เทคโนฯใหม่ "ไม่ตอบโจทย์" บีบผู้ค้าปรับตัวหนีตลาดซบ

เทคโนฯใหม่ "ไม่ตอบโจทย์" บีบผู้ค้าปรับตัวหนีตลาดซบ

สำรวจบรรยากาศรวมการใช้จ่ายในตลาดไอที เมื่อเทคโนฯใหม่ยังไม่ตอบโจทย์ ผู้ค้าเร่งปรับตัวหนีตลาดซบ

เมื่อความหวังเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่วงการต่างจับตาไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 8 - อัลตราบุ๊ค หรือแม้แต่ 3จียังไม่สัมฤทธิผล บรรยากาศการซื้อขายสินค้าไอทีในตลาดทั่วไปจึงยังดูซบเซากว่าที่ควรจะเป็น บวกกับปัจจัยแวดล้อมทั้งที่ควบคุมได้และไม่ได้ เช่น การเมืองและเศรษฐกิจโลกล้วนเป็น "โจทย์หิน" ที่นอกจากจะหวังการตอบโจทย์ที่ถูกจุดแล้วยังเป็นจังหวะวัดดวงของการปรับตัวที่ใครไม่แน่จริงอาจมีหนาวทั้งๆ ที่อากาศร้อนได้

“เอสไอเอส” รับวินโดว์ส 8 ไม่เปรี้ยง

นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) ผู้ค้าส่งสินค้าไอทีรายใหญ่ กล่าวว่า อุตสาหกรรมไอทีช่วงต้นปีค่อนข้างเงียบเหงา สาเหตุหลักมาจากระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 8 ไม่แรงดังคาด ขณะเดียวกันกำลังซื้อของผู้บริโภคถูกการใช้จ่ายอื่นๆ เช่น รถคันแรกฉุดไว้ และยังไม่ฟื้นกลับมาเต็มที่

"เท่าที่ประเมินดูแบบคร่าวๆ น่าจะหายไปราว 10% ทั้งเห็นได้ชัดว่าตลาดพีซีทั้งกลุ่มโน้ตบุ๊คและเดสก์ท็อปยอดขายค่อนข้างอืด ที่มาแรงคือแทบเล็ตหน้าจอขนาดเล็ก ราคาถูก เช่น แบรนด์เอซุสและเอเซอร์ที่บริษัทนำเข้ามาจำหน่ายขายดีมากจนสินค้าแทบไม่พอ"

อย่างไรก็ตาม ขณะที่กลุ่มคอนซูเมอร์ซบเซา กลุ่มคอมเมอร์เชียลกลับมีแนวโน้มที่ดีมากกว่า บริษัทเห็นว่าการลงทุนไอทีมีเพิ่มมากขึ้น รับอานิสงส์มาจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ส่งผลให้ธุรกิจองค์กรจำเป็นต้องลงทุนไอทีรองรับทั้งเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ หรือแม้แต่พีซี

ปรับกลยุทธ์โฟกัสองค์กร

ดังนั้นทิศทางการตลาดของเอสไอเอสปีนี้จึงหันไปให้ความสำคัญกับสินค้ากลุ่ม "โซลูชั่น ซิเคียวริตี้ เน็ตเวิร์ค" รวมถึง "บริการคลาวด์สำหรับลูกค้าองค์กร" เพิ่มขึ้น สำหรับคอนซูเมอร์ยังมีความหวังกับตลาดพีซี เนื่องจากแม้ตลาดหดแต่ฐานใหญ่มาก รวมไปถึงสมาร์ทโฟน และแทบเล็ตที่คาดว่าความต้องการจะยิ่งมีมากขึ้นหลังรัฐบาลแจกแทบเล็ตนักเรียนล็อตถัดไป

“ไมโครซอฟท์ต้องออกแรงอีก ผมเองยังเชื่อว่าวินโดว์ส 8 จะเข้ามาช่วยให้ตลาดเติบโตดีขึ้น ทั้งต้องรอลุ้นด้วยว่าจะมีฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ เข้ามาขายมากแค่ไหน เท่าที่คุยกับผู้ผลิตยังได้คำตอบแบบไม่เคลียร์ ทราบแต่ว่าโอเอสใหม่เปลี่ยนแปลงเยอะมากทำให้การผลิตฮาร์ดแวร์รองรับไม่ง่ายอย่างที่คิด อีกอย่างคอมโพเนนท์ที่ใช้ผลิตเครื่องระบบสัมผัสยังขาดตลาดด้วย”

หวั่นเศรษฐกิจโลกซ้ำเติม

เขากล่าวต่อว่า การลงทุนปีนี้คาดว่าจะไม่มากนัก ส่วนใหญ่เป็นส่วนของฮาร์ดแวร์เพื่อขยายงานตามการขยายตัวของบริการคลาวด์องค์กร ซึ่งต้องประเมินตามยอดขายที่เกิดขึ้นจริง ขณะที่งบการตลาดได้สนับสนุนจากผู้ผลิตรวมทุกแบรนด์ประมาณ 40-50 ล้านบาท

นอกจากนี้ปัจจัยเสี่ยงที่น่ากังวลมากที่สุดคือภาวะตกต่ำของเศรษฐกิจทั่วโลก ซึ่งต้องส่งผลกระทบแน่นอน เนื่องจากไทยยังต้องพึ่งพาการส่งออก ส่วนประเด็นเงินบาทแข็งบริษัทค่อยๆ ปรับราคาลงเรื่อยๆ อิงตามอัตราแลกเปลี่ยน หวังว่าจะไม่เหวี่ยงมากเกินไปไม่เช่นนั้นภาพรวมตลาดจะมีปัญหา

