"เฟซบุ๊ค" โฉมใหม่ จุดลงตัวธุรกิจ-ความพอใจของผู้ใช้งาน

"เฟซบุ๊ค" โฉมใหม่ จุดลงตัวธุรกิจ-ความพอใจของผู้ใช้งาน

เฟซบุ๊คปรับโฉม"นิวส์ ฟีด"ครั้งใหญ่ ดึงผู้ใช้ให้อยู่กับเว็บนานขึ้นท่ามกลางแรงเบียดจากแอพพลิเคชั่นโซเชียลหน้าใหม่ ทะยอยปรับตั้งแต่ 7 มี.ค.

แม้จะขึ้นแท่นเป็นเว็บสังคมออนไลน์ยอดนิยมของโลกและไม่ได้มีผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้เหมือนยักษ์ใหญ่รายอื่นๆ แต่ "เฟซบุ๊ค" ก็ยังหนีไม่พ้นวงจร "ว้าว" ที่ระยะหลังกระแสเริ่มไม่ถูกใจวัยรุ่น วัยขี้เบื่อที่แม้สินค้าหรือบริการจะดีเพียงใดแต่ถ้าไม่มีอะไรใหม่ก็พร้อมจะเปิดใจไปกับของใหม่ๆ ได้ง่ายกว่า

ทั้งนี้เป็นเหตุให้งานแถลงข่าวครั้งใหญ่ครั้งที่สองในรอบปีเกิดขึ้นตามมาอย่างรวดเร็วกับการประกาศปรับโฉมระบบ "นิวส์ ฟีด" ครั้งใหญ่ เพื่อหวังจะดึงผู้ใช้ให้อยู่กับเว็บนานขึ้นท่ามกลางแรงเบียดจากแอพพลิเคชั่นโซเชียลหน้าใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมากโดยการปรับปรุงระบบครั้งนี้สะท้อนความพยายามที่จะดึงผู้ใช้ให้อยู่กับเว็บให้นานและเอาใจบรรดาแบรนด์สินค้าต่างๆ ซึ่งได้เริ่มทยอยปล่อยดีไซน์ใหม่ตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา

เทียบ นสพ.ส่วนบุุคคล

นายมาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ค ประธานคณะผู้บริหารและผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ค ย้ำในงานเปิดตัวระบบใหม่ที่สำนักงานใหญ่ว่า ดีไซน์ใหม่ครั้งนี้เป็นเหมือนกับพื้นฐานสำคัญสำหรับการสร้าง "หนังสือพิมพ์เฉพาะบุคคลที่ดีที่สุด" โดยรูปภาพของเพื่อนๆ จะแสดงผลใหญ่ขึ้น เช่นเดียวกับบทความต่างๆ ทั้งรูปภาพประกอบ ตัวอักษร และโลโก้ต่างๆ ก็จะแสดงผลใหญ่ขึ้น

รวมถึงระบบการ "เชค-อิน" ที่จะปรากฏแผนที่ของสถานที่เป้าหมายใหญ่ขึ้น ขณะเดียวกันโพสต์ที่เกี่ยวกับธุรกิจ ผู้ใช้ก็จะสามารถมองเห็นภาพหน้าปก (คัฟเวอร์ เพจ) และภาพของเพื่อนที่กด "ไลค์" หน้าเพจที่เป็นธุรกิจต่างๆ ที่ดึงรายละเอียดขึ้นมาโชว์บนเฟซบุ๊คเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นข่าวสารที่อัพเดทบนหน้าเฟซบุ๊คในรูปแบบใหม่ เช่น มองเห็นโพสต์ทั้งหมดของเพื่อน รวมถึงโพสต์ล่าสุด รวมถึงความสามารถในการกำหนดให้แสดงเฉพาะข้อมูลอัพเดทในเรื่องที่สนใจ เช่น เพลง

นักวิเคราะห์ชี้ยังไม่ตอบโจทย์

ไฮไลต์ของการเปลี่ยนแปลงยังแสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่ใหญ่หลวงขึ้นสำหรับเฟซบุ๊คที่ต้องพยายามสร้างฐานที่แข็งแกร่งให้กับราคาหุ้นพร้อมๆ กับสร้างความพึงพอใจให้กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในวงจรของเฟซบุ๊ค ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งาน, นักพัฒนาไปจนถึงบริษัทโฆษณาต่างๆ

