วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชงแก้เกณฑ์ทีวีดิจิทัล ผวารายเดิมผูกขาด

"ธวัชชัย"แจงอนุแข่งขันฯ กสทช. เสนอแก้เกณฑ์ประมูล "ทีวีดิจิทัล" 24 ช่อง หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อน-ผูกขาดผู้ให้บริการโครงข่าย-ช่องทีวิดิจิทัล

การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้อนุมัติร่างประกาศหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล สำหรับ 24 ช่องธุรกิจระดับชาติ ซึ่งได้กำหนดกระบวนการ วิธีการ และหลักเกณฑ์ประมูลคลื่นความถี่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล)

โดยหลักเกณฑ์การประมูลจะกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูลต้องวางเงินเพื่อรับซองเข้าร่วมประมูล จำนวน 1 ล้านบาท ต่อ 1 ช่อง วางเงินประกัน 10% ของราคาตั้งต้นในแต่ละประเภทช่องรายการ กำหนดประมูลแบบ forward auction ใช้เวลาประมูลประมาณ 60 นาที ยกเว้นจะมีผู้ชนะประมูลมากกว่าจำนวนช่องรายประเภท จะต่อเวลาครั้งละ 5 นาที จนกว่าจะได้ผู้ชนะประมูล

สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินสำหรับผู้ชนะการประมูล แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือการจ่ายเงินตั้งต้นการประมูล จะแบ่งจ่ายเป็น 4 งวด ระยะเวลา 4 ปี โดยงวดแรกต้องจ่ายในอัตรา 50% ของเงินประมูลตั้งต้น งวดที่ 2 จ่าย 30% งวดที่ 3 และ 4 งวดละ 10% และส่วนที่ 2 เงินที่เพิ่มขึ้นจากการแข่งขัน ผู้ชนะจะต้องแบ่งจ่าย 6 งวด ระยะเวลา 6 ปี โดยงวด 2 งวดแรก งวดละ 10% ของเงินส่งเพิ่มจากการแข่งขัน ส่วนปีที่ 3-6 จะจ่ายงวดละ 20%

หวั่นร่างฯผลประโยชน์ทับซ้อน

นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่าร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ พ.ศ. ....(หลักเกณฑ์ประมูลทีวีดิจิทัล) ซึ่ง กสท.มีมติรับหลักการเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2556 เป็นร่างหลักเกณฑ์ที่ เสนอโดยผ่านความเห็นจากคณะอนุกรรมการจัดทำแผนปรับเปลี่ยนระบบการรับส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล (อนุ DSO)

คณะอนุกรรมการชุดนี้มีตัวแทนกรรมการ จากผู้ประกอบการ "ฟรีทีวี" ช่องหลักหลายช่องร่วมอยู่ด้วยและผู้ประกอบการดังกล่าวมีแนวโน้มจะเป็น "ผู้ร่วม" ประมูลโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง ที่ กสทช.กำหนดให้มีการประมูลเดือนส.ค.-ก.ย.นี้ ด้วย

ดังนั้นจึงทำให้หลักเกณฑ์ที่กำหนดในร่างประกาศฯ มีประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ไม่ชอบธรรมทั้งในขั้นตอนการดำเนินการ และอาจมีข้อกำหนดที่ขัดต่อหลักการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ในฐานะประธานอนุกรรมการส่งเสริมและกำกับดูแลการแข่งขันในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กสทช. (อนุแข่งขันฯ) จึงร่วมกันพิจารณาให้ข้อเสนอและตั้งข้อสังเกต เพื่อปรับปรุงแก้ไขร่างประกาศฯ ดังกล่าวโดยมี 5 ประเด็นหลักๆ ที่เห็นควรแก้ไขประกอบด้วย

อนุแข่งขันชงแก้เกณฑ์ประมูล

ประเด็นที่ 1 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานในการวางหลักประกันการประมูล และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายใหม่และรายย่อยที่มีศักยภาพ ได้มีโอกาสเข้าร่วมการประมูลโดยไม่ติดขัดในการต้องเร่งหา "เงินสดหรือเช็คธนาคาร" มาวางเป็นหลักประกัน โดยอนุแข่งขันฯ เสนอให้เพิ่มเติมการใช้ "หนังสือค้ำประกัน" จากสถาบันการเงินประเภทธุรกิจธนาคารพาณิชย์ตามพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 (Bank Guarantee) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการวางหลักประกัน ซึ่งเป็นการใช้เช่นเดียวกับกรณีการประมูล 3จี ที่ผ่านมา

