วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พื้นที่ปลอดเวลา

หาก IKEA เปรียบเป็นบ้านหลังที่สองของชาวจีนในเซี่ยงไฮ้ ทู ฟาสต์ ทู สลีป ของไทยก็ไม่ต่างกัน

หาก IKEA เปรียบเป็นบ้านหลังที่สองของชาวจีนในเซี่ยงไฮ้ เพราะสามารถเข้าไปนั่งนอนพักผ่อนบนเตียงหรือโซฟาในห้างได้ทั้งวันโดยไม่ถูกขับไล่ ทางห้างเองก็คาดหวังว่าวันหนึ่งคนเหล่านี้จะมาเป็นลูกค้า อาคารสีน้ำเงินเข้มตรงข้ามจามจุรีสแควร์ในชื่อ "ทู ฟาสต์ ทู สลีป" (Too Fast To Sleep) ก็อยู่ในสถานะไม่ต่างกัน เพียงแต่ที่นี่คือร้านกาแฟประเภท 24 ชั่วโมง ที่ออกแบบมาสำหรับคนรุ่นใหม่ผู้ไม่หลับไม่นอน "แม้จะดูเป็นร้านกาแฟ แต่กาแฟไม่ใช่สินค้าหลัก สิ่งที่ทู ฟาสต์ ทู สลีปนำเสนอคือ สภาพแวดล้อมหรือบรรยากาศสำหรับการอ่านและติวหนังสือ ที่เหมาะสมกับนิสัยของคนไทย ทั้งเรื่องการซักถาม พูดคุยและการกินจุบจิบ" เกริ่นนำโดย "อเนก จงเสถียร" กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็มเอ็มพี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ครองตลาดผลิตภัณฑ์ฟิล์มถนอมอาหารในนาม m wrap ที่แบ่งเม็ดเงินราว 10 ล้านบาทมาชิมลางธุรกิจร้านกาแฟ เพียงแต่ร้านกาแฟของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จบนเส้นทางธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงย่อม "ไม่ธรรมดา" พื้นที่กลางคืนคิดบวก "ทู ฟาสต์ ทู สลีป" เป็นร้านกาแฟกลิ่นอายห้องสมุดที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่ใช้ชีวิตนอกบ้านในยามวิกาลมากขึ้นในการอ่าน-ติวหนังสือและทำรายงาน ขณะที่ห้องสมุดในมหาวิทยาลัยไม่สามารถรองรับความต้องการนี้ ไม่ว่าจะเป็น การเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง การส่งเสียงพูดคุยและการกินขนมในห้องสมุด ขณะที่ร้านอินเทอร์เน็ต ร้านอาหารจานด่วน (QSR) ร้านกาแฟที่เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ล้วนกำหนดเงื่อนไขที่ไม่เอื้อต่อการใช้บริการ เช่น จำกัดชั่วโมงไวไฟ ต้องซื้อชั่วโมงอินเทอร์เน็ต ไม่มีปลั๊กไฟและสายต่อพ่วง เป็นต้น "ผมออกแบบบริการต่างๆ โดยนึกถึงลูกเป็นหลัก ถ้าลูกต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ หรือไปติวกับเพื่อนนอกบ้าน เขาต้องการอะไรบ้าง สถานที่ที่ปลอดภัย อาหาร ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม รวมถึงปลั๊กไฟ ปลั๊กพ่วง ไวไฟ เพราะนักเรียนนักศึกษาสมัยนี้ต่างใช้โน้ตบุ๊ก แทบเล็ตและโทรศัพท์มือถือ ถ้าเด็กเขาจะกลับบ้านตอนตี 4 แล้วแบตมือถือหมด โทรตามผู้ปกครองไม่ได้ ก็ยิ่งจะอันตราย" เขากล่าว ทุกมุมของร้านได้จัดเตรียมปลั๊กไฟพร้อมไวไฟฟรีให้เลือกใช้ ทั้งยังติดตั้งกล้องซีซีทีวี 77 ตัวเพื่อสอดส่องความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ยังมีบริการอาหารและเครื่องดื่มรองรับด้วย การตกแต่งร้านเน้นโทนสีน้ำตาลอ่อน น้ำเงินเเละขาว รู้สึกถึงความอบอุ่นจากการที่ใช้ไม้สีอ่อนเป็นหลักในการตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นพื้นและผนัง และใช้สีน้ำเงินเสริมเข้าไปตามโครงผนังเเละเฟอร์นิเจอร์บางส่วน เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศให้ดูทันสมัยมากขึ้น "บรรยากาศของที่นี่จะเป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง ได้คุยได้พูด จะนั่งเก้าอี้หรือนั่งพื้นก็ได้ มีหมอนให้แต่บางคนพกผ้าห่มมาด้วยเพราะรู้ว่าที่นี่หนาวมาก อ่านหนังสือเสร็จจะงีบพักสายตาก็ยังได้ ส่วนพนักงานจะอยู่ประจำที่เคาน์เตอร์ ไม่ออกมารบกวนลูกค้ายกเว้นตอนทำเก็บภาชนะและความสะอาด" ธุรกิจเพื่อสังคม พื้นที่ในร้านรองรับลูกค้าได้ประมาณ 300 คนในคราวเดียว ค่าใช้จ่ายต่อหัวเฉลี่ย 200 บาทต่อการเข้ามาใช้บริการหนึ่งครั้ง ช่วงแรกคาดว่ากลุ่มเป้าหมายจะเป็นวัยทำงาน เพราะอยู่ตรงข้ามจามจุรีสแควร์และใกล้สีลม แถมด้านล่างยังเป็นศูนย์อาหารติดแอร์สำหรับคนออฟฟิศ แต่ปรากฏว่าสัดส่วนที่มาใช้บริการมีเพียง 20% ขณะที่นักเรียนนักศึกษามากถึง 80% "อาจเป็นเพราะพวกเด็กเขามีสอบกันเกือบทั้งปี ทั้งสอบเก็บคะแนน สอบมิดเทอม สอบปิดเทอม จึงต้องอ่านและทบทวนตำรากับเพื่อนๆ ยิ่งช่วงสอบจะอ่าน-ติวกันถึงเช้าแล้วไปเข้าห้องสอบ" อเนกยินดีและสนับสนุนให้ทุกจังหวัดหรือทุกสถานศึกษามีบริการลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้น ถือเป็นการเพิ่มพื้นที่ให้กับกิจกรรมดีๆ นักเรียนนักศึกษาและคนทำงานจะมีสถานที่อ่านหนังสือเพิ่มขึ้น เพียงแต่ช่วงแรกต้องยอมแบกรับสภาพการขาดทุน แต่หลังจากนั้นเมื่อมีการกลับใช้ซ้ำ ในความถี่ที่บ่อยขึ้นและจำนวนลูกค้ามากขึ้น ผลกำไรก็จะตามมา "ช่วงแรกผมรับภาระขาดทุนหลักแสนต่อเดือน แม้จะขาดทุนแต่กำไรที่ผมได้รับคือ ความสุขที่เห็นคนดีมีที่ยืนมีที่นั่งอ่านหนังสือจากทางเลือกที่ได้สร้างขึ้น"เจ้าของร้าน ทู ฟาสต์ ทู สลีปกล่าว