ปัญหาใหญ่ของผู้ประกอบการเทคโนโลยี หรือ Startup ไทยไร้ความเชื่อมั่น หวั่นเงินทุนน้อย ต้องอาศัยพันธมิตร จึงจะไม่ "โดดเดี่ยว" แต่ "โดดเด่น"
ปัญหาใหญ่ของผู้ประกอบการเทคโนโลยี หรือ Startup ไทยไร้ความเชื่อมั่น หวั่นเงินทุนน้อย ต้องอาศัยพันธมิตร จึงจะไม่ "โดดเดี่ยว" แต่ "โดดเด่น" บนเวทีโลก
ในขณะที่โลกกำลังหมุนไปด้วยเทคโนโลยีการสื่อสาร ส่งผลให้ "นวัตกร" ผู้คิดค้นและสร้างซอฟท์แวร์ เป็นเฟืองจักรสำคัญสำหรับชี้ชะตาอนาคตของมนุษยชาติได้เลยทีเดียว การจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของโลกได้นั้น ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปนัก ขอแค่มีคีย์เวิร์ดสำคัญ “ไอเดีย+เงินทุน+พันธมิตร”
นานาทัศนะ นวัตกรไทย
ป้อม-ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้ง TARAD.com เผยว่า ในช่วงเริ่มสร้างธุรกิจอีคอมเมิร์ส จำเป็นต้องมีความกล้าสร้างสิ่งที่แตกต่าง รักในสิ่งที่ตนเองทำ อยู่กับมันและพร้อมที่จะตายไปกับมัน
“สิ่งที่นักพัฒนาซอฟท์แวร์มี คือ ความฝัน คิดจะทำเพราะสนุก แต่มันต้องเรียนรู้เรื่องการตลาด รู้จักการประชาสัมพันธ์ และมองหาพันธมิตร คิดถึงการตลาดมากกว่าในไทย แต่ต้องไปให้ไกลถึงระดับโลก”
ส่วนพอล ศรีวรกุล ผู้ก่อตั้ง Ensogo บอกว่า การเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญ หลายคนไม่ยอมสตาร์ทเพราะความกลัว แต่สำหรับเขา โชคดีที่มีครอบครัวเป็นกำลังหลักช่วยคิด ดังนั้นอย่าคิดคนเดียวเพราะจะเหนื่อยโดยใช่เหตุ
แต่จะต้องเดินหน้าหาโอกาส และจงมั่นใจว่าโลกนี้กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปด้วยคอนเท้นต์ การโฆษณา และอีคอมเมิร์ส
“ตอนนี้ การเห็นโฆษณาเปลี่ยนพฤติกรรมการจับจ่ายซื้อของได้ภายใน 2 ชั่วโมง นี่คือโอกาสที่เราจะอยู่ในตลาดนี้ได้อีกนาน ในขณะที่ตลาดอีคอมเมิร์สในประเทศไทยก็กำลังเติบโตสูง เพราะเรามีฐานลูกค้าใหญ่มาก เรามีนวัตกรที่จะรับ out-source มาพัฒนาต่ออยู่เรื่อยๆ แต่ปัจจัยสำคัญของการทำธุรกิจด้านนี้ คือเรื่องเงินทุน เราต้องหาคนอื่นช่วย”
ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า นักสร้างสรรค์ซอฟท์แวร์ที่มีชื่อเสียงของโลก คือคนที่พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าสิ่งที่เขาคิดและฝันไว้ เกิดขึ้นได้จริง
การพัฒนาเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน หรือมีโครงสร้าง (Platform) ใหม่ๆอาจจะคิดเอง หรือนำเข้ามา นับเป็นการเริ่มต้นที่ดี แต่โอกาสประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับว่าจะมองเห็นโอกาสหรือไม่
“อย่างการเริ่มต้นธุรกิจของทรู เราเห็นโอกาสอยู่ข้างหน้า เราสร้างแผนธุรกิจในกระดาษ และพัฒนาเรื่อยมา จนสร้างยอดขาย 8 หมื่นกว่าล้านบาทในปี 2555 เราเชื่อว่าองค์กรใดองค์กรหนึ่งไม่ได้เก่งในทุกเรื่อง แต่เขาควรมีศักยภาพด้านบุคลากร (Talent of Worker) โดยเฉพาะไอเดียสร้างสรรค์แพทฟอร์มที่ดี เพื่อจะต่อยอดได้ไม่รู้จบ”