นักวิเคราะห์บางรายตั้งข้อสังเกตว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะช่วยให้บรรดาแบรนด์ต่างๆ สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้เฟซบุ๊คทั้งตัวโฆษณาหรือหน้าแฟนเพจ

"นิวส์ฟีดใหม่ในระยะสั้นมันจะช่วยเพิ่มความเชื่อมโยงของทุกโพสต์เข้าด้วยกันได้ แต่มันยังไม่สามารถจัดการปัญหาพื้นฐานของโฆษณาที่ยังถูกมองเหมือนเป็นสิ่งรบกวนบนนิวส์ฟีดมากกว่า" นายเรย์ เฟลมมิ่งส์ ซีอีโอบริษัท สตริปเปิ้ล ผู้พัฒนาระบบโฆษณาดิจิทัลกล่าว

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังเกิดขึ้นในช่วงที่เฟซบุ๊คกำลังเผชิญแรงกดดันจากคู่แข่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในกลุ่มแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่กำลังเข้ามาดึงดูดความสนใจไปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ค เช่น "วอสแอพ" ทั้งยังมีความกังวลเพิ่มมากขึ้นว่าเฟซบุ๊คอาจกำลังสูญเสีย "ความรู้สึกเจ๋ง" ในสายตาของวัยรุ่น และคนรุ่นใหม่ที่มักมองหาช่องทางใหม่ๆ สำหรับสื่อสารกับเพื่อนอยู่ตลอดเวลา

หาจุดลงตัวผู้ใช้-โฆษณ

โดยเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้เฟซบุ๊คเจอเสียงวิจารณ์ว่าใช้อำนาจมากเกินไปที่เป็นผู้กำหนดเองว่าผู้ใช้จะได้เห็นข้อมูลอะไรบ้างจากระบบนิวส์ ฟีด ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนอัลกอริธึ่ม หรือระบบการคำนวณของคอมพิวเตอร์เพื่อให้แสดงผลต่อผู้ใช้ ซึ่งจะเลือกข้อมูลบางส่วนเท่ามาเท่านั้นทำให้เฟซบุ๊คตัดสินใจกลับมาใช้ฟีเจอร์เดิม

สำหรับประเด็นนี้ "นายคริส ค็อกซ์" รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของเฟซบุ๊ค ยอมรับถึงปัญหาดังกล่าว พร้อมกับชี้แจงว่า เฟซบุ๊คกำลังพยายามแก้ปัญหาความไม่ลงตัวระหว่าง "ผู้ใช้" ที่ไม่พอใจกับโพสต์ข้อมูลต่างๆ จำนวนมากที่เหมือนกับเป็นการยัดเยียดสิ่งที่ไม่ได้สนใจบนหน้าเฟซบุ๊ค และ "บริษัทโฆษณา" ที่ต้องการให้ผู้ใช้เฟซบุ๊คเห็นทุกๆ โพสต์ที่ทำขึ้นมา

อย่างไรก็ตามเฟซบุ๊คยังคาดหวังว่าการลดความยุ่งเหยิงและทำให้คอนเทนท์ดูหน้าตาดีขึ้นจะทำให้ผู้ใช้ใช้เวลากับหน้าเว็บมากขึ้น โดยการคลิกไปยังเรื่องราวต่างๆ ที่แชร์อยู่บนเฟซบุ๊ค รวมถึงการท่องไปตามหน้า "นิวส์ ฟีด" หลัก (ช่องกลาง) และ "ซับ-ฟีดส์" (ช่องขวาสุด) ที่จะแสดงผลตามความสนใจเฉพาะตัวของผู้ใช้แต่ละราย

โดยผลสำรวจล่าสุดจาก "คอมสกอร์" ระบุว่า ปัจจุบันผู้ใช้เฟซบุ๊คผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ เฉลี่ย 6 ชั่วโมงต่อเดือน ขณะที่ผู้ใช้งานผ่านมือถือผ่านทางแอพพลิอเคชั่นต่างๆ เฉลี่ยรวมเกือบ 12 ชั่วโมงต่อเดือน