กสทช.ออกโรงแนะลูกค้าเติมเงินหากต้องการย้ายจาก 2จี ไป 3จี ใหม่ ควรใช้เงินที่มีในระบบให้หมดก่อน เพราะหากย้ายแล้วเงินจะถูกริบ
นายฐากร ตัณฑสิทธิ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวยอมรับว่า หากลูกค้าที่ใช้บริการระบบพรีเพด (เติมเงิน) ต้องการโอนย้ายจากระบบ 2จี ไปยัง 3จี คลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จำเป็นต้องใช้เงินคงเหลือในบัตรให้หมดก่อนโอนย้าย
ทั้งนี้ ในขั้นตอนการโอนย้ายจาก 2จี ไปยัง 3จี แม้จะเป็นผู้ให้บริการรายเดิมที่ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาให้บริการ แต่ถือเป็นนิติบุคคลใหม่ ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เนทเวอร์ค ในเครือเอไอเอส บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค เครือดีแทค และบริษัท เรียลฟิวเจอร์ กลุ่มบมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น ดังนั้นการใช้บริการคงสิทธิเลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ตทิบิลิตี้) ยังไม่สามารถรองรับการเปลี่ยนผ่านได้ และไม่สามารถนำเงินที่เหลือไปใช้ได้
"หากลูกค้าใช้บัตรเติมเงินและมีเงินเหลือในระบบไม่ว่าจำนวนเท่าไร แต่ลูกค้าอยากย้ายจากเอไอเอสไปยังเอดับบลิวเอ็น หรือย้ายจากทรูมูฟ เอชไปยังเรียลฟิวเจอร์ ประชาชนควรใช้เงินในระบบของตัวเองให้หมดก่อน หรือโอนไปให้ผู้อื่นเพราะเมื่อลูกค้าย้ายไป3จี แล้วเงินจะไม่ติดไปด้วย ขณะนี้กสทช.ได้ประสานกับโอเปอเรเตอร์แล้วว่าจะมีทางออกให้ลูกค้าอย่างไรบ้าง"
เขาเชื่อว่าช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า การโอนย้ายเลขหมายจะคึกคักและมียอดโอนย้ายเพิ่มขึ้นแน่นอน จึงได้กำชับให้บริษัท ศูนย์กลางโอนย้ายเลขหมาย จำกัด (เคลียร์ริ่งเฮ้าส์) เร่งรายงานการโอนย้ายให้ทราบ และแจ้งยอดว่ามีลูกค้าโอนจากระบบอะไรไประบบอะไรอย่างละเอียด
ทั้งนี้ เมื่อมติคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ให้ลดราคาค่าธรรมเนียมโอนย้ายเหลือ 29 บาท จาก 99 บาท ประชาชนต้องไปโอนย้ายจำนวนมากจึงได้สั่งให้เอกชนเพิ่มพนักงานรับเรื่อง และเร่งขยายความจุโครงข่ายให้ได้รายละ 60,000 เลขหมายต่อวัน รวมทั้งอุตสาหกรรมจะเป็น 300,000 เลขหมายต่อวัน
ปัจจุบันในไทยมีการยื่นขอใช้เลขหมายราว 130 ล้านเลขหมาย แต่ใช้เลขหมายจริง 85 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นพรีเพด (เติมเงิน) 75 ล้านเลขหมาย โพสต์เพด (รายเดือน) 10 ล้านเลขหมาย
"หลังมีสมาร์ทดีไวซ์ เพิ่มขึ้นจำนวนทรัพยากรเลขหมายจะสูงขึ้นไปด้วย ดังนั้นการใช้เลขหมายโทรคมนาคม กสทช.อยากขอความร่วมมือกับประชาชนให้ลงทะเบียนแจ้งรายละเอียดผู้ใช้งาน เพื่อความสะดวกในการสืบทราบตัวผู้ใช้งานจริง"