นอกจากนั้น ยังต้องมีปรัชญาของการสร้างแบรนดิ้ง และการตลาดเป็นสิ่งสำคัญด้วย ศุภชัยกล่าวย้ำว่า นวัตกรจะต้องเป็นคนที่เห็นการเปลี่ยนแปลง และเป็นคนที่สร้างการเปลี่ยนแปลงนั้น จากนั้นก็ต้องปรับตัวให้อยู่รอดในโลกธุรกิจอย่างยั่งยืนให้ได้ ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาและความช่วยเหลือจากพันธมิตร (Partnership) จึงจะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอย่างแท้จริง
ทรู อินคิวบ์ เครื่องมือ “ปั้น” นวัตกร
สำหรับกระบวนการ "ปั้น" นวัตกรไทยให้กลายเป็นผู้นำนวัตกรรมในระดับสากลได้นั้น... ปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ผู้อำนวยการบริหาร ทรู อินคิวบ์ เล่าให้ฟังว่าต้องแก้ที่สาเหตุจริงๆ รวมทั้งแก้ปมปัญหานั้นอย่างรอบด้าน
“จากประสบการณ์ที่ผมทำงานที่ญี่ปุ่น เราพบว่าอุปสรรคของนวัตกรคือ เงินทุนที่ควรจะต้องมีเริ่มต้นที่ 5 แสนถึง 5 ล้านบาท เราจึงต้องมีแหล่งทุนที่มีแนวคิดพัฒนาไปในทางเดียวกัน จับมือร่วมกันทำงานต่อได้ แต่ที่เราลืมไม่ได้คือ การสร้างนักพัฒนาซอฟท์แวร์ให้ได้คุณภาพ เพื่อให้สังคมยอมรับในความเป็นนวัตกรเลือดไทย”
ทรู อินคิวบ์ จึงจุดประกายไอเดีย เปิดรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมโปรแกรมทรู อินคิวบ์ ไม่ว่าจะเป็นนิสิต นักศึกษาและบุคคลทั่วไปทีมละ 5 คน ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยี อาทิ Content and Media Entertainment, E-Commerce, Online Education, Digital Marketing, E-Payment เข้ามา “รู้จริง ทำจริง (ขอให้) ช่วยจริง”
ไม่ว่าจะเป็นความช่วยเหลือด้านเงินลงทุนเบื้องต้นตั้งแต่ 5 แสนบาท ถึง 1 ล้านบาทสำหรับผู้ที่มีไอเดียเหนือชั้น รวมทั้งการฝึกอบรม (Boot Camp) อย่างเข้นข้นตลอด 99 วัน โดยทีมที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งเป็นทีมงานที่รู้จริง และมีประสบการณ์จริงในการสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
อีกทั้งการอบรม การให้คำปรึกษาจาก 500 Startups, Gobi Partners,INC. และการสนับสนุนด้านเทคนิคสำหรับการผลิต และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น Cloud Service, e-Payment การสนับสนุนและขยายฐานธุรกิจ
ตลอดจนการจับคู่ธุรกิจทั้งกับลูกค้าและนักลงทุน พร้อมมอบรางวัลชีวิตให้นวัตกรคนเก่งเข้าไปสัมผัสการทำงานจริง ที่ ซิลิคอน วัลเล่ย์ สหรัฐอเมริกา อีกทั้งมุ่งมั่นให้การสนับสนุนการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ โดยจะไม่มีการขอ Exclusivity ให้กับธุรกิจใดๆ ของกลุ่มทรู เพื่อให้ผู้ประกอบการสร้างการเติบโตได้อย่างไม่มีข้อจำกัด





