บอร์ด กสท.อนุมัติใบอนุญาตช่องทีวีดาวเทียม-เคเบิล 506 ช่อง ส่งต่อ "โครงข่าย" กิจการไม่ใช้คลื่นฯ "กล่อง-เคเบิล" ออกอากาศ ขยายเวลาถึง 30 มิ.ย.
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า การประชุมบอร์ด กสท. วานนี้ (3 มิ.ย.) เห็นชอบให้สำนักงาน กสทช. ส่งรายชื่อ ช่องรายการ ในกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ หรือช่องทีวีดาวเทียมและช่องเคเบิลทีวี ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจาก กสทช.รวม 506 ช่อง ไปยังผู้ให้บริการโครงข่ายในกิจการไม่ใช้คลื่นฯ หรือ แพลตฟอร์มกล่องรับสัญญาณ และผู้ประกอบการเคเบิลทั่วประเทศ ซึ่งประกอบไปด้วยโครงข่ายระดับชาติ 10 ราย และระดับท้องถิ่น 400 ราย นำไปออกอากาศ คาดหนังสือจะถึงผู้ประกอบการโครงข่ายภายใน 15 วันนับจากนี้
หลังจากได้รับรายชื่อ 506 ช่องทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีแล้ว ผู้ประกอบการโครงข่ายจะต้องออกอากาศเฉพาะช่องรายการที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น หากมีการแพร่ภาพช่องที่ไม่ได้รับใบอนุญาต โครงข่ายจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ซึ่งจะมีโทษทางปกครองและอาญา ตั้งแต่ตักเตือน เพิกถอนใบอนุญาต สั่งปรับสูงสุด 5 ล้านบาท และจำคุกไม่เกิน 5 ปี
ทั้งนี้ ขั้นตอนการพิจารณาให้ใบอนุญาตช่องรายการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวี ที่ได้ยื่นเอกสารขออนุญาตมายัง กสทช. และยังไม่ได้รับใบอนุญาตมีอีก 233 ราย เนื่องจากยังไม่มีการส่งเอกสารเพิ่มเติมตามที่สำนักงาน กสทช.ขอไป เช่น แผนธุรกิจ โดยสำนักงานได้ขอขยายเวลาพิจารณาใบอนุญาตอีก 30 วัน หรือภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้
"ระหว่างที่ สำนักงาน กสทช. กำลังพิจารณาใบอนุญาตอีก 233 ช่องรายการที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต ห้ามโครงข่ายแพร่ภาพช่องรายการดังกล่าว และหากช่องรายการใดได้รับใบอนุญาตแล้ว สำนักงาน กสทช. จะส่งรายชื่อช่องรายการไปให้โครงข่ายนำไปออกอากาศเพิ่มเติมในภายหลัง"
พ.อ.นที กล่าวว่า พร้อมกันนี้เมื่อโครงข่ายได้รับรายชื่อช่องรายการที่ได้รับใบอนุญาตจาก สำนักงาน กสทช.แล้ว จะต้องแพร่ภาพเฉพาะช่องรายการดังกล่าวเท่านั้น รวมทั้ง ห้ามแพร่ภาพช่องรายการจากต่างประเทศ ที่ได้รับสัญญาณภาพจากดาวเทียมดวงต่างๆ ซึ่งไม่ได้ขอใบอนุญาตจาก กสทช. ด้วยเช่นกัน โดยแพลตฟอร์มกล่องและเคเบิล สามารถเข้ารหัส OTA เพื่อล็อกสัญญาณช่องรายการได้
สำหรับแผนการใช้ประโยชน์คลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ในประเทศไทยเป็นคลื่นฯ ที่ใช้ประโยชน์ในกิจการวิทยุโทรทัศน์ แม้ว่าในต่างประเทศจะนำคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ไปใช้ประโยชน์ในกิจการโทรคมนาคม แต่สำหรับประเทศไทยแผนการบริหารคลื่น ตามแนวทาง Digital Dividend หรือการใช้ประโยชน์คลื่น หลังการเปลี่ยนสู่ทีวีดิจิทัลในคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ยังไม่สามารถดำเนินการได้เพราะต้องรอให้ยุติระบบอนาล็อก (Analog Switch-Off), การเรียกคืนคลื่นฯ ย่าน 470-590 เมกะเฮิรตซ์ ที่ปัจจุบันใช้ในกิจการโทรคมฯ มาจัดสรรให้กิจการบรอดแคสต์เหมือนในต่างประเทศ โดยคลื่นวิทยุโทรทัศน์ในประเทศไทยเริ่มที่ย่าน 510 เมกะเฮิรตซ์ รวมทั้งต้องสิ้นสุดสัมปทานช่อง 3 และ ช่อง 7 ที่ใช้คลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ บางส่วนก่อน จึงจะเริ่มศึกษาแผน Digital Dividend
ดังนั้น การใช้ประโยชน์คลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ขณะนี้ยังอยู่ในฝั่งกิจการบรอดแคสต์ และบางส่วนประมาณ 5-10% นำไปจัดสรรคลื่นทีวีดิจิทัล ซึ่งแผนการบริหารคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ จะไม่กระทบกับการจัดสรรและประมูลช่องทีวีดิจิทัล ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้แน่นอน





