วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อัพสินค้าไทยด้วย 'ฉลากเขียว'

การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในผลิตภัณฑ์ไม่เพียงทำให้รู้ว่าต้องปรับการผลิตอย่างไรให้ลดต้นทุน แต่ยังเพิ่มโอกาสในตลาดอียูให้กับสินค้าไทยอีกด้วย

กานต์ดา บุญเถื่อน รายงาน

ยอดส่งออกผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารของไทยไปยังอียูนั่งแท่นที่ 3 ของโลก จึงจำเป็นที่ผู้ค้าต้องตื่นตัวและอินเทรนด์อยู่เสมอ เพื่อให้ต่างจากคู่แข่งแต่มากด้วยคุณภาพ

เทรนด์การนำฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์มาใช้กับผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารเป็นอีกสเตปหนึ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องตื่นตัวและปรับกระบวนการผลิตของตัวเองให้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากกว่าเดิม เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อเมื่อแรกเห็น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่นิยมสินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างอียู

:สับปะรดโกอินเตอร์

นางสาวเพชร วุฒิเศรษฐรักษ์ หัวหน้าส่วนวิศวกรรมโครงการ บริษัท อาหารสยาม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นำผลิตภัณฑ์สับปะรดกระป๋องในน้ำสับปะรดมาเข้าโครงการพัฒนาเครื่องมือคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารกับทางศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (วีกรีน) เมื่อ 2 ปีก่อน เพราะลูกค้าที่ประเทศฝรั่งเศสมีความต้องการข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ว่าบริษัทมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน

“ที่ผ่านมาบ.อาหารสยามทำธุรกิจแปรรูปสับปะรดส่งออกมาร่วม 43 ปี แต่ไม่ได้เก็บข้อมูลด้านการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตมาตั้งแต่ต้น กระทั่งลูกค้ามีความต้องการจึงเกิดความสนใจที่จะนำผลิตภัณฑ์ที่มีเข้าสู่กระบวนการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์อย่างจริงจัง เพื่อให้ธุรกิจส่งออกสับปะรดแปรรูปยังคงมีโอกาสในตลาดโลกต่อไปได้”หัวหน้าส่วนวิศวกรรมโครงการ จากบริษัท อาหารสยาม จำกัด (มหาชน) กล่าว

โจทย์ท้าทายที่บริษัทต้องพบคือ การเก็บข้อมูลตลอดกระบวนการผลิตทั้งหมดตั้งแต่การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การนำมาแปรรูป การได้มาของบรรจุภัณฑ์ กระบวนการบรรจุกระป๋อง การจัดการวัสดุที่เหลือจากกระบวนการผลิต ไปจนถึงการขนส่งไปยังลูกค้า ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทไม่เคยเก็บข้อมูลอย่างละเอียดมาก่อน

เธอเล่าว่า ต้องลงพื้นที่เก็บข้อมูลใหม่เกือบทั้งหมด จุดไหนใช้น้ำ ใช้ไฟ ปริมาณเท่าไหร่ ใช้พลังงานเท่าไหร่ จุดไหนปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกบ้าง ซึ่งจากการเข้าร่วมโครงการทำให้รู้ว่าส่วนการเพาะปลูกต้องมีการปรับเป็นอย่างแรก เพราะการใช้ปุ๋ยและสารเคมีในการเพาะปลูกมีส่วนทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกสู่ธรรมชาติปริมาณมาก

ตอนนี้บริษัทปรับลดการใช้ปุ๋ยเคมีในการปลูกสับปะรดและหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทน รวมถึงการปรับพลังงานในการแปรรูป ซึ่งแต่เดิมใช้น้ำมันเตาก็เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงจากกะลาปาล์มทดแทน ซึ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 10%

