วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

"อุดม พัวสกุล" ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "ทีโอที" บนความเสี่ยง

ทีโอทีต้องทำอะไร ต้องเดินไปทางไหน อะไรที่ทำให้เราอิ่มท้องไม่อดตาย ต้องพยายามมองหาแสวงหาโอกาสเหล่านั้น

"ทีโอทีเป็นองค์กรมีดีหลายอย่าง วิกฤตสถานการณ์การทางเงินที่เป็นข่าวโครมๆ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คด เพียงแต่วันนี้เราต้องจับจุดดูยุทธศาสตร์ของตัวเอง ทีโอทีต้องทำอะไร ต้องเดินไปทางไหน อะไรที่ทำให้เราอิ่มท้องไม่อดตาย ต้องพยายามมองหาแสวงหาโอกาสเหล่านั้น"

"นายอุดม พัวสกุล" ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริหารบมจ.ทีโอที ให้สัมภาษณ์ หลังเข้ามารับตำแหน่งช่วงเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี และยุคที่กำลังสิ้นสุดของสัญญาสัมปทาน นับเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถของเขาไม่น้อย จากอดีตอธิบดีกรมโยธา มาสู่ผู้บริหารระดับสูงในรัฐวิสาหกิจโทรคมไทย ที่กระทรวงการคลังถือหุ้น 100% แน่นอนว่าปัญหาที่น่าเป็นห่วงและต้องการนโยบายกำกับดูแลที่ชัดเจน คือ การเร่งติดตามการขยายโครงข่ายมือถือ 3จี และการเปิดบริการให้ครบสถานีฐาน 5,320 แห่งได้เร็วที่สุด หลังจากที่เจอโรคเลื่อนมานานกว่าครึ่งปี พร้อมกับต้องกำหนดทิศทางธุรกิจรองรับ หลังไม่มีรายได้สัมปทานจาก บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ตามพ.ร.บ.กสทช.2553

ไขลาน"3จี"ต้องมีประกันรายได้

ประธานบอร์ดทีโอที กล่าวถึงความคืบหน้าการขยายโครงข่าย 3จี ย่านความถี่ 1900 เมกะเฮิรตซ์ว่า ได้เร่งให้ฝ่ายบริหารไปดำเนินการเกี่ยวกับสัญญาการทำตลาดด้วยการเช่าโครงข่ายทีโอที 3จี (เอ็มวีเอ็นโอ) เนื่องจากเดือนเม.ย.นี้ ทีโอทีจะทยอยเปิดให้บริการโครงข่าย 3จี จำนวน 4,350 สถานี และภายในเดือนพ.ค.จะครบ 5,320 สถานี ดังนั้นจะต้องมีผู้ทำการตลาด 3จี ให้ทีโอที ซึ่งที่ผ่านมาเจรจากันมาหลายครั้ง แต่ยังไม่มีข้อสรุป จึงได้กำชับให้ฝ่ายบริหารสรุปเรื่องสัญญาเอ็มวีเอ็นโอโดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อรายได้ของทีโอทีอย่างแน่นอน

"ผมให้นโยบายไปแล้วว่า การทำธุรกิจต้องนึกถึงใจเขาใจเรา เอกชนก็ไม่ใช่มูลนิธิ หากไปบีบเขามาก ต้องจำกัดส่วนแบ่งเท่านี้ให้ได้ตัวเลขที่พอใจ การเจรจาเอ็มวีเอ็นโอก็จะไม่จบ ไม่เสร็จ ขณะเดียวกัน ก็ต้องคำนึงถึงการแข่งขันในตลาดด้วยว่า จะสู้กับเอกชนรายอื่นได้อย่างไร เพราะการร่วมมือกันต้องวิน-วินกันทุกฝ่าย”