ประเด็นที่ 2 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดหรือเลือกปฏิบัติในภายหลัง ในหลายประเทศเลือกใช้วิธีการกำหนดให้ผู้ให้บริการโครงข่าย (MUX operator) แยกออกจากผู้ให้บริการช่อง (Channel provider) โดย “ห้าม MUX เป็นเจ้าของช่อง” เว้นแต่ในกรณีกิจการสาธารณะ (Public Service Broadcasting) ในประเทศไทยเนื่องจากผู้ให้บริการโทรทัศน์รายเดิม (ฟรีทีวี) เป็นเจ้าของโครงข่ายและเป็นผู้ให้บริการช่องรายการ และมีแนวโน้มที่จะขอใบอนุญาต ในกิจการทั้ง 2 ประเภท

การที่ผู้ให้บริการโครงข่ายและผู้ให้บริการช่องทีวีดิจิทัล เป็นรายเดียวกันสามารถส่งผลให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage) เมื่อเปรียบเทียบกับรายอื่น ซึ่งเป็นประเด็นที่อาจนำไปสู่การผูกขาด หรือลด หรือจำกัดการแข่งขันได้ในภายหลัง

อนุแข่งขันฯ จึงขอให้พิจารณาในประเด็นดังกล่าวอย่างรอบคอบ โดยขอเป็นผู้ยกร่างหลักเกณฑ์การเลือกใช้โครงข่ายโทรทัศน์ของผู้ให้บริการช่องรายการ เพื่อเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติม โดยจะเร่งเสนอต่อ กสทช. โดยเร็วก่อนมีการประมูลทีวีดิจิทัล

กำหนด"เอชดี"ประมูลช่องแรก

ประเด็นที่ 3 การประมูลของที่มีลักษณะทดแทนกันได้ ดังนั้นควรกำหนดให้มีการเรียงลำดับการประมูลแยกตามหมวดหมู่ประเภทช่องรายการนั้น จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ “การจัดลำดับ” การประมูล โดย อนุแข่งขันฯ เห็นว่าลำดับที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการประมูลนั้น ควรเรียงโดยอาศัยข้อมูลความต้องการของผู้เข้าร่วมประมูล หรือเรียงลำดับตามมูลค่า หรือราคาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการประมูล

โดยเสนอให้นำราคาตั้งต้นในแต่ละหมวดหมู่มาเป็นเกณฑ์ในการจัดลำดับ เนื่องจากราคาตั้งต้นการประมูลแต่ละหมวดหมู่กำหนดขึ้นจากการประเมินมูลค่าและความต้องการของผู้เข้าร่วมประมูล และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดสรรเห็นควรให้เรียงลำดับการประมูลจาก “ราคาสูงสุดไปหาต่ำสุด” คือ เริ่มจากช่องเอชดี วาไรตี้ ข่าว และช่องเด็ก

ปรับเงื่อนไขเคาะจบประมูล

ประเด็นที่ 4 โดยทั่วไปการประมูลที่เน้นประสิทธิภาพในการแข่งขันจะไม่กำหนดระยะเวลาตายตัวว่าควรจบลงภายในระยะเวลาเท่าใด แต่จะกำหนดให้หยุดลงเมื่อไม่มีการเสนอราคาเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้นเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น อนุแข่งขันฯ เสนอให้ เพิ่มเติมเงื่อนไขการสิ้นสุดการประมูลเมื่อ “ไม่มีการเสนอราคาเพิ่มภายใน 5 นาที นับแต่การเสนอเพิ่มราคาครั้งก่อนหน้า”

โดยการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้ได้ราคาประมูลที่มีประสิทธิภาพ และเปิดให้มีการตัดสินใจอย่างเพียงพอในการประมูลรอบสุดท้าย และป้องกันการทุ่มประมูลโดยแย่งชิงความได้เปรียบในช่วงเวลาสุดท้ายของการประมูล

ประเด็นที่ 5 เพื่อให้ผู้ให้บริการทีวีดิจิทัล มีการประมาณการรายรับ รายจ่ายและบริหารเงินสดได้ง่ายขึ้น และมีเงินทุนเพียงพอในการให้บริการตามเงื่อนไขที่ กสทช.กำหนด อนุแข่งขันฯ เสนอให้พิจารณา “ปรับเปลี่ยนระยะเวลา” การชำระเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในส่วนที่เกินกว่าราคาขั้นต่ำ โดยให้ดำเนินการได้ภายหลังจากผ่านพ้นระยะเวลา 3 ปี นับแต่ที่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งจะเป็นการยืดระยะเวลาการชำระเงินให้สอดคล้องกับรายรับของทีวีดิจิทัลที่ต้องใช้เวลานาน

นายธวัชชัย กล่าวว่า ในขั้นตอนการปฏิบัติ อนุแข่งขันฯ จะเสนอความเห็นต่อ กสท.ในการประชุมวันที่ 20 พ.ค. นี้ หาก กสท. มีมติรับข้อเสนอในส่วนที่ขอปรับปรุงแก้ไข จะต้องนำร่างประกาศนี้เข้าสู่ที่ประชุม กสทช. (บอร์ดใหญ่) เพื่อขอความเห็นและขอความเห็นชอบให้จัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามขั้นตอนต่อไป