สองปีที่ผ่านมาทีมวิจัยจากวีกรีนเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้ จนตอนนี้บริษัทมีข้อมูลขั้นพื้นฐานที่พร้อมนำไปกรอกลงในโปรแกรมฟู้ดส์พริ้นท์ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นโดยวีกรีน เพื่อใช้คำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์สำหรับผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารโดยเฉพาะ โดยผลคำนวณออกมาสามารถนำไปขอรับการรับรองจากวีกรีนและนำไปแสดงให้ลูกค้าดูได้เลย ซึ่งปีนี้บริษัทจะขยายผลการคำนวณไปยังผลิตภัณฑ์อื่นๆด้วย เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความต้องการลูกค้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

“การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ทำให้บริษัทมีความได้เปรียบคู่ค้าตรงที่มีข้อมูลพร้อมที่จะแสดงให้เห็นเมื่อลูกค้าต้องการ ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการคำนวณยังมีผลดีต่อการนำไปใช้ปรับกระบวนการผลิต เพื่อให้เกิดความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด”เพชร กล่าว

:ว่านหางจรเข้พร้อมฟาดหาง

ดร.นคร มหาคุณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดแอนด์ดริ๊งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ตอนนี้ยังไม่มีประเทศไหนที่บังคับให้ประชากรต้องใช้สินค้าที่มีเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยตรง แต่บริษัทก็สนใจเข้าร่วมโครงการมาตั้งแต่ปี 2551 กับผลิตภัณฑ์น้ำจิ้มไก่ซึ่งส่งออกไปทั่วโลก และผลักดันเครื่องดื่มน้ำว่านหางจระเข้และน้ำบ๊วยซึ่งทำมากว่า 10 ปีให้เข้าโครงการตามๆกันไป

เขากล่าวอีกว่า การเข้าร่วมโครงการทำให้ต้องทำงานร่วมกับเกษตรกรมากขึ้น ด้านการให้ข้อมูลการเพาะปลูกที่ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการปรับแพ็คเก็จที่ใช้บรรจุสินค้า เพื่อให้การผลิตรบกวนธรรมชาติน้อยที่สุด

“การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์เป็นการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการเมื่อตลาดผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าที่มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งการเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ถือว่าได้เปรียบและนำหน้าคู่แข่งที่เป็นสินค้าประเภทเดียวกัน เพราะการจะได้มาของข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นจะต้องใช้เวลาเก็บข้อมูลและปรับกระบวนการผลิตอยู่นานพอสมควร จึงจะนำมาคำนวณออกมาเป็นผลที่น่าเชื่อถือและขอการรับรองจากวีกรีนเพื่อนำไปแสดงให้ลูกค้าดูได้”ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟู้ดแอนด์ดริ๊งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าว

ดร.รัตนวรรณ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกลยุทธ์ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (วีกรีน) คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาคอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารของไทยมีการตื่นตัวในการคำนวณหาปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์มากพอสมควร แต่เนื่องจากยังไม่มีการรณรงค์ให้เกิดการใช้งานจริง จึงมีผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากน้อยอยู่

“ตอนนี้ประเทศไทยนับว่าเป็นชาติแรกๆในภูมิภาคอาเซียนที่มีการตื่นตัวและพัฒนาวิธีคำนวณ รวมถึงสนับสนุนให้มีการนำไปใช้ในภาคการผลิตอย่างจริงจัง ซึ่งปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมโครงการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์กับทางองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.ไปแล้ว 761 ผลิตภัณฑ์ จาก 189 บริษัท โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร 381 รายการ จาก 90 บริษัท

หลังจากนี้วีกรีนจะเดินหน้าส่งเสริมให้มีการคำนวณคาร์บอนฟู้ดพริ้นท์ในผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารให้ครอบคลุมทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นอาหารสำเร็จรูปหรือผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรส เพื่อให้ผู้ประกอบการของไทยมีความได้เปรียบคู่แข่งในตลาดโลกและรักษาอันดับการส่งออกสินค้าไปยังอียูและขยับเป็นผู้นำชาติอื่นในอนาคต ซึ่งโปรแกรมจะเปิดให้ดาวน์โหลดใช้งานในเว็บไซต์ www.vgreenku.org ประมาณเดือนกรกฏาคม 2556 หรือสอบถามวีกรีนโทร. 02 942 8844