การเจรจาเรื่องการทำสัญญาเอ็มวีเอ็นโอหรือการทำตลาด 3จี ด้วยการเช่าโครงข่ายทีโอทีนั้น ได้มีการประชุมและหารือกันทั้งเจรจากับเอกชน และหารือกันเองภายในทีโอทีมาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง แต่ก็ไม่มีข้อสรุป เพราะไม่สามารถตกลงกันเรื่องสัดส่วนรายได้ที่จะแบ่งกันระหว่างทีโอทีกับเอ็มวีเอ็นโอ อย่างไรก็ตาม คาดว่าปัญหาเอ็มวีเอ็นโอ จะต้องได้ข้อยุติโดยเร็ว เพื่อให้ทีโอทีมีเอกชนมาช่วยทำตลาด 3จี เพราะหากไม่มีเอกชนมาช่วยทำตลาด ทีโอทีก็ไม่สามารถสร้างรายได้จากบริการได้เลย

สำหรับความคืบหน้าโครงการ 3จี ล่าสุด ทีโอทีได้ติดตั้งสถานีฐานแล้วเสร็จ 4,674 แห่ง และได้ทยอยเปิดให้บริการแล้ว 4,020 แห่ง คาดว่าภายในเดือนพ.ค.-มิ.ย.นี้ จะสามารถติดตั้งสถานีฐานได้ครบ 5,320 แห่ง และพร้อมเปิดให้บริการ ซึ่งจะสามารถรองรับผู้ใช้บริการได้มากถึง 5 ล้านเลขหมาย ส่วนการขยายโครงการ 3จี เฟส2 นั้น เบื้องต้นได้บริษัทที่ปรึกษาสำหรับโครงการดังกล่าวแล้ว

คาดว่าจะสามารถดำเนินการขยายการติดตั้งสถานีฐานเฟส 2 ได้อย่างช้าไม่เกินต้นปี 2557 ซึ่งประมาณการติดตั้งสถานีฐานไว้จำนวน 7,500 สถานี และ 4จี อีกจำนวน 2,000 สถานี ภายใต้งบประมาณการลงทุนกว่า 30,000 ล้านบาท หากแผนงานได้รับการอนุมัติจากกระทรวงไอซีที ก็พร้อมของบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

คนเก่งต้องให้ทำงานที่ถนัด

สำหรับยุทธศาสตร์การวางกลยุทธ์ให้ทีโอทีนั้น เขา อธิบายว่า ทีโอทีมีพนักงานเก่ง บุคลากรมีคุณภาพกว่า แถมมีโครงข่ายหนักครอบคลุมทั่วประเทศ ดังนั้น หน้าที่ที่ดีของบอร์ด คือ ไม่ใช่ลงไปสั่งให้ทำตามใจเราเพียงอย่างเดียว บอร์ดต้องมองโครงสร้างขององค์กรให้ออกมา รูปร่างหน้าตาของทีโอทีเป็นอย่างไร มีส่วนใดที่ยังไม่สวย ยังบิดเบี้ยว ก็ต้องตบๆ ให้เข้ารูป ต้องเอาบุคลากรที่มีคุณภาพลงไปได้ทำงานที่เขาถนัด ทำงานที่มีความท้าทาย หากได้ผลสำเร็จเป็นอย่างดี ก็จำเป็นต้องมีอินเทนซีฟ

นายอุดม กล่าวว่า การเข้ามารับตำแหน่งประธานบอร์ดทีโอทีไม่ได้หนักใจอะไรหลังจากที่มีข่าวว่าทีโอทีเข้าสู่ภาวะวิกฤติ เพราะจะไม่มีรายได้จากสัญญาสัมปทานที่ต้องส่งให้รัฐบาลตั้งแต่เดือนธ.ค.ปี 2556 ตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมพ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) เพราะทีโอทีมีบุคลากรอยู่ 20,000 คน ล้วนแต่เป็นพนักงานที่มีความรู้ ความสามารถ ดังนั้น บอร์ดใหม่ที่เข้ามาก็จะมากำกับนโยบายเพื่อให้ทีโอทีเดินไปถูกทาง

ทั้งนี้ การประชุมบอร์ดครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา เขาได้สั่งให้ฝ่ายบริหาร และนายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอที ไปปรับโครงสร้างการบริหารจัดการใหม่ เพื่อให้สามารถแข่งขันในธุรกิจโทรคมนาคมที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงดุเดือด คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน และเป็นแผนงานที่นำไปสร้างกำไรได้ทันทีต่อยอดบริการได้เลย

