วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสท.เคาะราคาตั้งต้นทีวีดิจิทัลธุรกิจ

บอร์ด กสท.เคาะ"ราคาตั้งต้น"ทีวีดิจิทัล 24 ช่อง เด็ก 140 ล้าน, ข่าว 220 ล้าน,วาไรตี้ 380 ล้าน และเอชดี 1,510 ล้าน รวมรายได้ 1.5 หมื่นล้าน

การประชุม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วานนี้ (7 พ.ค.) มีวาระสำคัญเรื่องการพิจารณาการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่โทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ประเภทธุรกิจจำนวน 24 ช่อง ตามที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและทีมผู้เชี่ยวชาญได้ศึกษา เพื่อนำไปกำหนด "ราคาตั้งต้น" ประมูลทีวีดิจิทัลธุรกิจ ในปีนี้

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท. มีมติ "เห็นชอบ" ผลการศึกษาการประเมินมูลค่าคลื่นความถี่ทีวีดิจิทัล ของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเสนอการพิจารณา 3 โมเดล คือ บิซิเนส แพลน, เศรษฐมิติ และการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ โดย 2 โมเดล คือ บิซิเนส แพลน และเศรษฐมิติ มีราคาใกล้เคียงกัน

โดยบอร์ด กสท. เห็นชอบราคาประเมินคลื่นฯ ภายใต้โมเดล "บิซิเนส แพลน" คือ พิจารณาจากแผนธุรกิจในกิจการโทรทัศน์และคาดการณ์จำนวนผู้เข้าประมูล มาคำนวณเป็นราคาประเมินมูลค่าคลื่นฯ

รวมทั้งเห็นชอบ "ราคาประเมินคลื่นฯ" เป็นตัวเลขเดียวกับ "ราคาตั้งต้น" ประมูล "ทีวีดิจิทัล" ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง ประกอบด้วยช่องรายการความคมชัดมาตรฐาน (standard definition : SD) และช่องรายการความคมชัดสูง (high definition : HD) แบ่งเป็น ช่องเด็ก SD 3 ช่อง, ข่าว SD 7 ช่อง, วาไรตี้ SD 7 ช่อง และ เอชดี 7 ช่อง

กำหนดราคาตั้งต้นประมูลทีวีดิจิทัล ช่องเด็ก SD ราคา 140 ล้านบาทต่อช่อง, ช่องข่าว SD 220 ล้านบาทต่อช่อง, ช่องวาไรตี้ SD 380 ล้านบาทต่อช่อง และ ช่อง เอชดี 1,510 ล้านบาทต่อช่อง โดยเป็นการปรับเพิ่มตัวเลขเพิ่มเล็กน้อยจากราคาประเมิน ที่คณะที่ปรึกษาเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ

"ราคาตั้งต้นทีวีดิจิทัลธุรกิจ ที่บอร์ด กสท. เห็นชอบ จะเป็นราคาที่ใช้ประมูล โดยไม่มีส่วนลด เพิ่มเติมตามจำนวนผู้เข้าประมูลอีก" พ.อ.นที กล่าว

ชงวิธีประมูลสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ จะมีการพิจารณา "วิธีการประมูล" ในการประชุมบอร์ด กสท. วันอังคารที่ 14 พ.ค. นี้ โดยสำนักงาน กสทช. ได้เสนอวิธีการเพิ่มเงินในการประมูล แบ่งรายประเภทช่อง ประกอบด้วย ช่องเด็ก เพิ่มครั้งละ 1 ล้านบาท, ช่องข่าว ครั้งละ 2 ล้านบาท, ช่องวาไรตี้ ครั้งละ 5 ล้านบาท และ ช่องเอชดี ครั้งละ 10 ล้านบาท รวมทั้งวิธีการประมูลอื่นๆ

