'จอน เอ็ดดี้'เมินไลเซ่น'ทีวีดิจิทัล'

'จอน เอ็ดดี้'เมินไลเซ่น'ทีวีดิจิทัล'

"จอน เอ็ดดี้" ยันดีแทคมุ่งเป็นโอเปอเรเตอร์มือถืออย่างเดียว ชูคุณภาพเครือข่ายข่มคู่แข่ง ไม่สนไลเซ่นทีวีดิจิทัลชี้ไม่ลงตัวกับประเภทธุรกิจ

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ให้สัมภาษณ์พิเศษ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่าการประมูลใบอนุญาต (ไลเซ่น) ทีวีดิจิทัลของคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ช่วงปลายปีนี้ ดีแทคคงไม่เข้าร่วมประมูลเหมือนเช่นผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถืออีก 2 ราย โดยบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) จะมีอินทัช กรุ๊ปเข้าประมูลทีวีดิจิทัล ส่วนบมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น ก็จะให้บมจ.ทรูวิชั่น เข้าประมูลด้วย เพราะต้องการหลอมรวมเทคโนโลยีในรูปแบบ 3จีและทีวีดิจิทัล

ดีแทคต้องการเน้นความเป็นบริษัทผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นคอร์ บิสซิเนสกับลูกค้า ดังนั้นหากดีแทคเข้าไปร่วมในประเภทธุรกิจอื่น อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลัก ขณะที่เทเลนอร์ กรุ๊ป บริษัทแม่ก็ไม่มีสัญญาณหรือแสดงความสนใจเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัลแต่อย่างใด
เมินไลเซ่น "ทีวีดิจิทัล"

ทั้งนี้ รูปแบบธุรกิจของเทเลนอร์ส่วนใหญ่จะเน้นการหาพันธมิตรทางธุรกิจในหลายๆ ด้านมากกว่า อีกทั้ง ดีแทคเองจะเน้นความเป็นพันธมิตรด้านแอพพลิเคชั่น และช่องทางการจัดจำหน่าย การขาย และการตลาดเป็นหลัก

“ยอมรับว่าทีวีดิจิทัลเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก แต่หากมองในเชิงธุรกิจแล้ว ดีแทคต้องการให้ตัวเองเป็นเทลโก้ (telco) อย่างเดียว เรายึดในคอร์บิสซิเนส ไม่ต้องการให้ธุรกิจอื่นมากระทบ เรามองการหลอมรวมของเทคโนโลยีผ่านการเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร ทั้งโครงข่ายที่มีคุณภาพ มาร์เก็ตติ้งที่ดี ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ และการพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือเพื่อมาต่อยอดธุรกิจมากกว่า”

ส่วนความคืบหน้าเปิดตัว 3จี ความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์นั้น เขา กล่าวว่า ที่ผ่านมามีกระแสข่าวออกมาว่า ดีแทคเป็นบริษัทเดียวที่ยังไม่ขอใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์โทรคมสำหรับย่านความถี่ดังกล่าว ขอยืนยันว่าไม่เป็นเรื่องจริงแต่อย่างใด เพราะขณะนี้ ดีแทคได้ทยอยอัพเกรดอุปกรณ์ และติดตั้งอุปกรณ์ 3จีไปแล้วมากกว่า 1,000 สถานีฐาน

ดังนั้น หากมีการเปิดให้บริการในเบื้องต้นก่อน หรือมีการทดลองระบบเพื่อทดสอบความเร็วของโครงข่ายในเดือนเม.ย.นี้ ดีแทคก็จะมีสถานีฐานให้บริการแก่ลูกค้าได้ทันที ซึ่งการให้บริการ 3จีก็จะควบคู่ไปกับการให้บริการ 3จีบนย่านความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งขณะนี้มีสถานีฐานแล้วกว่า 5,200 แห่ง
ชูจุดแข็งครองคลื่นมากสุดข่มคู่แข่ง

นายจอน ย้ำว่า การเปิดบริการ 3จีนั้น ดีแทคยังยืนยันความได้เปรียบที่สุดในตลาด จากการมีคลื่นความถี่มากที่สุด คือ ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ที่ประมูลได้จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ คลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ (เอชเอสพีเอ) มีจำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์ และย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ที่ให้บริการ 2จีอยู่ขณะนี้มีจำนวน 25 เมกะเฮิรตซ์ ยังไม่รวมคลื่นเปล่าในย่าน 1800 อีก 25 เมกะเฮิรตซ์ด้วย

“เราไม่รีบเหมือนคนอื่น เอไอเอสต้องการคลื่นมากเพราะปัจจุบันที่มีอยู่ให้บริการไม่พอ ทรูมูฟต้องการเปิดให้เร็วเพราะสัญญาสัมปทานใกล้จะสิ้นสุด แต่ดีแทคไม่มีปัจจัยลบ หรือตัวแปรอื่นมาเร่งให้เราต้องเปิดบริการ แต่ขอการันตีและยืนยันว่า เมื่อดีแทคเปิดให้บริการ 3จีแล้ว เน็ตเวิร์กของเราจะมีความเสถียรมากที่สุด เพราะจะทำตลาดคู่ขนานไประหว่างคลื่น 850 และ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งการขยายโครงข่ายของ 850 นั้นได้มีโครงข่ายครอบคลุมจำนวนประชากรแล้ว 60% และอาจจะเพิ่มเป็น 70% จำนวนสถานีฐาน 5,200 แห่ง”

ในความเห็นส่วนตัวนั้น การเปิดให้บริการ 3จีไม่ได้เป็นแค่การให้บริการโทรศัพท์มือถือที่สามารถใช้ความเร็วได้สูงขึ้นจากการใช้งานดาต้าแต่อย่างเดียว สำหรับประเทศไทยนั้น ยังเป็นการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานไปสู่การให้ใบอนุญาต แต่สิ่งที่ยังมีการพูดถึงกันน้อย คือ ประโยชน์ที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศจะได้รับจริงๆ หากเปิด 3จี เช่น ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยี การเพิ่มการเข้าถึงบรอดแบนด์ในพื้นที่ห่างไกล

เขา กล่าวว่า สำหรับงบลงทุนการขยายโครงข่าย 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ยังเป็นไปตามที่เคยประกาศไว้ 8,000 ล้านบาทในปีนี้ และ 34,000 ล้านบาท ในการลงทุนโครงข่ายตลอด 3 ปี ที่ต้องขยายเน็ตเวิร์คให้ได้ 80% ครอบคลุมจำนวนประชากร ซึ่งตั้งเป้าว่าจะขยายได้ใน 3 ปี ส่วนการเปิดให้บริการ 3จีไตรมาส 2 ยังเป็นเวลาที่เหมาะสม