"ทีโอทีเป็นองค์กรมีดีหลายอย่าง วิกฤตสถานการณ์การทางเงินที่เป็นข่าวโครมๆ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพียงแต่วันนี้เราต้องจับจุดดูยุทธศาสตร์ตัวเอง ทีโอทีต้องทำอะไร ต้องเดินไปทางไหน อะไรที่ทำให้เราอิ่มท้องไม่อดตาย ต้องพยายามมองหาแสวงหาโอกาสเหล่านั้น"

ทั้งนี้ การดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กร และโยกย้ายสลับสับเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงตั้งแต่ระดับรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการฝ่าย ผู้จัดการส่วน ให้แล้วเสร็จเร็วที่สุด โดยการแต่งตั้งโยกย้ายแต่ละตำแหน่งจะพิจารณาจากความสามารถและอายุการครองตำแหน่ง รวมถึงการหมุนเวียนการดำรงตำแหน่งในสายงานเดียวกัน เพื่อเรียนรู้งานในหลากหลายสาขา และจะกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน คาดว่า ภายในเดือนมิ.ย.2556 การปรับโครงสร้างใหม่และการแต่งตั้งโยกย้ายปรับเปลี่ยนตำแหน่งภายในทีโอทีจะเสร็จสมบูรณ์

ทางเลือกทางรอดกับ"เอไอเอส"

นอกจากนี้ ทีโอทียังได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมา เพื่อเข้ามารับมือหลังสัมปทานที่กำลังจะหมดลงปี 2558 ของเอไอเอส รวมถึงรายได้หดหายจากสัมปทานในปี 2556 ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) เบื้องต้นให้เวลา 1 เดือนกับคณะกรรมการชุดดังกล่าวในการวางแผนยุทธ์ศาสตร์เพื่อเตรียมรับมือกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

อีกทั้งบอร์ดยังเสนอให้ตั้ง "คณะกรรมการยุทธศาสตร์" ขึ้นมา 1 ชุดโดยมีฝ่ายบริหาร และบอร์ดอยู่ในชุดคณะกรรมการดังกล่าวด้วยเพื่อในการคล่องตัวในการทำงาน โดยมีหน้าที่หลักเพื่อทบทวนยุทธ์ศาสตร์ต่างๆของทีโอทีใน 5-10 ปีข้างหน้าว่าอะไรจะทำต่อ อะไรจะไม่ทำต่อ ซึ่งจะมีการประเมินผลงานทุก 6 เดือน

นายอุดม กล่าวว่า ภายหลังจากนี้ จะเร่งให้ดำเนินการตามนโยบายที่น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้มอบนโยบายไว้ให้เห็นผลภายในระยะเวลา 3 เดือนได้แก่ 1.ต้องขยายโครงข่าย 3จีเฟส 1 ที่ยังไม่แล้วเสร็จภายในครึ่งปีแรก 2.ปรับเปลี่ยนแผนการตลาดที่มีอยู่ สร้างบริการเสริมเพื่อสร้างรายได้ 3.นำทรัพยากร หรือโครงข่ายที่มีศักยภาพอย่างธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ที่ถือเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้ทีโอทีอย่างต่อเนื่อง นำมาปรับปรุงคุณภาพให้บริการ และเพิ่มความเร็ว เปลี่ยนผ่านจากโครงข่ายสายไฟเบอร์ออฟติคเป็นเอฟทีทีเอ็กซ์

ส่วนแผนหารายได้เพิ่ม นอกจากการเร่งเครื่องเปิดให้บริการโทรศัพท์มือถือ3จี แล้วยังได้เจรจากับเอไอเอส ในการคืนสิทธิ์เสาโทรคมนาคมจำนวน 13,000 เสาทั่วประเทศ ก่อนการสิ้นสุดสัมปทานในปี2558 เพื่อให้ทีโอที มีรายได้จากการใช้เสาโทรคมนาคม และรูปแบบการหารายได้จากเสาโทรคมนาคมดังกล่าวนั้นทีโอทีจะทำในลักษณะการตั้งบริษัทกลางเพื่อบริหารจัดการ รวมถึงการแบ่งสัดส่วนรายได้ โดยคาดว่าจะมีข้อสรุปภายในปีนี้อย่างแน่นอน