สองนักลงทุนเสนอซื้อเดลล์

สองนักลงทุนเสนอซื้อเดลล์

แบล็กสโตนและมหาเศรษฐีคาร์ล ไอคาห์น แข่งกันยื่นข้อเสนอซื้อเดลล์

หลังจาก ไมเคิล เดลล์ ผู้ก่อตั้งบริษัทเดลล์โดยการสนับสนุนของบริษัทลงทุนซิลเวอร์ เลค ได้เสนอแผนนำบริษัทเดลล์ออกจากตลาดหลักทรัพย์ ด้วยข้อเสนอขอซื้อหุ้นคืนหุ้นละ 13.65 ดอลลาร์ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 2.4 หมื่่นล้านดอลลาร์ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยมีกำหนดเส้นตายสำหรับทางเลือกข้อเสนอเมื่อวันศุกร์ (22 มี.ค.) ที่ผ่านมา

แหล่งข่าววงในเผยว่า บริษัทแบล็กสโตน กรุ๊ป ได้ยื่นข้อตกลงเบื้องต้น เพื่อเปิดโอกาสให้เดลล์ได้มีทางเลือกอื่นๆ พร้อมกันนี้ นายคาร์ล ไอคาห์น มหาเศรษฐีนักลงทุน ผู้พยายามเพิ่มทุนในบริษัทเดลล์ และไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของไมเคิล เดลล์และซิลเวอร์ เลค ก็พยายามยื่นข้อเสนอด้วยเช่นกัน

รายละเอียดของข้อเสนอเหล่านี้ยังไม่เป็นที่เปิดเผย แต่คาดว่าน่าสนใจมากกว่าข้อเสนอของไมเคิล เดลล์ และซิลเวอร์ เลค ที่เสนอซื้อหุ้นคืนที่ 13.65 ดอลลาร์ต่อหุ้น ในขณะที่แบล็กสโตนเสนอราคาระหว่าง 13.65-15 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยมีแนวโน้มว่าแบล็กสโตนอาจหาเงินทุนด้วยการขายบางธุรกิจของเดลล์ให้กับจีอี แคปิตอล

ข้อเสนอซื้อใหม่ๆ ที่ยื่นมานี้ จะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน สามารถเลือกได้ว่าจะยังคงถือหุ้นในบริษัทอยู่เหรือไม่ หลังการขายกิจการไปแล้ว ด้านเดลล์ แบล็กสโตน และมหาเศรษฐีไอคาห์น ยังไม่แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งยังไม่ชัดเจนว่ามีกลุ่มอื่นเสนอซื้อเดลล์อีกหรือไม่ โดยรายละเอียดเพิ่มเติมน่าจะชัดเจนขึ้นเมื่อมีการยื่นเอกสารของผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทในสัปดาห์นี้

ไม่ชัดเจนว่าแบล็กสโตนมีแผนจะทำอะไรกับเดลล์ หากประสบความสำเร็จในการเสนอซื้อ นักวิเคราะห์ชี้ว่าไม่ว่าใครจะได้เดลล์ไปก็มีแนวโน้มว่าจะขายสินทรัพย์บางอย่างออกไป อย่างแผนกพีซี หรือสานต่อการยกเครื่องบริษัทที่ไมเคิล เดลล์เริ่มต้นไว้เพื่อดันบริษัทให้กลับมาขยายตัว

แหล่งข่าวเผยด้วยว่า บริษัทเดลล์ได้ลดประมาณการณ์ผลกำไรปีนี้ลงอย่างมาก จาก 3.7 พันล้านดอลลาร์ เหลือประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์

ไมเคิล เดลล์ พยายามปรับทิศของบริษัทไปให้บริการคอมพิวเตอร์ระดับธุรกิจ หลังจากตลาดพีซีซบเซาลง

ก่อนหน้านี้ เดลล์ถูกมองว่าเป็นต้นแบบของนวัตกรรม เพราะบุกเบิกการสั่งซื้อพีซีทางออนไลน์และประสานงานใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์จัดหาชิ้นส่วนในเอเชียรวมถึงผู้ผลิตเพื่อดึงต้นทุนการผลิตให้ต่ำ แต่เดลล์ปรับไม่ทันการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมที่หันไปหาแทบเล็ตคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และสินค้าอิเลกทรอนิกอื่นๆ

เมื่อนับถึงไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ส่วนแบ่งของเดลล์ในตลาดพีซีโลกลดเหลือ 10% กว่าเล็กน้อย จาก 12.5% เมื่อปีก่อน