ความอ่อนช้อยของภาพวาดแบบไทย จุดประกายให้เกิด ‘ช่อฟ้า’ นำเสนอในมุมของภาพสามมิติ สร้างตลาดของที่ระลึกแบบตอบโจทย์ผู้ให้-ถูกใจผู้รั
สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน
ความอ่อนช้อยของภาพวาดแบบไทย จุดประกายให้เกิด ‘ช่อฟ้า’ นำเสนอในมุมของภาพสามมิติ สร้างตลาดของที่ระลึกแบบตอบโจทย์ผู้ให้-ถูกใจผู้รับ
เมื่อ 13 ปีก่อน พนักงานฝ่ายอาร์ตของโรงพิมพ์ ‘ณัฏฐ์คเนศ เตชธรรมสิริกุล’ ได้พบลูกค้าต่างชาติที่มีโจทย์งานกระดาษสามมิติมาให้ทำ โดยที่ตัวเขาเองไม่มีความรู้เรื่องนี้มาก่อน แต่ก็ลองผิดลองถูกจนได้เทคนิคการทำภาพสามมิติที่ลูกค้ายอมรับในฝีมือ เป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของแบรนด์ ‘ช่อฟ้า’
ไอเดียสร้างค่า
ระยะเวลากว่า 4 ปีที่ณัฏฐ์คเณศสร้างงานศิลปะ 3 มิติในแบรนด์ของลูกค้าต่างชาตินั้นๆ เขามองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ไปได้ดีกับความชอบงานศิลปะแบบไทย จึงต่อยอดความคิด จากภาพสถาปัตยกรรมหรือสถานที่สำคัญทั่วโลกที่เขานำมาทำเป็นภาพสามมิติให้ลูกค้า กลายมาเป็นภาพงานศิลป์หรือสถานที่สำคัญของไทย ในลายเส้นแบบไทย จากศิลปินไทย
ณัฏฐ์คเนศและไพโรจน์ คงศุภมานนท์ จับมือกันสร้างแบรนด์ ‘ช่อฟ้า’ (Chorfah) โดยคอลเล็คชั่นแรกของแบรนด์ มี 5 แบบ ที่คัดเลือกจากความชอบของเจ้าของแบรนด์ และทำในขนาดใหญ่ โดยตั้งเป้าเป็นของตกแต่งบ้าน จับกลุ่มชาวต่างชาติ
“ตอนแรกไม่ได้คิดถึงการตลาดเลย เอาความชอบของตนเองเป็นหลัก ทำให้คอลเล็คชั่นแรกไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จึงลาออกจากงานประจำแล้วลงมือทำแบรนด์นี้อย่างจริงจัง” ณัฏฐ์คเนศกล่าว
เขาลองตลาดโดยการยืนขายสินค้าเองที่สีลม และพบว่า สินค้าขายได้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนไทยที่สนใจซื้อเป็นของฝากของที่ระลึก แต่ด้วยขนาดที่ชิ้นใหญ่ทำให้ขายยาก ใช้เวลานาน คอลเล็คชั่นที่ 2 จึงเกิดขึ้นโดยนำปัญหาและช่องโหว่ที่พบเจอมาปรับแก้
ช่อฟ้ายังคงคอนเซปท์ของงานศิลปะแบบไทย-สากล แต่กลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนไป ณัฏฐ์คเนศมุ่งเน้นที่กลุ่มคนไทย พร้อมกับปรับขนาดของผลงานให้เล็กลง เพื่อให้ขายได้ง่ายและเร็ว ซึ่งก็ไปได้ด้วยดี
จนกระทั่งเข้าสู่คอลเล็คชั่นที่ 3 จึงเริ่มมองหาศิลปินที่มีลายเส้นและมุมมองที่โดนใจมาวาดภาพให้ ทำให้ภาพของช่อฟ้าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจะเป็นภาพวาดต้นฉบับทั้งหมด และเพิ่มความโดดเด่น สวยงามด้วยการโชว์ทักษะงานกระดาษสามมิติที่ซับซ้อนแบบแฮนด์เมด 100%
