สมาร์ทฟาร์มเมอร์ โฉมใหม่ของเกษตกรไทยยุคเจนเนอเรชันวาย จากความพยายามปลุกปั้นผ่านโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่
กานต์ดา บุญเถื่อน รายงาน
'สมาร์ทฟาร์มเมอร์'หรือเกษตรกรปราดเปรื่อง ครบเครื่องด้วยวิชาการทุกสาขาวิชาทั้งด้านการเกษตร การตลาด การบริหารจัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศและเศรษฐศาสตร์ คือโฉมใหม่ของเกษตกรไทยยุคเจนเนอเรชันวาย จากความพยายามปลุกปั้นผ่านโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรรุ่นใหม่
โครงการดังกล่าวมุ่งสร้างเกษตรกรสายพันธุ์ใหม่ ให้มีความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี ในปี 2558 นำร่องแล้ว 30 คนจากนิสิตนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วไม่เกิน 5 ปี และเป็นทายาทเกษตรกรที่อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจเกษตรกรรม โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
ธุรกิจปลาสวยงามเรียลไทม์
ตฤณ ธรรมเนียม นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็น 1 ใน 30 ว่าที่เกษตรกรรุ่นใหม่ ที่เลือกสานต่อธุรกิจปลาสวยงาม ซึ่งก่อนหน้านี้ดำเนินการโดยไม่มีแผนธุรกิจรองรับที่เป็นระบบระเบียบเท่าใดนัก
“ธุรกิจปลาสวยงามใครก็ทำได้ แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องสร้างจุดเด่นของธุรกิจให้ลูกค้าสนใจ อยากเข้ามาดูและกลายเป็นลูกค้าขาประจำในที่สุด ยกตัวอย่างกลยุทธ์การขายและบริการหลังการขาย ต้องไม่ถูกมองข้าม เพราะสามารถใช้เป็นจุดขายที่มัดใจลูกค้า ไม่ให้เปลี่ยนใจไปใช้บริการที่อื่น”
จุดเด่นของธุรกิจปลาสวยงามของตฤณ อยู่ที่ช่องทางการจำหน่าย มีทั้งขายตรงและขายผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งนำเสนอข้อมูลภาพประกอบแหล่งที่มาของปลา ทั้งยังถ่ายทอดสดแบบเรียลไทม์โชว์ปลาสวยงามในกลุ่มที่ได้รับความนิยม เช่น ปลาทอง ปลาคราฟ เพื่อเรียกความสนใจและแตกต่างจากผู้ค้ารายอื่น พร้อมกันนี้เขายังทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ อาหารสำหรับเลี้ยงสัตว์น้ำรวมถึงพรรณไม้น้ำที่ใช้ตกแต่งตู้ปลา เพื่อให้เป็นธุรกิจปลาสวยงามมีความครบวงจร
แผนธุรกิจปลาสวยงาม ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และได้รับการสนับสนุนให้เข้าโครงการบ่มเพาะนักธุรกิจต่อเนื่องอีกเป็นเวลา 1 ปี เพราะมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุน ขณะที่ตฤณมีแผนจะขยายกิจการในรูปของแฟรนไชส์ให้เข้าถึงลูกค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยไม่ต้องเสียค่าขนส่งในราคาแพง
อุปสรรคที่จะตามมาน่าจะเป็นเรื่องความรู้ความสามารถของผู้ที่ต้องการซื้อธุรกิจไปสานต่อ ซึ่งต้องผ่านการทดสอบเรื่องความรู้พื้นฐานในการดูแลสัตว์น้ำ ความมีใจรักและใส่ใจธุรกิจอย่างจริงจัง จึงจะทำให้ธุรกิจปลาสวยงามของเขาไปได้ไกลและติดตลาดในที่สุด
