ดีไซน์เสือหมอบ

ดีไซน์เสือหมอบ

กิจกรรมการปั่นเพื่อสุขภาพ กระตุ้นให้นักออกแบบอยากเปลี่ยนเป็นนักผลิต เพื่อตอบโจทย์คนรักจักรยานเสียเอง

เรื่อง : กานต์ดา บุญเถื่อน

การปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกายเป็นประจำของนักออกแบบจาก ดีโอทีเอส ดีไซน์สตูดิโอ กระตุ้นให้พวกเขาอยากพลิกบทบาทจากนักปั่นเป็นนักผลิตจักรยานเสียเอง เพื่อตอบโจทย์กลุ่มคนรักจักรยานในเรื่องความสวยงาม

ที่ผ่านมาจักรยานที่มีขายทั่วไปของไทยล้วนเป็นสินค้านำเข้ามากกว่า 90% ทั้งที่คนไทยก็มีฝีมือในการออกแบบและประดิษฐ์ไม่แพ้ฝรั่ง ทำให้สองนักออกแบบที่ชอบการปั่นเป็นทุนเดิมคิดเห็นตรงกันว่า น่าจะนำความรู้ด้านการออกแบบที่เรียนมา ออกแบบจักรยานสัญชาติไทยขึ้น เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของนักปั่นโดยเฉพาะคนที่ชอบเสพงานศิลป์จากของใช้รอบตัว

:ความชอบสู่การลงมือ

ศิรวัชร รังสฤษฎ์โยธิน นักออกแบบ จากดีโอทีเอส ดีไซน์สตูดิโอ กล่าวว่า ความคิดที่จะออกแบบและพัฒนาจักรยานสัญชาติไทยเริ่มขึ้นในเดือนเมษายนปี 2554 จากการค้นคว้าข้อมูลทั้งอินเทอร์เน็ต หนังสือวารสารทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเรียนรู้จาก ครูสุรชัย ศศิบุตร อดีตนักปั่นทีมชาติ จากบ้านเสือหมอบ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการออกแบบและประดิษฐ์เป็นจักรยานที่เกิดจากศิลปะ

จักรยานที่พวกเขาเลือกจะสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็น จักรยานเสือหมอบสไตล์วินเทจ ที่นำเหล็กและไม้มาผสมผสานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดทั้งความสวยงามจากสีสันของลายไม้ที่ใช้ อาทิ ไม้มะฮอกกานี ไม้สัก ไม้เชอร์รี่ และความแข็งแรงจากเหล็กที่นำมาใช้เป็นส่วนเชื่อม

เสือหมอบสไตล์วินเทจ คันต้นแบบ ถูกพัฒนาขึ้น โดย ศิรวัชร และ กฤษณ์ พุฒพิมพ์ ดีไซเนอร์รุ่นพี่ ในเวลาเพียงไม่ถึงปี ด้วยการนำเอาศาสตร์ของงานศิลป์มาประยุกต์ใช้เชิงกลอย่างลงตัว ตั้งแต่การนำไม้หลากหลายชนิดมาสไลด์เป็นแผ่นบางๆและอัดเข้าด้วยกาวชนิดพิเศษ เพื่อให้ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นมีความคงทน เกิดสีสันและลวดลายธรรมชาติจากไม้โดยไม่ต้องเติมแต่ง

ศิรวัชร กล่าวอีกว่า ปัญหาของการนำเหล็กและไม้มาผสมผสานกันคือ การกินเนื้อไม้ของเหล็ก แต่จากการทดลองผลิตและทดสอบการสมรรถนะการใช้งานซ้ำๆหลายรอบ ทำให้รู้วิธีแก้ไขไปเรื่อยๆ กระทั่งเกิดปัญหาขณะปั่นน้อยที่สุด รวมถึงได้โจทย์ใหม่ๆให้ต้องหาคำตอบอยู่เรื่อย จนตอนนี้ออกแบบตัวแฮนด์ได้ 2 รูปแบบ เป็นแบบ Bullhorn ที่เป็นทรงเขาควาย และ Vintage ที่เป็นแฮนด์ยก ให้ผู้ซื้อได้เลือกตามความชอบ

“เสือหมอบสไตล์วินเทจที่พัฒนา จะให้ความสุขในขณะปั่น และความคุ้มในเรื่องของความสุขทางใจกับการเสพดีไซน์ เพราะพัฒนาขึ้นจากการเอาใจใส่ในเรื่องของมุมและองศาของชิ้นส่วนแต่ละชิ้น รวมถึงการทดสอบสมรรถนะจนพร้อมที่จะส่งลงถนน”ศิรวัชร กล่าวและว่า แต่ถ้ามองในด้านความเร็วและความทนทานตอนนี้อาจยังแกร่งหรือวิ่งฉิวเทียบสู้เสือหมอบที่ทำจากเหล็ก อลูมิเนียม ไทเทเนียม หรือคาร์บอนไม่ได้ เพราะถ้าล้มกระแทกหรือตากแดด ลม ฝนมาก ยังมีโอกาสแตก หัก และเสื่อมตามเวลาไม่ต่างจากจักรยานปกติทั่วไป

:พร้อมปล่อยเสือออกจากถ้ำ

แผนต่อไปหลังจากนี้ เขาบอกว่า จะนำไปทดสอบสมรรถนะซ้ำๆ อาทิ ด้านการรับแรง ความคงทนต่อลม แสง และน้ำ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค รวมถึงหาจุดที่ต้องแก้ไขต่อไป เพื่อเตรียมพร้อมจะเดินหน้าผลิตจักรยานเสือหมอบวินเทจให้ได้ในปีนี้

เขากล่าวอีกว่า ปีที่ผ่านมาได้นำรถจักรยานคันต้นแบบไปโชว์ตัวที่มิลาน ประเทศอิตาลี พบว่ามีคนสนใจจำนวนมาก ทำให้มุ่งความสนใจไปที่ตลาดยุโรปเป็นหลักและคิดว่าจะทำตลาดโซนยุโรป ออสเตรเลีย และฝรั่งเศสเป็นที่แรก เพราะมีนักปั่นที่ชอบเสพงานศิลป์จากของใช้อยู่มาก

“คนไทยจะเน้นการซื้อของที่ใช้งานได้จริงและสมบุกสมบันเป็นอันดับแรกๆมากกว่าเวลาตัดสินใจซื้ออะไรก็ตาม แต่ฝรั่งจะสนใจในเรื่องความสวยงามมาคู่กับการใช้งานได้จริง ซึ่งไม่เพียงออกแบบรถคันนี้ได้พอทำตลาดแล้วถือว่าจบ บริษัทยังมีแผนจะพัฒนาอะไหล่จักรยานที่พร้อมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบหลายๆแบบอีกด้วย โดยตั้งใจจะเริ่มจากแฮนด์ เช่น การทำเป็นแฮนด์ผีเสื้อ เป็นต้น”นักออกแบบจากดีโอทีเอส ดีไซน์สตูดิโอ กล่าว

ที่ผ่านมาพวกเขาถนัดในด้านงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ครั้งนี้ถือเป็นการออกจากกรอบเดิมๆที่เคยทำและถือเป็นการเดินออกนอกเส้นทางเดิมๆที่เคยทำที่คุ้มค่ามาก เพราะได้ทั้งความรู้และผลงานที่พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคจริงๆ ติดตามผลงานจากเฟชบุ๊คใน Dots Design Studio