ปัจจุบัน ช่อฟ้าออกผลงานมาแล้ว 7 คอลเล็คชั่น ล่าสุดคือ คอลเล็คชั่นวัดพระแก้วของปี 2555
ประณีตศิลป์เปิดตลาด
การตลาดในช่วงแรกของช่อฟ้า ณัฏฐ์คเนศมุ่งไปที่การเข้าห้าง โดยวางจำหน่ายที่คิงพาวเวอร์, นารายภัณฑ์ และโจ-หลุยส์ เธียร์เตอร์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ ในขณะเดียวกันก็เปิดหน้าร้านที่สวนจตุจักร และขายผ่านเว็บไซต์
แม้ นารายภัณฑ์ และโจ-หลุยส์ เธียร์เตอร์จะไม่มีวางขายแล้ว แต่ทางแบรนด์ก็เพิ่มช่องทางสร้างลูกค้าใหม่ผ่านการออกงานบ้านและสวนทุกปี
“ผลตอบรับดีขึ้นเรื่อย ๆ จากจุดเด่นในเรื่องของวัสดุ ที่ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ กาว หรือกรอบ และฝีมือในการใช้มีดคัตเตอร์ตัดกรีดอย่างประณีต งดงาม” เขากล่าว
นอกจากชิ้นงานสำเร็จพร้อมขาย เจ้าของแบรนด์ช่อฟ้ากล่าวว่า มีบริการสั่งทำ ซึ่งมักจะมีลูกค้าองค์กร ที่ต้องการของที่ระลึกในรูปของตึกหรือสัญลักษณ์ของหน่วยงานตนในรูปแบบสามมิติ อาทิ โตชิบ้า, โรงเรียนสวนกุหลาบ, ปตท, ธนาคารกสิกรไทย รวมถึงกระทรวง กรมต่าง ๆ และเคยได้รับคัดเลือกทำของที่ระลึกภาพหัวโขนอินทรสำหรับแขกวีไอพีที่เยี่ยมชมบูทประเทศไทยในงานเวิลด์เอ็กซโปร์ที่ประเทศจีน ปี 2554
ยอดขายของช่อฟ้ามีการเติบโตขึ้นอย่างช้า ๆ แต่มั่นคง ซึ่งในปี 2555 มียอดขายประมาณ 2 ล้านบาท และในปีนี้ ณัฏฐ์คเนศมองว่า อาจจะไม่มีการเติบโตให้เห็นเพราะสภาพเศรษฐกิจและกำลังการซื้อของคนน้อยลง บวกกับสินค้าไม่ได้เป็นปัจจัย4 แต่ในขณะเดียวกันก็ถือเป็นโอกาส เพราะยิ่งคนต้องประหยัด การเลือกซื้อของที่ระลึกจะต้องคิดและใส่ใจคุณภาพมากขึ้น คุณภาพและความสวยงามของสินค้าแบรนด์ช่อฟ้าก็จะยิ่งมีภาษีดี
13 ปีของช่อฟ้า ณัฏฐ์คเนศมองว่า หากความภาคภูมิใจถือเป็นความสำเร็จ เขาสามารถทำได้เกิน 100% แล้ว แต่ในเชิงธุรกิจ อาจเป็นความสำเร็จระดับหนึ่ง ซึ่งยังมีทางให้เดินไปอีกมาก ซึ่งทางแบรนด์ยังต้องศึกษา และต้องทำอย่างใส่ใจ เพราะถือเป็นงานศิลปะที่มีความซับซ้อน ประณีต
“อนาคตของช่อฟ้าจะพัฒนาตลอดเวลา ทั้งในแง่ของการหาวัสดุที่ดีขึ้น รูปแบบงานศิลปะที่สวยงาม ตอบโจทย์ลูกค้า และสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่จากฐานลูกค้าเดิม ในขณะเดียวกัน ก็ต้องทำงานอย่างมีความสุข ทั้งเพื่อตัวเองและกลุ่มลูกค้า” เขาทิ้งท้าย
ติดตามคลิปได้ที่ http://youtu.be/WkTNiwGoTr4





