กปน. จับมือ UNDP พัฒนาชุมชนรักษ์สิ่งแวดล้อม

กปน. จับมือ UNDP พัฒนาชุมชนรักษ์สิ่งแวดล้อม

การประปานครหลวงจับมือกับ UNDP พัฒนาชุมชนในการบริหารจัดการน้ำ

จากแนวคิด “ทรัพยากรน้ำมีวันหมด ใช้ทุกหยดอย่างรู้คุณค่า” ของการประปานครหลวง หรือ กปน. องค์กรที่ผลิตและสูบจ่ายน้ำประปาที่มีคุณภาพเพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้น้ำกว่า 10 ล้านชีวิต ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ “แหล่งน้ำ” ของประเทศไทย ซึ่งนำมาเป็นวัตถุดิบในการผลิตน้ำประปา

แต่ในปัจจุบัน ปัญหาด้านคุณภาพน้ำ ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปี กปน. จึงต้องเฝ้าระวังและปรับแผนการปรับปรุงคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทรัพยากรน้ำ ซึ่งจุดนี้เองที่เป็นที่มาของความร่วมมือของ กปน. หน่วยงานแรกของประเทศไทยที่จับมือกับ UNDP หรือ สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme) ในโครงการ Water for People Partnership: Small Grant Programme (WPP/SGP) เพื่อร่วมกันสร้างศักยภาพให้กับชุมชนและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการบริหารจัดการ และอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า อย่างมีการบูรณาการ


จึงได้ร่วมเป็นหุ้นส่วนกับ กปน. ตั้งแต่ปี 2554 โดยที่ผ่านมา UNDP ได้พิจารณา 6 โครงการจาก 6 ชุมชนเจ้าของพื้นที่ที่ร่วมโครงการ ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำแม่กลอง อาทิ ชุมชนในจังหวัดปทุมธานี ชุมชน ต.บางกระสอบ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ชุมชน ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค และชุมชน ต.หนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ชุมชน อ.แม่สอด จ.ตาก และ จ.นครสวรรค์

ซึ่งแต่ละชุมชนได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความคิดสร้างสรรค์อันเต็มเปี่ยม ในการร่วมแรงร่วมใจกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ของตนให้น่าอยู่ และคืนความอุดมสมบูรณ์ให้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลแหล่งน้ำ โดยการติดตั้งถังดักไขมันในแหล่งน้ำทิ้งชุมชนก่อนลงสู่แม่น้ำ การนำน้ำหมักชีวภาพมาใช้บำบัดแหล่งน้ำเสีย การลดใช้สารเคมีในภาคการเกษตรเพื่อลดการปนเปื้อนของสารพิษ ตลอดจนการจัดกิจกรรมเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจ เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกในการสานต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

นับได้ว่า ทั้ง 6 ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการในปีที่ผ่านมา ประสบผลสำเร็จอย่างน่าประทับใจ และในปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ของความร่วมมือระหว่าง กปน. และ UNDP ก็จะยังมีอีก 6 ชุมชน ในกรุงเทพมหานคร สุพรรณบุรี และสมุทรปราการ รวมถึงชุมชนอื่นๆที่จะเข้าร่วมโครงการอีกในปีต่อๆไป เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง และผลักดันให้เกิดการขยายผลสู่สังคมที่กว้างขึ้น พร้อมๆไปกับการปลูกสำนึกด้านการอนุรักษ์ในจิตใจ อันเป็นวิถีทางที่จะรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลกเราในทุกวันนี้ให้ยืนยาวได้มากที่สุด