นับถอยหลัง"เทรดโชว์ไอที" 3-5 ปี ถึงเวลาสูญพันธุ์

นับถอยหลัง"เทรดโชว์ไอที" 3-5 ปี ถึงเวลาสูญพันธุ์

สำรวจความร้อนแรงของ "เทรดโชว์ไอที" ในยุคที่เดสก์ท้อป-โน้ตบุ๊คไม่ใช่พระเอกของวงการอีกต่อไป

ความคึกคักของตลาดโมบายในไทยปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ 3จี ดิจิทัลทีวี ตัวเครื่องรุ่นใหม่ๆ ตลอดจนแอพพลิเคชั่นที่ดึงดูดให้คนหันมาใช้เวลากับอุปกรณ์พกพาประเภทมือถือและแทบเล็ตมากกว่าของเดิมๆ อย่างทีวี คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่โน้ตบุ๊ค ไม่เพียงส่งผลต่อทิศทางของอุตสาหกรรมที่ต้องปรับตัวพัฒนาเทคโนโลยีให้ออกมาตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

แล้วยังมีผลลามเป็นลูกโซ่ถึงเทรนด์การค้าขายปลายทางที่ทำทีท่าว่า งานใหญ่ๆ ที่เน้นขายคอมพิวเตอร์ หรือพีซีแบบเดิมๆ อาจกลายเป็นความทรงจำครั้งหนึ่งที่เคยเป็นดาวเด่นแห่งโลกไอทีในระยะเวลาอันใกล้

ยุคธุรกิจไอทีไร้แกน

แหล่งข่าวกล่าวว่า เดิมอุตสาหกรรมไอที ลูกค้าเป็นกลุ่มคอมเมอร์เชียล แล้วค่อยขยับสู่ค้าปลีก ทำให้เซ็กเมนท์ขยายขึ้น ไอทีไปอยู่ตามแหล่งต่างๆ เกิดการบูมของพันธุ์ทิพย์พลาซ่า และขยายไปหัวเมืองต่างๆ แต่มาถึงปัจจุบันการค้าปลีกไอทีเริ่มหายไป ก้าวสู่ยุคโมบิลิตี้ที่แท้จริง คือต้องเบา แบตเตอรี่ใช้ได้นาน เชื่อมต่อได้ผ่านไวไฟ 3จีหรืออื่นๆ หลังจากโน้ตบุ๊คสร้างโมบิลิตี้เทียมมาก่อน ไอทีจะเหลือเฉพาะกลุ่มที่ต้องการใช้จริงๆ เท่านั้น

ปัจจุบัน พีซีถูกผลักให้เป็นคอมเมอร์เชียลแท้ๆ ร้านค้าปลีกที่เคยขายพีซี และโน้ตบุ๊ค ซึ่งต้องใช้พื้นที่ขนาด 150 ตารางเมตรขึ้นไปเพื่อเก็บสินค้า เริ่มปรับตัวจากการเข้ามาของผลิตภัณฑ์ตระกูล "ไอ" ที่ทำหน้าที่เสมือนคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ใช้พื้่นที่ศูนย์การค้าน้อยลง ซึ่งภายใน 2-3 ปีจะเห็นการใช้พื้นที่ไปทางโมบิลิตี้และกล้องที่รวมอยู่ด้วยกัน

"อีก 3-5 ปี เชื่อว่างานขายสินค้าไอทีที่จัดอยู่ทุกวันนี้จะไม่มี เพราะการทำเทรดโชว์ไม่มีอุตสาหกรรมไอทีรองรับ ไม่มีนวัตกรรมใหม่ใดๆ ขณะที่ องค์ความรู้ผู้บริโภคสูงขึ้น รู้ว่าต้องการอะไร ไม่เอาอะไร"

แหล่งข่าว กล่าวด้วยว่า ธุรกิจไอทีไม่มีแกนหลักของตัวเองที่จะค้ำจุนความยั่งยืน ทั้งซีพียู มาร์เธอร์บอร์ด จอภาพ เคส ล้วนมาจากต่างแบรนด์ ต่างจากแอ๊ปเปิ้ล ที่ผลิตซีพียู ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ของตัวเอง เป็นการทำธุรกิจหลักของตัวเอง ระยะยาวจะยั่งยืนกว่า

คอมมาร์ตจ่อเปิดแผนรับมือ

นายปฐม อินทโรดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีภายใต้ชื่อ "คอมมาร์ต" กล่าวว่า แนวโน้มงานค้าปลีกไอทีจำเป็นต้องปรับตัวแน่นอนซึ่งเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของตลาด รวมถึงคอมมาร์ตที่ภายใน 1 เดือนนี้อาจจะมีแถลงข่าวการปรับตัวของธุรกิจ

ที่ผ่านมาบริษัทก็ปรับตัวมาอย่างต่อเนื่อง เช่น การทำคอมมาร์ต แอพ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเชคราคาสินค้าไอทีได้ในช่วงที่ไม่มีงานคอมมาร์ต

อย่างไรก็ตามปัจจุบันรายได้จากการจัดงานคอมมาร์ต รวมอีเวนท์ต่างๆ มีสัดส่วนลดลงเหลือราว 45% จากเดิมมากกว่า 50%

ล่าสุดยังได้ปรับตำแหน่งภายในบริษัท หลังมีนายจอห์น รัตนเวโรจน์ หรือจอห์น นูโว เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในทีมบริหารของบริษัท

