"เบสต้า" เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำ ในฐานะมืออาชีพ ผู้ชุบชีวิตไม้ด้วยสีสันและความเงางามในระดับไฮกลอสกว่า 30 ปี
"เบสต้า" เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชั้นนำ ในฐานะมืออาชีพ ผู้ชุบชีวิตไม้ด้วยสีสันและความเงางามในระดับไฮกลอส มานานกว่า 30 ปี วันนี้ "เบสต้า" ตัดสินใจต่อยอดการลงทุน ผลิตสินค้าสำเร็จรูป ปฏิวัติวงการออกแบบ“ปริญญา สุธนฐาน” ผู้จัดการทั่วไปบริษัท เบสต้า จำกัด ทายาทธุรกิจมองเห็นโอกาสทางการตลาด หลังสะสมประสบการณ์อยู่ในธุรกิจบริการรับจ้างพ่นเคลือบสีเฟอร์นิเจอร์มาตั้งแต่ปี 2526 บอกว่า จุดอ่อนของงานบริการ คือไม่สามารถขยายออกไปอย่างที่ตั้งใจ ตราบใดที่ยังไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง การขยายโรงงานยังเป็นอุปสรรคต่อการควบคุมคุณภาพสินค้า นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้บริษัทตัดสินใจ เปลี่ยนแนวทางการทำธุรกิจมาอยู่ในภาคการผลิต เริ่มต้นจากงานฝีมือเบสต้าอยู่ในธุรกิจผลิตสีสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์มาตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีเครื่องจักรช่วยในกระบวนการพ่นเคลือบสี มีเพียงไม้พายที่ใช้กวนให้สีเข้ากัน จากแบรนด์พายคู่ มาจนถึงยุคของเบสต้า ที่เริ่มขยับรับงานพ่นสีเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง หรือ งานไฮกลอส จากผู้ผลิตชุดครัวและงานตกแต่งภายใน จนกลายมาเป็นงานหลัก ที่ทำให้คนนึกถึงเบสต้ามากว่าการขายสีเช่นที่ผ่านมา ประสบการณ์กว่า 30 ปี ในงานสี ความใส่ใจในรายละเอียดและเทคนิคพ่นเคลือบที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ลูกค้าเลือกส่งงานไม้มาพ่นสีที่โรงงาน แทนที่จะทำเองทั้งหมดปริญญาบอกว่า ขั้นตอนการผลิตส่วนใหญ่ในโรงงานยังคงใช้แรงงานคน อาศัยงานฝีมือเป็นหลัก กำลังการผลิตยังจำกัดอยู่ราว 3,000 หน่วยต่อเดือน เนื่องจากเครื่องจักรไม่สามารถทดแทนแรงงานคนได้ทั้งหมด“ความต้องการใช้ไม้มาผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์มีมากขึ้น ซึ่งหลังจากผ่านกระบวนการพ่นเคลือบสี สามารถเปลี่ยนไม้ให้มีความเงางาม ทนทานต่อความชื้น น้ำ และสารเคมี กลายเป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมใช้เป็นส่วนประกอบของชุดครัวรองรับตลาดบน” ปริญญากล่าวอย่างไรก็ตาม ปัญหาของการผลิตอยู่ที่ไม่สามารถควบคุมคุณภาพของไม้ได้อย่างที่ตั้งใจ ทำให้ เบสต้า ตัดสินใจปฏิวัติวงการสินค้าไฮกลอส ด้วยการผลิตหน้าบานสำเร็จรูป สร้างแบรนด์ รองรับตลาดส่งออกเทรนด์เปลี่ยนมุมมองความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์ไฮกลอส คือทนรอยขีดข่วน และสารเคมี แต่ที่สำคัญคือความสวยงาม หรูหรา ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือดีไซน์ ทำให้วัสดุไฮกลอสสีขาว ยังคงครองใจผู้บริโภคในตลาดมากถึง 80% รองลงมาคือสีดำปริญญาบอกว่า เทรนด์ของคนในยุคปัจจุบันกล้าที่จะเปลี่ยน โดยมองหาวัสดุที่มีคุณภาพสูง มีลักษณะเลียนแบบธรรมชาติมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตต้องพัฒนาสินค้าอยู่ตลอดเวลา “ผู้บริโภคฉลาดขึ้น ถ้าคิดจะสร้างบ้านสักหลังหนึ่งให้ฝากชีวิตไว้กับผู้รับเหมาคงไม่ได้ อีกทั้งข้อมูลรายละเอียดหาได้ไม่ยาก จึงกลายเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งที่ผู้ผลิตต้องพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง” เขากล่าว และบอกว่า สินค้าที่ เบสต้ามองไว้ คือการผลิตชิ้นหน้าบานสำเร็จรูปไฮกลอส ที่มีขนาดแตกต่างกัน เพื่อให้ง่ายกับการที่ดีไซเนอร์จะนำไปใช้ตกแต่ง ชุดครัว ดิสเพลย์หน้าร้าน ซึ่งคุณภาพไม้และสี อยู่ภายใต้ควบคุม 100%“เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนวิธีการขาย เพราะในประเทศไทยขณะนี้ยังไม่มีผู้ผลิตหน้าบานสำเร็จรูปออกมา ขณะที่ตลาดโลก เริ่มมีให้เห็นแต่ก็ไม่ใช่ไฮกลอสเกรดเอ อย่างที่เบสต้ากำลังทำ” เขากล่าวย้ำทั้งนี้ ในปลายปี 2556 สินค้าใหม่ของบริษัทจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศ ก่อนที่ปี 2558 จะขยายไปในตลาดอาเซียน โดยบริษัทวางแผนทำตลาดในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน เป็นอันดับแรก ส่วนประเทศพม่า ลาว และเวียดนาม การลงทุนจะเป็นลักษณะโครงการ ควบคู่ไปกับการให้ความรู้กับผู้บริโภคมากขึ้น