อาริษาฟาร์มเห็ด
อาริษา นันทา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ตัดสินใจต่อยอดกิจการฟาร์มเห็ดของครอบครัว ซึ่งทำมาร่วม 10 ปีบนพื้นที่ 1 ไร่ เพราะต้องการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านในชุมชน ที่ไม่ต้องเดินทางไปทำงานนอกพื้นที่
เธอมีแผนจะขยายฟาร์มเป็น 3 ไร่ โดยหันมาเพาะเห็ดหัวลิงหรือเห็ดภู่มาลา หรือในชื่อคุ้นเคยทางธุรกิจ ยามาบูชิตาเกะ เห็ดขอนขาว เห็ดโคนญี่ปุ่น และเห็ดนางฟ้าภูฏาน จากเดิมที่เพาะเห็ดฟางจากทะลายปาล์มและขี้ยางพารา และเห็ดนางฟ้าซึ่งเป็นเห็ดที่นิยมบริโภค
“ธุรกิจฟาร์มเห็ดมีโอกาสทางการตลาดรออยู่มาก ผู้บริโภคมีความต้องการในปริมาณที่ไม่จำกัด ประกอบกับที่เรามีความรู้ซึ่งถ่ายทอดมาจากครอบครัว เช่น การรักษาอุณหภูมิ การคัดเลือกเชื้อที่มีลักษณะดี ก็ยิ่งคิดว่าโอกาสของแผนธุรกิจฟาร์มเห็ดจะเดินหน้าต่อไปได้ไม่ยาก”อาริษา กล่าว
การเข้ารับการอบรมในโครงการครั้งนี้ อาริษา กล่าวว่า ไม่เพียงทำให้รู้จุดอ่อนของแผนธุรกิจ ซึ่งคณะกรรมการแนะนำว่าต้องปรับในเรื่องพื้นที่ทำฟาร์มให้มากกว่า 3 ไร่ เพื่อให้มีเห็ดเพียงพอที่จะจำหน่ายได้ต่อเนื่องทุกวัน แต่ยังได้ความรู้ในการวางแผนธุรกิจต่างๆ เพราะถ้าจะต้องทำธุรกิจจริงๆ ย่อมมีทั้งอุปสรรค ปัญหา ทั้งสภาพแวดล้อม และกลไกตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงต้องสามารถจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าเหล่านั้นให้ได้ด้วย เพื่อที่จะเป็นเกษตรกรสายพันธุ์ใหม่อย่างแท้จริง
อาเซียนในมือเกษตรกรไทย
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในอนาคตอันใกล้การแข่งขันเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะการทำเกษตรกรรม จะมัวพึ่งพาการตลาดจากพ่อค้าคนกลางอย่างเดียวต่อไปไม่ได้ เพราะจะทำให้เกษตรกรค่อยๆขาดทุน จนมีหนี้สินถึงขั้นนำที่ดินไปจำนอง สุดท้ายก็ถูกยึดและขาดที่ดินทำกิน ผันตัวเองมาเป็นผู้เช่า และเมื่อถึงรุ่นลูกรุ่นหลานก็หันไปทำอาชีพอื่นกันเสียหมด
“ถึงเวลาแล้วที่ทุกส่วนจะต้องหันมามองว่าจะทำอย่างไรให้อาชีพเกษตรกรรมเข้มแข็งขึ้น ก่อนที่จะล้มหายตายจากไปจนเหลือแต่ระบบอุตสาหกรรมสำเร็จรูป หรือพึ่งพาสินค้านำเข้าในรุ่นลูก”ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวและว่า หัวใจสำคัญของอาชีพเกษตรกรคือ ต้องมีแรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์ในการบริหารจัดการจึงจะตามมา
ทั้งนี้ อนาคตหากเกษตรกรไทยมีการวางแผนธุรกิจและการบริหารจัดการที่ดี เกษตรกรรมไทยมีแต่จะไปได้ไกล เพราะประเทศไทยมีความได้เปรียบเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนทั้งเรื่องของภูมิประเทศที่เหมาะสมกับการทำเกษตรกรรม ความหลากหลายของพืช ผัก และผลไม้นานาชนิด รวมถึงการเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคซึ่งจะทำให้เกษตรกรไทยยิ่งมีโอกาสเหนือกว่าชาติอื่นๆ