"โมบาย"มาแรงบีบผู้ค้าปรับตัว

นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผู้จัดงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป กล่าวว่า เทรนด์ของการจัดงานขายมือถือใหญ่ๆ เช่น โมบาย เอ็กซ์โปคาดว่ายังเติบโตได้ดีอีกหลายปี เพราะโทรศัพท์มือถือเริ่มกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับคนปัจจุบันทำให้ความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้ยังมีอยู่ต่อเนื่อง

ทั้งนี้เมื่อเทียบกับสินค้าประเภทโน้ตบุ๊ค หรืออุปกรณ์ไอทีเดิมๆ ที่แม้จะเสีย หรือใช้การไม่ได้ก็ยังรอได้ต่างกับโทรศัพท์มือถือที่หากเสียหรือใช้ไม่ได้ก็อาจต้องซื้อใหม่ทันที

ประกอบกับปีนี้เป็นปีที่โทรศัพท์มือถือมีเทคโนโลยีและลูกเล่นใหม่ๆ มากกว่าฝั่งคอมพิวเตอร์ เช่น ขนาดจอใหญ่ขึ้น ตัวเครื่องบางลง หน้าจอบิดโค้งงอได้ ตลอดจนไลเซ่น 3จีที่จะเริ่มใช้งานอย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ล้วนกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนเครื่องใหม่สูงขึ้น และยังมีโอกาสใหม่ๆ จากตลาดในฝั่งเทคโนโลยีบรอดแคสต์ เช่น ดิจิทัล ทีวีแบบพกพาที่ปีนี้ก็จะเริ่มเห็นมากขึ้น

"ภาพรวมของไอทีที่เป็นฝั่งคอมพิวเตอร์จะเริ่มลดบทบาทลง และจะเริ่มเห็นว่าระดับดิสทริบิวเตอร์ก็เริ่มปรับพอร์ตสินค้าหันมาเน้นการขายมือถือ แทบเล็ตแทบจะเต็มสเกล หรือเกิน 50% เพราะการเติบโตสูงกว่าชัดเจน ส่วนตลาดไอทีที่เคยคาดหวังกับวินโดว์ส 8 ยังมองว่าตลาดยังไม่ตอบรับเท่าที่ควร เพราะคนยังไม่รู้สึกว่ามีวินโดว์ส 8 ที่ทำให้โน้ตบุ๊คสามารถทำเป็นจอสัมผัสได้แล้วทำให้อยากเปลี่ยนเครื่องใหม่ ซึ่งต่างกับมือถือที่มีลูกเล่นใหม่ๆ ดึงดูดมากกว่า"

จับตาเฮาส์แบรนด์คืนชีพ

นายโอภาสระบุว่า งานโมบาย เอ็กซ์โปที่จะจัดช่วงกลางปีนี้จะเป็นงานที่มีขนาดใหญ่ขึ้น จากกระแสของ 3จีที่ทำให้ผู้ให้บริการระบบจะเริ่มทำตลาดอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันฝั่งดิสทริบิวเตอร์ เช่น เจมาร์ท หรือ ทีจีที่เป็นตัวแทนจำหน่ายก็จะเริ่มหันมาสร้างแบรนด์ของตัวเองชัดเจนมากขึ้นเพื่อแข่งกับผู้ให้บริการ และเป็นช่วงที่มีมือถือรุ่นใหม่ๆ ออกวางตลาด เช่น ซัมซุง กาแล็กซี่ เอส 4

ส่วนผู้ค้าพีซีที่มีฮาร์ดแวร์ เช่น แทบเล็ต สมาร์ทโฟน ก็จะเริ่มเข้ามาทดลองตลาดภายในงานโมบายมากขึ้น

รวมถึงการกลับมาของตลาดมือถือเฮาส์แบรนด์ที่กระแสหายไปเกือบปี เพราะมือถืออินเตอร์แบรนด์ขยับตัวลงมาทำตลาดล่าง แต่ช่วงกลางปีนี้จะเริ่มเห็นแบรนด์มือถือใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพื่อแข่งกับอินเตอร์แบรนด์โดยคงจุดเด่นเรื่องของราคาถูก จอใหญ่ ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และมีแอพพลิเคชั่นเป็นจุดขาย

งานแอพฯครั้งแรก

นอกจากนี้บริษัทก็ยังได้เริ่มปรับตัวเพื่อรองรับการเติบโตของตลาด โดยเตรียมจับมือกับหน่วยงานราชการเพื่อจัดงานเกี่ยวกับ "แอพพลิเคชั่น" ที่ไม่เน้นการขายเหมือนโมบาย เอ็กซ์โป แต่จะโชว์เทคโนโลยีและเทรนด์ของแอพพลิเคชั่นบนมือถือทั้งของไทยและต่างประเทศ รวมทั้งจัดการแข่งขันเพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่หวังจะช่วยกระตุ้นตลาดมือถือโดยรวม โดยกำหนดจัดงานที่ไบเทค ช่วงปลายเดือน มิ.ย.นี้เป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ตามสำหรับเอ็มวิชั่นปัจจุบันมีรายได้จากการจัดงานโมบาย เอ็กซ์โป นิตยสาร เว็บไซต์มือถือ และรับจ้างผลิตแอพพลิเคชั่น ซึ่งสัดส่วนรายได้จากงานอีเวนท์ ราว 40% ใกล้เคียงกับงานรับจ้างผลิตที่กำลังขยายตัวตามตลาดมือถือในปีนี้