ปณทเปิด ‘โพสต์แอทโฮม’ บริการส่งเงินถึงบ้าน

ปณทเปิด ‘โพสต์แอทโฮม’ บริการส่งเงินถึงบ้าน

‘ไปรษณีย์ไทย’ เปิด “โพสต์แอทโฮม” บริการรับ-จ่ายเงินถึงประตูบ้าน นำร่องกลุ่มอสม. ก่อนต่อยอดสู่ค่าสาธารณูปโภค 4 ภาค 4 จังหวัด

นางสาวอานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ปณท สานต่อโครงการสมาร์ทโพสต์ เปิดบริการ “โพสต์แอทโฮม ([email protected])” รับ-ส่งเงินถึงประตูบ้าน เฟสแรกได้นำร่องจ่ายค่าป่วยการให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตั้งแต่เดือน ก.พ.

พร้อมกันนี้ ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เชื่อมโยงฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร และเครือข่ายไปรษณีย์ไทย สู่เครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ (จิน) และระบบจี คลาวด์ หวังนำฐานข้อมูลของแต่ละหน่วยงานมาพัฒนาบริการให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด

ส่วนเฟสต่อไปตั้งแต่เดือนเม.ย.จะต่อยอดสู่บริการรับชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ โดยเริ่มจากค่าไฟฟ้า น้ำประปา และโทรศัพท์ของทีโอที พื้นที่ 4 ภาค 4 จังหวัด ลพบุรี พังงา เชียงใหม่ และร้อยเอ็ด คิดค่าธรรมเนียมรายการละ 10 บาท คาดว่าจะครอบคลุมผู้ใช้บริการกว่า 5 ล้านคน

ขณะเดียวกัน เตรียมขยายการบริการไปยังกลุ่มองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพื่อจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ ธุรกิจสินเชื่อ-เช่าซื้อ ผู้ให้บริการบัตรเครดิต รวมถึงหน่วยงานและองค์กรที่ต้องการใช้บริการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา หวังว่าภายในสิ้นปีนี้จะขยายผลไปได้ทั่วประเทศ

“แม้รายได้กลุ่มตลาดการเงินของเราจะมีอยู่เพียง 6% และหลักๆ ยังมาจากการขนส่ง แต่เราต้องการนำเทคโนโลยีไอซีทีและทรัพยากรที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการบริการ พร้อมเพิ่มอีกหนึ่งทางเลือกให้คนที่รู้สึกว่าบริการที่ใช้ปัจจุบัยังไม่สะดวกมากพอ” นางสาวอานุสรา เผย

อย่างไรก็ดี ด้านเครื่องมืออ่านบัตรประชาชน ไม่ได้ลงทุนอะไรเพิ่มเติม บริษัทให้พันธมิตรบริษัทไอซิสเทค (isytech) เป็นผู้ดูแลและแบ่งรายได้ให้ตามข้อตกลง การใช้บริการเพียงนำบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลผ่านเครื่องอีดีซี จากนั้นรับเงินได้ทันที ช่วงนำร่องแต่ละอำเภอจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการประจำ 2-3 คน

พร้อมระบุด้วยว่า มีฐานข้อมูลประชาชนอยู่กว่า 20 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ หวังว่าโครงการนี้จะช่วยพัฒนาการบริการประชาชนได้ถึงระดับรากหญ้า โดยยุทธศาสตร์หลักของ ปณท จะให้ความสำคัญกับการผสมผสานและเชื่อมโยงเครือข่ายที่มีมาใช้ ทำให้การบริการขยายไปกว้างที่สุด

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันประชาชนเกือบ 100% มีบัตรประชาชนใช้อยู่แล้ว ขณะเดียวกันผู้ที่มีบัตรรุ่นเก่าที่ยังไม่หมดอายุก็นำมาใช้ได้ ขณะนี้ปัญหาสมาร์ทการ์ดที่ขาดแคลนกำลังเข้าสู่ภาวะปกติ