วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พลังแสง รวยรักษ์โลก

"บางกอกโซล่าร์ พาวเวอร์" ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมาก พิสูจน์คำทำนายที่ว่า "โซลาร์เซลล์มีศักยภาพ แต่ไม่มีอนาคตในไทย"

10 กว่าปีที่ผ่านมา ระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์เคยถูกตั้งเป้าให้ผลิตกระแสไฟฟ้าถึง 250 เมกกะวัตต์ แต่พอถึงปี 2554 เป้าที่ตั้งไว้กลับลดลงเหลือเพียง 45 เมกกะวัตต์เท่านั้น หรือคำทำนายที่ว่า "โซลาร์เซลล์มีศักยภาพ แต่ไม่มีอนาคตในไทย" จะเป็นจริง

คำทำนายนั้นไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของ "บางกอกโซล่าร์ พาวเวอร์" ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมาก (VSPP : Very Small Power Producer) จากพลังงานแสงอาทิตย์ เจ้าแรกของไทย แม้จะต้องเผชิญกับวิกฤติ "แช่แข็ง" พลังงานทางเลือก แต่ธุรกิจนี้หาทางรอดด้วยการออกไปทำการตลาดต่างประเทศทดแทน

ปั่นไฟขายให้ต่างชาติ

ดร.ทิศพล นครศรี ประธานกรรมการบริหารบริษัท บางกอกโซล่าร์ พาวเวอร์ หรือ บีเอสพี กล่าวว่า ประเทศพัฒนาแล้ว เช่น เยอรมนี ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ล้วนมีมาตรการสนับสนุน ทั้งด้านการบังคับและด้านการจูงใจ ที่จะเร่งรัดการแสวงหาพลังงานทดแทนมาใช้งาน โดยเฉพาะในภาคการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โดยมุ่งให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าใช้เอง เพื่อแบ่งเบาการผลิตจากระบบปกติที่สร้างมลภาวะให้เกิดโลกร้อน ด้วยการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน

"จากประสบการณ์ทำโซลาร์ฟาร์ม และสร้างโรงงานกว่า 15 แห่งในไทย ผมสามารถส่งต่อทักษะและความเชี่ยวชาญไปทำโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่เยอรมันได้ ซึ่งตอนนี้มีอยู่กว่า 8 โรงแล้ว รูปแบบการทำตลาดจะเน้นขายอุปกรณ์ติดตั้ง หรือแผงโซลาร์เซลล์ให้กับครัวเรือนหรืออาคารพาณิชย์ แล้วรับซื้อกระแสไฟฟ้าคืน เพื่อขายต่อให้กับการไฟฟ้าของเยอรมัน ถึงแม้ว่าอัตรารับซื้อจะไม่สูงเท่าไทย (13 บาท) คือ ประมาณ 6 บาทต่อหน่วย แต่นั่นก็เป็นทางออกและสัญญาณที่ดี ขณะที่ต้องคงปริมาณการผลิตในประเทศไว้เท่าเดิม ไม่อาจขยายตัวได้ในระยะเวลานี้"

นอกจากที่เยอรมนีแล้ว เขายังลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าที่ญี่ปุ่นถึง 2 แห่ง ตามด้วยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา อีก 2 แห่ง และกำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่อังกฤษ โดยจะเน้นการทำงานครบวงจร ด้วยการเป็นผู้พัฒนาโครงการออกแบบรับเหมา ก่อสร้าง ติดตั้้งระบบการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมทั้งเป็นผู้ลงทุน

"จุดแข็งของบีเอสพี คือครบวงจร เราสามารถค้าแผงเซลล์ไปติดตั้งบนหลังคาได้ รับติดตั้งจนสมบูรณ์และรับซื้อกระแสไฟคืนมา ในขณะที่เราก็ผลิตไฟฟ้าส่งต่อให้รัฐได้ เมื่้อเทียบกับคู่แข่งในประเทศหรือต่างชาติ อาทิ เยอรมนี โปแลนด์ และจีน ที่อาจทำได้เพียงหนึ่ง หรือไม่กี่อย่าง อีกทั้งประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกับกระแสพลังงานทางเลือก ทำให้โอกาสเติบโตในต่างแดน ประเทศใหม่ๆ ยังมีมาก แต่อุปสรรคคือต้องเรียนรู้นโยบายรัฐ ข้อกฎหมายและวัฒนธรรมการค้าของแต่ละประเทศให้ดี"

คาร์บอนเครดิต ขายข้ามชาติ

ขณะที่การค้าและการลงทุนด้านพลังงานในต่างประเทศกำลังไปได้สวย ดร.ทิศพลยังริเริ่มนำโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์กว่า 15 แห่ง เข้าจดทะเบียนกับหน่วยงาน UNFCCC ของสหประชาชาติ เพื่อจำหน่ายคาร์บอนเครดิตให้กับประเทศพัฒนาแล้ว

คาร์บอนเครดิต คือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สามารถลดได้จากการดำเนินโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด หรือ CDM (Clean Development Mechanism) เพื่อให้ประเทศที่พัฒนาแล้วที่ประสบปัญหาในการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถซื้อโควตาคาร์บอนจากผู้ประกอบการในประเทศกำลังพัฒนาที่มีโครงการพัฒนาที่สะอาด พูดง่ายๆ ว่าเป็นการค้าขายแลกเปลี่ยนก๊าซเรือนกระจก ตามพิธีสารเกียวโต ซึ่งเป็นบันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศฉบับเดียวของโลกที่มีเป้าหมายผูกพันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ดร.ทิศพล บอกว่า ความน่าสนใจของการขายคาร์บอนเครดิตของบีเอสพี อยู่ที่ความเชื่อมโยงของธุรกิจพลังงานสะอาดเข้ากันได้ดีกับแนวทางลดโลกร้อน ด้วยการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก เพราะโครงการที่มีสิทธิขายคาร์บอนเครดิต ได้แก่ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงาน การผลิตพลังงานหมุนเวียน การเปลี่ยนเชื้อเพลิง การกักเก็บและการเผาทำลายก๊าซมีเทน การปรับเปลี่ยนวิธีการทำเกษตรกรรมและปศุสัตว์ การจัดการน้ำเสียและขยะ และการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม ซึ่งตรงกับธุรกิจของเขาพอดี ทำให้สามารถได้รับรายได้สองต่อจากการค้าพลังงงานไฟฟ้า และขายอัตราคาร์บอนให้กับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ได้

แต่ละปีเขาสามารถสร้างรายรับหลักแสนบาทเลยทีเดียว