วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กู้วิกฤติทะเลไทย

ทะเลไทยเข้าขั้นวิกฤติ และจำเป็นต้องหยุดการประมงแบบทำลายล้าง

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับภาคประชาสังคม จัดงานเสวนาเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การฟื้นฟูชีวิตทะเลไทย โดยหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องกันว่า ทะเลไทยเข้าขั้นวิกฤติ และจำเป็นต้องหยุดการประมงแบบทำลายล้าง

ทั้งนี้ วันที่ 8 มิถุนายนของทุกปี มีการกำหนดให้เป็น ‘วันมหาสมุทรโลก’ ซึ่งเป็นวันรณรงค์สากลเพื่อปกป้องและอนุรักษ์มหาสมุทรและท้องทะเล โดยประเด็นหลักในปีนี้เน้นที่การรวมพลังของทุกภาคส่วนในการปกป้องมหาสมุทร

ในงานเสวนาภาคประชาสังคม ในหัวข้อ ทะเลเดียวกัน: วิกฤตทะเลไทยสู่ทะเลโลก มีการวิเคราะห์ว่า ความอุดมสมบูรณ์ของทะเลไทยที่ถูกทำลายไปนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากนโยบายรัฐที่เอื้อให้การพัฒนากิจการประมงพาณิชย์แบบทำลายล้างที่เป็นไปในทางกอบโกยทรัพยากร และทำลายวิถีชีวิตของประมงพื้นบ้านและชุมชนท้องถิ่น

“การเสื่อมโทรมลงของทะเลไทยส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่ระบบนิเวศ ความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว และวิถีชีวิตของชุมชนประมงพื้นบ้าน รวมถึงภาคส่วนต่างๆ ที่ล้วนพึ่งพาทรัพยากรทางทะเลเป็นห่วงโซ่ต่อกัน ถ้ามองเพียงผิวเผิน ทะเลก็ดูสวยงามตามปกติ แต่ใต้ท้องทะเล ปะการังกำลังจะตาย และฝูงปลากำลังจะหมดไป ถ้าเรายังปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเช่นนี้ ระบบนิเวศทางทะเลก็จะสูญสลายไป” ศิรสา กันตรัตนากุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านทะเลและมหาสมุทร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

“การประมงแบบทำลายล้างส่งผลให้มีการจับสัตว์ทะเลที่ไม่ได้ขนาด เพียงเพื่อนำไปทำเป็นอาหารเป็ด อาหารไก่ ในราคาถูก และยังเอื้อประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมต่อธุรกิจอุตสาหกรรมผลิตอาหารให้ทำกำไรจากการควบคุมราคาผลิตให้ต่ำเกินความเป็นจริง โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่ออนาคตของทะเลไทยที่เป็นต้นทุนทรัพยากรของคนทั้งประเทศ” บรรจง นะแส ประธานสมาคมรักษ์ทะเลไทย กล่าว

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานเสวนาได้ระดมความคิด หาแนวทางการทำงานขับเคลื่อนร่วมกันเพื่อผลักดันแก้ไขปัญหาวิกฤติทะเลแบบภาคีเครือข่าย โดยมีความเห็นร่วมกันว่า ประเทศไทยควรมีการปรับปรุง ‘กฏหมายเกี่ยวกับการประมง และทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง’ ที่ต้องเคารพผลประโยชน์ของประชาชน วิถีชีวิต และวัฒนธรรม

รวมถึงสิทธิชุมชนในการมีส่วนร่วมและดูแลทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นหลัก และต้องครอบคลุมถึงประเด็นการยุติการทำประมงแบบทำลายล้าง การขยายเขตอนุรักษ์ทางทะเลทั่วประเทศ การขยายขนาดตาอวนให้กว้างขึ้น และการหยุดการขยายตัวและพัฒนาโครงการอุตสาหกรรมสกปรกบริเวณแนวชายฝั่งทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์

“กรีนพีซเห็นความสำคัญของการรณรงค์สื่อสารให้สังคมเห็นคุณค่าและความสำคัญของทะเล ความคิดเห็นที่ได้จากงานเสวนาครั้งนี้ เราจะนำไปสังเคราะห์เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์งานรณรงค์ฟื้นฟูชีวิตทะเลไทย ผลักดันให้ร่วมกันหาทางออกเพื่อก้าวพ้นวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้น” ศิรสา กล่าวสรุป

ทั้งนี้ กรีนพีซยังแถลงถึงการมาของเรือธงกรีนพีซ ‘เอสเพอรันซา’ ที่แปลว่า ‘ความหวัง’ ซึ่งจะเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อร่วมรณรงค์ปกป้องทะเลไทย ในระหว่างวันที่ 15-30 มิถุนายน พ .ศ. 2556 นี้ โดยจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมายในหลายพื้นที่ ทั้งในจังหวัดสงขลา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และกรุงเทพมหานคร ติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ http://www.greenpeace.org