อสมท ผสานความร่วมมือ 10 หน่วยงานรัฐ-เอกชน ลุย"ทีวีดิจิทัล"ผนึก 3 สถานี"ฟรีทีวี" ช่อง 5 -ไทยพีบีเอส- ช่อง 11 ให้บริการ "สถานีส่งสัญญาณ"
วานนี้ (9 เม.ย.) บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ และเอกชน รวม 10 หน่วยงาน เพื่อเตรียมพร้อมก้าวสู่การส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) ตามแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 1 ระหว่างปี 2555-2559 ภายใต้โรดแมพ “โก ดิจิทัล” ของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าภายใต้แผน 5 ปี (2556-2560) ของ อสมท ที่จะก้าวสู่กิจการวิทยุโทรทัศน์ (บรอดแคสต์) ในยุคดิจิทัล ได้เตรียมงบประมาณลงทุนไว้รวม 6,000 ล้านบาท เพื่อขอใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ครบทั้ง 4 ประเภท คือ 1.สิ่งอำนวยความสะดวก(เสา-สถานีส่งสัญญาณ) 2.โครงข่ายส่งสัญญาณ (Multiplexer : MUX) 3.ช่องรายการ รวม 3 ช่อง คือ เอชดี, ช่องเด็ก SD และ ช่องวาไรตี้ SD และ 4.บริการประยุกต์ (โมบายและอินเตอร์แอ็คทีฟทีวี)
โดยได้ร่วมลงนามกับภาครัฐและเอกชนเฟสแรก 10 หน่วยงาน เพื่อทดลองออกอากาศทีวีดิจิทัล และการให้บริการด้านต่างๆ ในการส่งสัญญาณทีวีดิจิทัล เป็นการเตรียมความพร้อม
จับมือฟรีทีวีลงทุนสถานีส่ง
ทั้งนี้ ได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการสถานีฟรีทีวี กลุ่มหน่วยงานภาครัฐ 3 ราย คือ ไทยพีบีเอส, กองทัพบกช่อง 5 และ ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก หรือ เสาและสถานีส่งสัญญาณทีวีดิจิทัลทั่วประเทศ ภายใต้ "เน็ตเวิร์ค" เดียว เพื่อลดต้นทุนการลงทุนในสถานีส่งสัญญาณ และเสาส่งสัญญาณโครงข่ายเสริม
โดยทั้ง 4 หน่วยงาน รวม อสมท จะเลือกสถานีส่งสัญญาณที่ดีที่สุดในแต่ละพื้นที่ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อกำหนดให้เป็นสถานีส่งสัญญาณทีวีดิจิทัล พร้อมทั้งจะมีความร่วมมือกับผู้ให้บริการสถานีส่งสัญญาณโทรคมนาคม เพื่อใช้เป็นสถานีเสริม ด้วยเช่นกัน
พร้อมกันนี้ อสมท ได้ร่วมมือกับ 2 บริษัทเอกชน คือ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมกันทดลองอุปกรณ์ส่งสัญญาณโทรทัศน์ ระบบดิจิทัล DVB -T2 จากทั้งสองบริษัท
ด้าน นายธีระพงษ์ โสดาศรี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ภายใต้แผนการลงทุนทีวีดิจิทัล กรมฯ ได้เตรียมงบประมาณการลงทุนไว้ราว 3,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนอุปกรณ์ส่งสัญญาณระบบดิจิทัล ในสถานีส่งสัญญาณ เพื่อให้บริการด้านสิ่งอำนวยความสะดวก, บริการโครงข่าย (MUX) 1 โครงข่าย และช่องรายการทีวีดิจิทัล สาธารณะ 1 ช่อง
เผยโฉม8ช่องรัฐจ่อขอไลเซ่น
นายเอนก กล่าวอีกว่า อสมท ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (MOU) กับ 5 หน่วยงานรัฐ คือ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ รัฐสภา ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่จะยื่นขอใบอนุญาต "ทีวีดิจิทัล สาธารณะ" จาก กสทช.
