มสินค้าเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักได้ทุกปี

ปัจจัยที่มีผลผลักดันธุรกิจคือ การประมวลผลระดับสูง (เอชพีซี) ที่เติบโตปีละ 2 เท่า การใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาล (บิ๊กดาต้า) รวมถึงผลสำรวจที่ระบุว่าปี 2559 จะมีดีไวซ์กว่า 19,000 ล้านเครื่องทั่วโลกที่เชื่อมต่อถึงกัน และตลาดบริการคลาวด์จะมีมูลค่าถึง 2 แสนล้านดอลลาร์