ด้วยพฤติกรรมที่เด่นชัดของคนเจน-เอ็กซ์ ชอบอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเป็นทางการ เป็นตัวของตัวเองสูงและมีความคิดสร้างสรรค์ 'บ้านโมดูลาร์' จึงเกิดขึ้น
สาลินีย์ ทับพิลา - รายงาน
ด้วยพฤติกรรมที่เด่นชัดของคนเจน-เอ็กซ์ คือ ชอบอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเป็นทางการ เป็นตัวของตัวเองสูงและมีความคิดสร้างสรรค์ "บ้านโมดูลาร์" จึงเกิดขึ้นเพื่อตอบความต้องการของคนกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนการตลาดในยุคปัจจุบัน
ธุรกิจบ้านโมดูลาร์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ที่ผ่านมาจำกัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจรีสอร์ตและมินิออฟฟิศ ยังไม่แพร่หลายในกลุ่มผู้อยู่อาศัยทั่วไป แต่การเปลี่ยนไปของเทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยและปัจจัยด้านค่าแรง ได้สร้างแรงกระเพื่อมผลักธุรกิจนี้เข้ามาอยู่ในกระแสธุรกิจบ้าน
: บ้านไม่'บาน’
"เอสทู" (STWO) บริษัทผลิตและออกแบบรวมถึงจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์เพื่อการตกแต่งบ้านมานานกว่า 30 ปี ตัดสินใจออกแบบ "ไอดอล มาย" (Aidol MYH) บ้านสำเร็จรูประบบโมดูลาร์ในปี 2554 จากโจทย์ปัญหาของธุรกิจก่อสร้างในไทย ที่ขาดแคลนแรงงาน ช่างฝีมือแรงงาน รวมไปถึงต้นทุนทั้งวัสดุก่อสร้าง ค่าแรงและเวลา ทำให้บ้านส่วนมากมักกลายเป็น "บาน" เสร็จช้ากว่ากำหนด งบก็เพิ่มสูงกว่าที่ตั้งไว้
ไอดอลมายหรือบ้านโมดูลาร์ช่วยลดปริมาณการใช้วัสดุ แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ประหยัดเวลา และช่วยลดปริมาณขยะจากการก่อสร้าง ไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อการอยู่อาศัยและเพื่อการพาณิชย์ได้ง่ายๆ
"ไอดอลมายเป็นการขยายไลน์สินค้าของแบรนด์ไอดอล ที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบบันไดสำเร็จรูป ผนวกกับความโดดเด่นของแบรนด์ในเครือ อาทิ สตาร์มาร์ค-เครื่องครัวและเฟอร์นิเจอร์ โมเก้น-สุขภัณฑ์ กลายเป็นนวัตกรรมงานดีไซน์เพื่อการอยู่อาศัยแบบครบวงจร" พีรพัฒน์ ศรีสกุลภิญโญ ประธานกรรมการบริหารเอสทูกรุ๊ป กล่าว
ลักษณะเด่นของบ้านโมดูลาร์คือ ใช้โครงสร้างเหล็กสำหรับอาคารสูง ทนต่อแผ่นดินไหว อายุใช้งาน 30-40 ปี การผลิต 100% ในโรงงานที่ได้มาตรฐานและรวดเร็ว สามารถเคลื่อนย้ายเพื่อการติดตั้งได้สะดวก อีกทั้งมีการกำหนดมิติของขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ได้ด้วย
พีรพัฒน์ อธิบายว่า หลังจากเจรจาได้ข้อตกลงกับลูกค้าแล้ว จะใช้เวลาราว 45 วันผลิตเหล็กโครงสร้าง และใช้เวลาติดตั้ง 2 วัน แบ่งเป็น 1 วันสำหรับการวางระบบฐานราก และยกโมดูลไปติดตั้งอีก 1 วันก็เสร็จเรียบร้อย โดยแบ่งเป็น 4 ไซส์ ไซส์เล็กสุด 23 ตารางเมตรในราคาเริ่มต้น 4 แสนบาท แต่สามารถเลือกออกแบบหรือต่อเติมได้ไม่จำกัดความกว้าง หรือจะเพิ่มเติมให้กลายเป็นบ้านสูงได้เต็มที่ถึง 3 ชั้น
พื้นที่ขนาด 23 ตารางเมตร ทีมออกแบบสามารถจัดพื้นที่ทำงานเล็กๆ มีโต๊ะอาหาร โซนพักผ่อน ครัวขนาดเล็กและห้องน้ำ พร้อมระบบฟอกอากาศ เครื่องปรับอากาศ และระบบไฟฟ้าในตัว นอกจากจะใช้เป็นพื้นที่ส่วนตัวแล้ว ยังสามารถปรับเป็นออฟฟิศเล็กๆ หรือจะเป็นรีสอร์ตสำหรับกลุ่มเอสเอ็มอี ห้องดนตรีหรือสำนักงานขาย เป็นต้น
: ตอบโจทย์พื้นที่เฉพาะตัว
“บ้านโมดูลาร์จะเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมต่างๆ ของไทยมากขึ้น แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะมีการทำตลาดบ้านที่เรียกว่า น็อคดาวน์กันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบ” มุมมองของพีรพัฒน์พร้อมชี้ว่า เอสทูมีความเชี่ยวชาญในองค์ประกอบต่างๆ ทั้งเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว สุขภัณฑ์ บวกกับได้แนวคิดและเทคโนโลยีมาจากยุโรปและญี่ปุ่น จากนั้นใช้เวลาอีก 2 ปีในการพัฒนาระบบบ้านโมดูลาร์กระทั่งได้ระบบที่สมบูรณ์ และได้รับสิทธิบัตรการออกแบบเรียบร้อยแล้ว
ในปี 2556 เจ้าของไอเดียตั้งเป้าที่ 200-300 หลัง จากการเปิดตัวครั้งแรกในงาน “สถาปนิก’56” และจะร่วมงานแฟร์ที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งเป้าว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป
“เอสทูในวันนี้ไม่ได้จำกัดขอบเขตบริการแค่สินค้าหรือการตกแต่งภายในอีกต่อไป แต่เรานำเสนอนวัตกรรมงานดีไซน์พื้นที่อยู่อาศัยสำหรับอาคารทั้งหลัง โดยให้ความสำคัญกับไลฟสไตล์ผู้อยู่อาศัยเป็นศูนย์กลาง พร้อมกันกับสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้หลากหลาย เชื่อว่าจะทำให้บริษัทสามารถเพิ่มยอดขายได้สูงถึง 30% ตามอัตราการเจริญเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้” เขาทิ้งท้าย
ติดตามคลิปผ่าน iSnap หรือ http://eureka.bangkokbiznews.com/detail/video/508478 และ http://youtu.be/JYjI5cOpArI