วิธีการประมูลจะแบ่งออกเป็น 4 ครั้ง ตามประเภทช่องทีวีดิจิทัล คือ ช่องเด็ก, ข่าว, วาไรตี้ และ เอชดี ทั้งนี้ หาก "จำนวนผู้เข้า" ประมูลรายประเภทมีเท่ากับจำนวนช่องที่จะประมูล คณะกรรมการฯ "อาจจะ" พิจารณา "ยกเลิก" การประมูล โดยขยายเวลาให้ผู้สนใจมาเสนอตัวประมูลเพิ่ม และหากขยายเวลาเพิ่มเติมแล้ว ไม่มีผู้สนใจประมูลเพิ่มอีก ก็จะพิจารณาประมูลในกรณีที่ จำนวนผู้เข้าประมูลเท่ากับจำนวนช่อง แต่การกำหนดเพดานให้ผู้ประมูล 1 ราย สามารถประมูลได้ 3 ช่อง โดยกำหนดเงื่อนไข "ห้าม" ช่องเอชดี ประมูลช่อง "ข่าว" ถือเป็นการเพิ่มจำนวนผู้เข้าประมูลรายประเภท ให้มีเกินจำนวนช่อง โดยเฉพาะช่องเด็ก

"เชื่อว่าจะมีผู้ประมูลเคาะเพิ่มมูลค่าแน่นอน เพราะว่าผู้ชนะประมูลรายประเภทจะได้ใบอนุญาตช่องทีวีดิจิทัล 15 ปี ผู้ประมูลด้วยราคาสูงสุดจะได้สิทธิในการเลือกลำดับช่อง" พ.อ.นที กล่าว

โดยกำหนดเลขช่องทีวีดิจิทัล ประเภทธุรกิจต่อจาก ทีวีดิจิทัล สาธารณะ จำนวน 12 ช่อง คือ ช่องเด็ก ลำดับที่ 13-15, ช่องข่าว ลำดับที่ 16-22, ช่องวาไรตี้ ลำดับที่ 23-29 และช่องเอชดี ลำดับที่ 30-36

คาดแจกคูปองครัวเรือนละ 690 บาท

พ.อ.นที กล่าวว่า จากราคาตั้งต้นประมูลทีวีดิจิทัล ธุรกิจ 24 ช่องดังกล่าว รวมเป็นรายได้ราคาประเมินคลื่นฯ ทีวีดิจิทัล 15,190 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นมูลค่าที่บอร์ด กสทช. และผู้บริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ เห็นชอบให้นำไปสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการรับชมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล ด้วยการสนับสนุน "คูปอง" ให้ 22 ล้านครัวเรือนไทยทั่วประเทศ เบื้องต้นโดยเฉลี่ยจะได้รับครัวเรือนละ 690 บาท เพื่อนำไปเป็น "ส่วนลด" ซื้อเครื่องรับโทรทัศน์ดิจิทัล หรือกล่องรับสัญญาณ (set top box) ติดตั้งกับจอทีวีเดิม เพื่อรับชมช่องทีวีดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม หลังการประมูล กสทช. และผู้บริหารกองทุนฯ จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่า จะนำเงินส่วนต่างจากราคาตั้งต้น ที่ได้รับจากการประมูลมาสนับสนุนคูปองเพิ่มเติมหรือไม่ โดยคาดว่าในปีนี้ จะมีครัวเรือนทั่วประเทศรับชมได้ราว 20-30% และภายใน 2 ปี ครอบคลุม 80% ของครัวเรือนไทย

สำหรับขั้นตอนการประมูลทีวีดิจิทัล ธุรกิจ 24 ช่อง หลังจากนี้คือ นำราคาตั้งต้นประมูลทีวีดิจิทัล ไปจัดทำเป็นหลักเกณฑ์และวิธีการประมูลทีวีดิจิทัล เสนอ บอร์ด กสทช. เห็นชอบ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการประชาพิจารณ์ นำความคิดเห็นจากเวทีประชาพิจารณ์มาปรับปรุงร่างประกาศฯ เสนอบอร์ด กสท. และ บอร์ด กสทช. เห็นชอบ เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเข้าสู่กระบวนการประมูล คาดว่าจะใช้เวลาราว 2 เดือน โดยกรอบเวลาการประมูล จะอยู่ในเดือนส.ค.-ก.ย. นี้