พร้อมระบุด้วยว่า ผลประกอบการของบริษัทปีนี้อยู่ระหว่างประเมินผลและรอดูทิศทางตลาด ที่เป็นห่วงคือกลุ่มคอนซูเมอร์ ทว่าคอมเมอร์เชียลมองเป็นบวก คาดว่าสัดส่วนรายได้ของกลุ่มหลังจะขยับมาอยู่ครึ่งต่อครึ่งหรืออาจมากกว่า

ล่าสุด ร่วมมือกับบริษัท อินโฟกัส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์อุปกรณ์และเทคโนโลยีเครื่องฉายภาพดิจิทัล เปิดตัวนวัตกรรมจอทัชสกรีน “มอนโดแพด (Mondopad)” แทบเล็ตออลอินวันจอทัชสกรีน 55 นิ้ว มาพร้อมระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 7 ฟีเจอร์มัลติทัชดิสเพลย์ ระบบวีดิโอคอนเฟอร์เรนซ์ กระดานไวท์บอร์ด ท่องเว็บ และงานนำเสนอ เหมาะสำหรับธุรกิจองค์กร การศึกษา ราคาเริ่มต้น 3.9 แสนบาท

พันธุ์ทิพย์ชี้เทรนด์ผู้ค้าขายสินค้าใหม่

นายยงยุทธ ไชยชนะ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าไอที บริษัท ทิพย์พัฒนอาร์เขต จำกัด กล่าวว่า ทิศทางการซื้อขายในตลาดค้าปลีกไอทีไตรมาสแรกปีนี้คาดว่าจะหดตัวลงไม่ต่ำกว่า 15% เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งอาจเป็นช่วงชะลอตัวของสินค้าใหม่และนวัตกรรมที่ยังไม่สมบูรณ์ในตลาดไทย แต่คาดว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันยังเริ่มเห็นแนวโน้มการปรับตัวของผู้เช่าภายในศูนย์ไอทีที่เริ่มหันมาจำหน่ายสินค้าที่เข้ากับกระแสมากขึ้น เช่น สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์มือถือ โดยมีผู้เช่าเริ่มเข้ามาเจรจาปรับเปลี่ยนสัญญาการขายสินค้าอย่างต่อเนื่องจากเดิมที่บางร้านทำสัญญาเช่าพื้นที่เพื่อขายคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือโน้ตบุ๊คเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทจะเริ่มแผนปรับปรุงภาพลักษณ์ของพันธุ์ทิพย์ประตูน้ำครั้งใหญ่ที่นอกจากจะเป็นการปรับให้ดูทันสมัยและเป็นไลฟ์สไตล์ไอทีมากขึ้นแล้ว บริษัทยังวางแผนจัดโซนสินค้าใหม่จากการทำวิจัยและหารือกันส่วนกลาง ซึ่งจะมีผลให้ร้านค้าต้องปรับปรุงหน้าร้าน รวมถึงการขายสินค้าที่เข้ากับเทรนด์มากขึ้น

ทั้งนี้ ได้เริ่มทยอยเจรจากับร้านค้าเพื่อปรับโฉมหรือปรับทำเลให้เหมาะกับสินค้ามากขึ้น ส่วนตัวศูนย์คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ปลายปีนี้ด้วยงบ 300 ล้านบาท

"ปีนี้ศูนย์ไอทีต้องทำการบ้านเยอะนอกจากให้เช่าพื้นที่แล้วก็ต้องมาเล่นกับแบรนด์ด้วย หากิจกรรมกระตุ้นการขาย เพราะตลาดต้นปีนี้ก็ยังดูไม่ดีขึ้น แต่ก็หวังว่าจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะสินค้าไม่พร้อม ดังนั้นช่วงนี้ก็อาจเป็นการเคลียร์ของออกเพื่อรับสินค้าใหม่ๆ ซึ่งที่ยังมาแรงคือ สมาร์ทโฟน แทบเล็ต ส่วนโน้ตบุ๊คอาจต้องรอของใหม่เข้ามาเยอะขึ้นไตรมาส 2 เป็นต้นไป"

พร้อมกันนี้บริษัทได้เริ่มแผนเชิงรุกจัดกิจกรรม "พันธุ์ทิพย์ บิ๊ก 4 เดย์ เซล 2013" งานใหญ่ครั้งแรกต้นปีจากเดิมจะจัดเฉพาะกิจกรรมฮอตเซล เพื่อกระตุ้นการซื้อขายในตลาดไอทีบ่อยขึ้น โดยมีกำหนดตั้งแต่วันที่ 28-31 มี.ค.นี้ที่พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ประตูน้ำ, งามวงศ์วาน และบางกะปิ

ผู้บริหารพันธุ์ทิพย์เผยว่า ตลาดไอทีต้นปีเป็นจังหวะที่ต่างกับหลายปีที่ผ่านมาเพราะเทคโนโลยีใหม่ๆ ยังเข้ามาไม่เต็มที่ ดังนั้นผู้ค้าส่วนใหญ่จึงเริ่มทยอยระบายสินค้ารุ่นปัจจุบันออกเพื่อรอของใหม่ ซึ่งในงานบิ๊ก 4 เดย์ เซลก็จะเห็นการลดราคาสินค้าสูงกว่า 70% เช่น กาแล็กซี่ โน้ต 2 ลด 70% (จำกัดจำนวน) และสินค้าเคลียร์แรนซ์สูงสุด 50% ของพีซีหลายแบรนด์

ทั้งนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่าในช่วงเวลาปกติราว 20%