สื่อสิ่งพิมพ์แกร่ง! หนุนสำนักพิมพ์ลงทุนต่อเนื่อง หลังงานวิจัยชี้คนอ่านออนไลน์เพิ่มแต่ใช้เวลาน้อย แม้กระแสดิจิทัลมาแรง
วงการสื่อสิ่งพิมพ์โลก ยังมั่นใจว่าหนังสือพิมพ์ยังคงอยู่ท่ามกลางกระแสดิจิทัล ที่ประเมินว่าสื่อสิ่งพิมพ์ใกล้สิ้นสุดลง แม้ยอดขายและรายได้จากโฆษณาจะลดลง แต่เชื่อว่าการปรับตัวและหาช่องทางรายได้ใหม่จะทำให้สามารถอยู่ต่อไปได้ โดยเฉพาะในเอเชีย ที่ตลาดสื่อสิ่งพิมพ์แข็งแกร่ง
นายแวงซองต์ เพอร์ริน (Vincent Peyrègne) ซีอีโอสมาคมสื่อหนังสือพิมพ์และผู้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์โลก (The World Association of Newspaper and News Publisher -- WAN-IFRA) กล่าวว่า อุตสาหกรรมสื่อกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยสื่อใหม่ เช่น สื่อออนไลน์กำลังเติบโตและเริ่มส่งผลต่ออุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์ ซึ่งพบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมารายได้โฆษณาบนหนังสือพิมพ์ลดลง 20% ขณะที่สหรัฐลดลงถึง 42% แต่ภาพรวมในเอเชียและละตินอเมริกายังคงเติบโตอยู่ แต่เติบโตลดลง ซึ่งสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยทั่วโลก
ส่วนยอดการขายหนังสือพิมพ์ทั่วโลกปี 2011 ลดลง 0.9% ขณะที่ข้อมูลปี 2008 ยอดขายหนังสือพิมพ์ ลดลง 2.2%
ผลสำรวจชี้คนยังนิยมอ่านนสพ.
นายเพอร์ริน ระบุว่า อุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์ในเอเชียยังเป็นตลาดที่มีสัดส่วนใหญ่ที่สุดในโลก แต่ก็มีแนวโน้มจะเคลื่อนย้ายไปสู่ดิจิทัลมากขึ้น โดยจากข้อมูลพบว่า แนวโน้มการสมัครสมาชิกหนังสือพิมพ์แบบซื้อครั้งเดียวลดลง 26% แต่ยอดการสมัครสมาชิกลดลงแค่ 8% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้อ่านยังนิยมอ่านหนังสือพิมพ์อยู่
"สำนักพิมพ์ต่างๆ ก็พยายามหาวิธีปรับตัว บ้างก็ปรับราคาฉบับพิมพ์ขึ้น ซึ่งผู้อ่านก็ยังรับได้ ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าเราก็ยังต้องลงทุนกับการตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ต่อไป แต่ขณะเดียวกันก็ต้องดูพฤติกรรมผู้บริโภคด้วยแล้วปรับตัว แม้เทรนด์จะไปดิจิทัล แต่หนังสือพิมพ์ก็ยังต้องมีอยู่"
นอกจากนี้ นายเพอร์ริน ยังมองว่า สื่อสิ่งพิมพ์ยังเป็นกระแสหลักของการบริโภคข่าวสารของผู้คน แม้ทีวีจะมีอิทธิพลมาก และมีสื่อใหม่ๆ เช่น โมบาย ทั้งสมาร์ทโฟน และแทบเล็ตเข้ามา
แต่ผลสำรวจยังพบว่า ครึ่งหนึ่ง หรือ 50.4% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะดูหนังสือพิมพ์บนเว็บ แต่ใช้เวลาเพียง 1.3 นาที หรือดูเฉลี่ยเพียง 0.9 หน้าเท่านั้น
"ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า อินเทอร์เน็ตเป็นตัวดึงคนอ่านเข้ามามากขึ้น แต่ก็ไม่ได้อยู่กับหน้าเว็บนานมากนัก"
แนะหารายได้จากหลายช่องทาง
อย่างไรก็ตาม นายเพอร์ริน ยอมรับว่า อุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์มีความซับซ้อน และไม่มียุทธศาสตร์เดียวที่เหมาะสมสำหรับการปรับตัวของสื่อในแต่ละประเทศ ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดขณะนี้คือ การใช้วิธีผสมผสานระหว่างการตีพิมพ์และเวอร์ชั่นดิจิทัลที่ต้องหาโมเดลการสร้างรายได้ที่เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละประเทศ
ในสหรัฐขณะนี้ 90% ของสำนักพิมพ์จะมีเวอร์ชั่นบนมือถือด้วยและมีการเก็บค่าสมาชิกสำหรับผู้ดาวน์โหลดบนมือถือหรือแทบเล็ต
ขณะที่ นายแพทริค แดเนียล Editor in Chief, English&Malay Newspaper, Singapore Press Holdings, Singapore กล่าวว่า ทิศทางผู้บริโภคเริ่มย้ายไปสู่ดิจิทัลเร็วมากขึ้น แต่รายได้จากเวอร์ชั่นดิจิทัลในปัจจุบันยังไม่สามารถรองรับต้นทุนของการทำข่าวได้