นอกจากนี้ ได้เตรียมเซ็นเอ็มโอยู เพิ่มเติม กับ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ กระทรวงแรงงาน ที่จะร่วมมือกับสำนักงานประกันสังคม เพื่อขอใบอนุญาตทีวีดิจิทัล สาธารณะ ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ กสทช. กำหนดใบอนุญาตช่องรายการทีวีดิจิทัล สาธารณะไว้ทั้งหมด 12 ช่อง โดยให้สิทธิผู้ประกอบการรายเดิม (ฟรีทีวีอนาล็อก) 4 ช่อง และรายใหม่ที่ประกอบไปด้วยหน่วยงานภาครัฐ รวม 8 ช่อง
ภายใต้เอ็มโอยูกับหน่วยงานภาครัฐ ที่จะขอใบอนุญาตช่องทีวีดิจิทัล สาธารณะดังกล่าว จะให้บริการด้านการเช่าใช้ "โครงข่าย" (MUX) รวมทั้งความร่วมมือในการใช้ทรัพยากรด้านอุปกรณ์ สตูดิโอผลิตรายการ และบุคลากร รวมทั้งบริการประยุกต์ (โมบาย-อินเตอร์แอ็คทีฟทีวี)ในอนาคต
"ความร่วมมือของ อสมท ในการให้บริการโครงข่าย และการผลิตกับหน่วยงานรัฐ และกระทรวงต่างๆ ถือเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐ ที่จะทำให้ อสมท มีรายได้จากการให้บริการด้านสิ่งอำนวยสะดวก และโครงข่ายระยะยาว"นายเอนก กล่าว
สำหรับช่องทีวีดิจิทัล สาธารณะ จำนวน 12 ช่อง กสทช. ได้กำหนดประเภทช่อง ประกอบด้วย 1.กองทัพบก (ความมั่นคง) 2.กรมประชาสัมพันธ์ (รัฐบาล) 3.ไทยพีบีเอส 4.ไทยพีบีเอส ช่องเด็กและครอบครัว 5.ความรู้การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม 6.ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม เกษตร และการส่งเสริมอาชีพ
ช่องที่ 7 สุขภาพ อนามัย กีฬา และส่งเสริมคุณภาพชีวิต 8.เพื่อความมั่นคงของรัฐ 9.ความปลอดภัยสาธารณะ 10.รัฐบาลกับประชาชนและรัฐสภากับประชาชน 11.การศึกษาเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ 12.บริการสาธารณะแก่เด็กและคนด้อยโอกาส
นายทวีเกียรติ เชาวลิตถวิล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐสภา ได้ดำเนินการช่องทีวีดาวเทียมรัฐสภา หรือ PTV อยู่แล้ว ใช้งบประมาณปีละ 100 ล้านบาท ทั้งนี้ รัฐสภาจะยื่นขอใบอนุญาตทีวีดิจิทัล สาธารณะ จาก กสทช.เพิ่มเติม ซึ่งพัฒนาคอนเทนท์จากช่อง พีทีวี ในปัจจุบันไปออกอากาศทางทีวีดิจิทัล คาดว่าจะใช้งบประมาณดำเนินงานเพิ่มขึ้น "เท่าตัว" หรือปีละ 200 ล้าน ซึ่งกำหนดแผนการลงทุนทีวีรัฐสภา ในช่วง 4 ปีไว้ที่ 1,000 ล้านบาท
ด้าน พล.ต.ท.สมเดช ขาวขำ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กำลังศึกษาการลงทุนและดำเนินการ ทีวีดิจิทัล สาธารณะ คาดว่าจะยื่นขอใบอนุญาตประเภทความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการทีวีดาวเทียมช่อง “โปลิศ ทีวี” อยู่แล้ว โดยร่วมกับภาคเอกชนในการผลิตรายการร่วมกัน ใช้งบประมาณปีละ 60 ล้านบาท
ขณะที่ นายปรีชา ชื่นชนกพิบูล ปฏิบัติหน้าที่ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ปัจจุบันดำเนินการช่องทีวีดาวเทียมเพื่อการศึกษาในชื่อ ETV สำหรับการให้บริการศึกษาทางไกลอยู่แล้ว โดยใช้งบประมาณดำเนินการปีละ 300 ล้านบาท โดยกระทรวงฯ พร้อมจะยื่นขอใบอนุญาตทีวีดิจิทัล สาธารณะ ประเภทช่องการศึกษา กับ กสทช.เพิ่มเติม ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนในสื่อดังกล่าว





