วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไอโอเอส'แพลตฟอร์มยอดฮิตธุรกิจ'เอเชีย'

ซิทริกซ์ชี้ "ไอโอเอส" แพลตฟอร์มมาแรงครองกระแส "บีวายโอดี"

องค์กรขนาดใหญ่ตอบรับความริเริ่มด้านโมบิลิตี้มาใช้ในองค์กร ด้วยการอนุญาตให้พนักงานนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ทำงาน (BYOD) รวมถึงแทบเล็ต ซึ่งคาดว่าฝ่ายไอทีต้องเผชิญกับเรื่องของการรักษาความปลอดภัยในเชิงลึกมากขึ้นรวมถึงการบังคับใช้อุปกรณ์เหล่านั้นได้อย่างสอดคล้องตามกฏข้อบังคับขององค์กร ตามการวางกฏระเบียบขององค์กรที่ใส่ใจเรื่องการรักษาความปลอดภัย

จากรายงานเรื่องคลาวด์ในองค์กรขนาดใหญ่ ที่ซิทริกซ์ออกมาเมื่อวันที่ 20 มี.ค. แสดงให้เห็นว่าองค์กรธุรกิจกำลังเอาจริงเอาจังกับการแบล็กลิสต์แอพพลิเคชันที่ไม่เหมาะสม โดย 18% ขององค์กรธุรกิจได้นำนโยบายเรื่องการแบล็กลิสต์มาปรับใช้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2555 ได้แก่ แองกรี้ เบิร์ดส, เฟซบุ๊ค, ดรอปบ็อกซ์ และยูทูบ

แอพพลิเคชั่นที่ได้รับการยอมรับให้ใช้ หรืออยู่ในรายการไวท์ลิสต์ ได้แก่ เอเวอร์โน้ต, นิโทรเดสก์ ทัชดาวน์, กูเกิล โครม และอะโดบี รีดเดอร์ โดยสไกป์เป็นแอพพลิเคชั่นเดียวที่อยู่ในรายการของทั้งแบล็กลิสต์ และไวท์ลิสต์ ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวอิงจากข้อมูลที่ซิทริกซ์รวบรวมจากลูกค้าที่ใช้ระบบบริหารจัดการโมบิลิตี้สำหรับเอ็นเตอร์ไพร์ซบนคลาวด์

รายงานยังเปิดเผยว่า ไอโอเอส เป็นแพลตฟอร์มระบบโมบายที่เป็นที่นิยมสำหรับอุตสาหกรรมเฉพาะที่ผู้ใช้โมบายใช้สื่อสารกับลูกค้าแบบตัวต่อตัว เช่น ธุรกิจค้าปลีก หรือร้านอาหาร ภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สุดที่นำแพลตฟอร์มดังกล่าวมาใช้ ได้แก่ อุตสาหกรรมพลังงาน กฏหมายและประกัน โดย 75% ของลูกค้าของซิทริกซ์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศญี่ปุ่น ในช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา นำไอโอเอสมาใช้เป็นแพลตฟอร์มโมบายทางเลือก ในอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 58%

ส่วนของซิทริกซ์ ได้เปิดตัวโซลูชั่น เน็ตสเกลเลอร์ อินไซต์ เซ็นเตอร์ โซลูชันที่ให้ความสามารถในการมองเห็นและควบคุมการใช้แอพพลิเคชันธุรกิจและบริการโมบายบนระบบคลาวด์ เมื่อ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา สนับสนุนความต้องการที่เพิ่มขึ้นของฝ่ายไอที เรื่องความปลอดภัยและการบังคับใช้งานให้สอดคล้องตามกฏระเบียบขององค์กร

โซลูชั่นดังกล่าวอาศัยการเชื่อมต่อของสินทรัพย์ที่มีอยู่ และตั้งอยู่ในจุดโฟกัสที่โดดเด่นหลักๆ บนเส้นทางสัญจรของแอพพลิเคชัน เพื่อให้มุมมอง 360 องศาเกี่ยวกับทราฟฟิกของเครื่องเดสก์ท็อปเสมือน รวมถึงเว็บและโมบาย ช่วยให้ฝ่ายไอทีมีแพลตฟอร์มในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่บนเน็ตเวิร์ค มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ล่วงหน้า และมีมุมมองเชิงลึกแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับทราฟฟิกในดาต้าเซ็นเตอร์ เท่ากับเป็นการช่วยให้องค์กรปรับเปลี่ยนนโยบายแบบเรียลไทม์ได้อย่างคล่องตัว โดยอาศัยการดึงข้อมูลจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ในโซลูชั่นนี้มาช่วยสนับสนุน