ดังนั้น แนวทางที่เป็นไปได้ คือ หนังสือพิมพ์ที่เป็นตัวเล่มยังต้องมีอยู่ แต่ก็ต้องใช้ยุทธศาสตร์ที่ผสมผสานกับเวอร์ชั่นดิจิทัลด้วย และอาจมีการเก็บค่าสมาชิกในแบบเวอร์ชั่นดิจิทัลร่วมด้วย แต่ก็ไม่จำเป็นต้องกำหนดเป็นมาตรฐานสำหรับการคิดค่าสมาชิกซึ่งขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การตลาดของแต่ละสำนักพิมพ์
"การปรับตัวของธุรกิจหนังสือพิมพ์เป็นสิ่งที่ต้องทำในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุน การมองหารายได้ใหม่ หรือหารูปแบบใหม่ๆ ในการนำเสนอ ซึ่งยังอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ ลองผิดลองถูกว่าอะไรเหมาะสมที่สุดสำหรับการปรับตัว เพราะถ้าหากเราทำสำเร็จ ก็ยังมีโอกาสที่ธุรกิจหนังสือพิมพ์จะยังทำกำไรสูงๆ ได้"
"กิตติรัตน์" ชี้ นสพ.สื่อทรงอิทธิพล
ด้าน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในโอกาสไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาหนังสือพิมพ์โลก การประชุมบรรณาธิการสื่อสิ่งพิมพ์โลก และการประชุมการโฆษณาทางหนังสือพิมพ์โลก ระหว่างวันที่ 2-5 มิ.ย. นี้ว่าหนังสือพิมพ์ยังเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลต่อสังคม แม้ปัจจุบันสื่อใหม่จะเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่หนังสือพิมพ์ก็ยังเป็นสื่อที่เข้าถึงผู้คนได้กว้างขวางกว่า เช่น ในไทยมีประชากรทั้งประเทศ 66 ล้านคน ในจำนวนนี้ราว 40% ใช้อินเทอร์เน็ต และมีประชากรราว 30% เริ่มใช้โซเชียล เน็ตเวิร์ค ซึ่งเป็นแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่สื่อออนไลน์เหล่านี้จะทำให้เกิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจ และเป็นช่องทางใหม่ที่ช่วยเปลี่ยนสังคมไปในทิศทางที่ดีขึ้น
แต่ก็ยังมีประชากรอีกราว 60% ของประเทศที่ยังไม่ออนไลน์หรือเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ดังนั้นหนังสือพิมพ์จึงยังเป็นช่องทางที่ดีสำหรับการแพร่กระจายข่าวสารถึงประชาชน และเข้าถึงได้มากกว่าสื่อดั้งเดิมประเภทอื่นๆ เช่น ทีวีและวิทยุ
ระบุหนังสือพิมพ์ยังเป็นสื่อหลัก
นอกจากนี้ ยังพบว่า ในจำนวนประชากรที่ออนไลน์ราว 40% ก็ไม่ได้รับข่าวสารจากสื่อออนไลน์เพียงอย่างเดียว แต่ยังอ่านหนังสือพิมพ์ที่เป็นตัวเล่มอยู่เช่นเดียวกัน ซึ่งในฐานะรัฐบาลก็ยังใช้สื่อหนังสือพิมพ์เป็นช่องทางในการให้ข้อมูลและเผยแพร่ข่าวสาร และยังมองว่าหนังสือพิมพ์ยังเป็นศูนย์กลางของสื่อทุกประเภท
"ไม่มีรัฐบาลประชาธิปไตยที่ใดในโลกที่สื่อไม่มีเสรีภาพ และสื่อก็ยังเป็นช่องทางที่สร้างผลกระทบมหาศาลในสังคม เป็นผู้กรองข่าวสารที่ประชาชนควรรับรู้ ซึ่งงานในครั้งนี้เป็นครั้งแรกของไทยและยังเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการประชุมของสภาหนังสือพิมพ์โลก และอีกสองงานสำคัญ ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าจะเป็นเวทีที่สื่อได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน สร้างเครือข่าย ยกระดับคุณภาพของนักหนังสือพิมพ์ ตลอดจนการรับมือกับความท้าทายของเทคโนโลยีใหม่ และยังสะท้อนความมีเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายกิตติรัตน์ กล่าว
ในงานนี้สภาหนังสือพิมพ์โลกยังได้มอบรางวัล "ปากกาทอง (Golden Pen of Freedom Laureate 2013)" ให้กับ นายถั่น ฮตัด อ่อง ประธานและหัวหน้าคณะผู้บริหารสื่อ "Eleven Media Group" ในเมืองย่างกุ้งของพม่า ในฐานะสื่อมวลชนที่ต่อสู้เพื่อเสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชน





