บ้านและอาคารไหนจะน่าอยู่หรือไม่ สีที่ใช้ทาตอบโจทย์ความรู้สึกตรงนี้ได้ดีที่สุด โดยเฉพาะสีที่มีนวัตกรรมเข้ามาเชื่อมโยงยิ่งน่าสนใจ
ในงานตกแต่งผิวอาคาร การทาสี นับเป็นสิ่งที่สถาปนิกไทยจะคิดถึงเป็นสิ่งแรกๆ อาจด้วยเพราะบ้านเรานิยมโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก การตกแต่งด้วยสีจึงง่ายและสะดวก อีกทั้งต้นทุนอยู่ในราคาที่รับได้และนวัตกรรมสีก็มีความหลากหลายพร้อมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าหรือผู้ออกแบบได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
:สีสื่อความคิด
นายธีรชัย ลี้สุรพลานนท์ อาจารย์สาขาวิชาสถาปัตกรรมและการวางแผน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า โทนสีที่จะยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องไม่ว่ายุคไหน พ.ศ.ไหน คือ โทนสีเทาเข้ม สีเทาอมน้ำตาล รวมไปจนถึงสีดำ ที่แสดงถึงความเรียบ ขรึม โก้หรู และบางครั้งถูกนำมาใช้เป็นสีพื้นหลัง(background) ในงานตกแต่งภายใน เพื่อขับให้สีอันเป็นอัตลักษณ์ขององค์กร หรือตัวตนของบุคคล หรือสินค้า มีความเด่นชัดขึ้น
ปัจจุบันเทคโนโลยีการผสมสีที่ไร้ขีดจำกัดทำให้สีลักษณะ“ก้ำกึ่ง” ได้รับความนิยมมากขึ้นเช่นกัน เพราะทำให้ใครๆก็มีโอกาสที่จะสื่อความเป็นตัวตนได้เหมือนกัน อย่างเช่น การเลือกจะตกแต่งบ้านหรืออาคารด้วยสีฟ้าอมเขียว สีเขียวมะนาว สีเขียวเปปเปอร์มินท์ สีม่วงอมน้ำเงิน สีชมพูอมม่วง สีส้มอมชมพู ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสีที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวแปลกใหม่ และกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก
ในการเลือกสีทาอาคารมี 3 เรื่องที่ต้องเน้นสำหรับช่างสีหรือสถาปนิกคือ เรื่องของโทนสีเพราะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกสูง การเลือกใช้สีเฉดไหน โทนไหน ต้องตั้งโจทย์ว่าคุณต้องการให้ห้อง หรืออาคารหลังนั้นเกิดความรู้สึกอย่างไร หรือเลือกโทนสีที่แสดงถึงสไตล์ของงาน เช่น สไตล์เมดิเตอร์เรเนียนที่ออกไปโทนสีฟ้าหรือฟ้าเข้มค่อนไปทางน้ำเงิน หรือสไตล์ทัสคานีที่ออกมาในโทนสีส้ม ซึ่งก็จะสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้บ้านหรืออาคารโดดเด่นดูมีสไตล์ที่ชัดเจนขึ้น
ประเภทและคุณสมบัติของสี เป็นอีกประเด็นที่ควรใส่ใจเพราะการเลือกใช้ประเภทสีที่ไม่ตรงกับการงาน อาจก่อให้เกิดปัญหาที่ต้องแก้ไขตามมาในระยะยาว อย่างเช่น สีน้ำพลาสติก สีน้ำอะคริลิค ซึ่งเหมาะกับการทาบนงานฉาบปูนหรืองานฝ้าเพดานยิปซั่มบอร์ด แต่สีน้ำอะคริลิคจะมีคุณสมบัติในการยึดเกาะและคงทนกว่าสีน้ำพลาสติก ส่วนสีน้ำมันเหมาะกับงานโลหะและงานไม้
นอกจากนี้พื้นผิวของสี ก็ยังเป็นอีกเรื่องที่ต้องวางแผนในการทาสีเช่นกัน เพราะปัจจุบันมีนวัตกรรมสีให้เลือกหลากหลาย ทั้งสีสำหรับทาภายในและภายนอกอาคาร สีสำหรับเฟอร์นิเจอร์ สีสำหรับของเล่น สีสำหรับงานไม้ สีสำหรับงานเหล็ก สีสำหรับงานปูน อย่างเช่น สีน้ำอะคริลิคซึ่งมีพัฒนาการไปไกลทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวเงา พื้นผิวกึ่งเงา พื้นผิวด้าน
“พื้นผิวของสีมีส่วนช่วยทำให้บ้านหรืออาคารมีความสวยสะดุดตาหรือดูกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมก็ได้ โดยเฉพาะเทคนิคการใช้สี หากเรียนรู้เทคนิคตรงนี้ก่อนจะเลือกซื้อสี จะได้สีที่ตอบโจทย์และนำไปใช้ได้ถูกต้อง เช่น การนำไปทาเพื่อปกปิดความไม่เรียบร้อยของงานฉาบด้วยสีแบบผิวด้าน เทคนิคนี้จะทำให้ผลงานที่ออกมาสะดุดตากว่าสีแบบกึ่งเงาด้วยซ้ำ”นักสถาปนิก จากสจล. กล่าว
เขายังบอกอีกว่า แนวโน้มของนวัตกรรมสีหลังจากนี้ คนจะนิยมสีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งกระบวนการผลิตและการนำไปใช้งาน รวมถึงวัสดุก่อสร้างเกือบทุกชนิดเองก็เช่นกัน โดยเฉพาะสีประเภทป้องกันความร้อนเข้าสู่อาคารซึ่งจะส่งผลต่อการเลือกใช้ของผู้บริโภค อีกทั้งถ้าได้รับ “ฉลากเขียว” ที่เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ มีขั้นตอนการผลิตที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน ย่อมส่งผลในทางจิตวิทยาให้ถูกเลือกซื้อ
นวัตกรรมสีตอบโจทย์
วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ รองประธานบริหารกลุ่มบริษัทเบเยอร์ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทสีเบเยอร์มีแผนจะนำนวัตกรรมสีออกมาทำตลาดเพื่อชิงส่วนแบ่งสีทาอาคารกว่า 30 โปรเจก จากเดิมที่อยู่ในระดับแนวหน้าของสีทาไม้มาตลอด 50 กว่าปี
“บริษัทตั้งเป้าจะพัฒนาหน้าร้านค้าปลีกให้มีความพร้อมให้เป็นศูนย์ผสมสีเบเยอร์คัลเลอร์ดีไซน์ ตอบสนองรสนิยมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นจากคนอื่น ซึ่งตั้งเป้าไว้จะพัฒนาศูนย์ฯดังกล่าวให้ได้ 1,500 ร้านค้าเพื่อครอบคลุมผู้ใช้บริการทั่วประเทศ จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 1,000 กว่าร้านค้า“วรวัฒน์ กล่าว
นวัตกรรมสีที่เบเยอร์เตรียมไว้ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์สีที่ใช้ตกแต่ง เช่น สีกันความร้อน สีทำความสะอาดตัวเอง สีฆ่าเชื้อโรคและฟอกอากาศโดยใช้แสงแดดเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยา เป็นต้น กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาเนื้อไม้ กลุ่มผลิตภัณฑ์สีอุตสาหกรรมและเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มความคงทนให้กับโครงสร้าง กลุ่มผลิตภัณฑ์สีที่รับโจทย์มาจากผู้บริโภค อาทิ สีสำหรับของเล่นเด็ก สีสำหรับใช้กับเฟอร์นิเจอร์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์สีสร้างเอฟเฟกต์ที่นำเข้าจากอิตาลีเพื่อเป็นทางเลือกที่ใครๆก็สามารถซื้อไปใช้งานได้เองที่บ้าน
วรวัฒ กล่าวอีกว่า ในปีนี้เบเยอร์จะเปิดสถาบันฝึกอบรมช่างระดับมืออาชีพขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์ฝึกอบรม ให้ความรู้ พัฒนาทักษะ ความชำนาญให้กับช่างสีที่นำสีของเบเยอร์ไปใช้ โดยที่ผู้เข้ารับการอบรมสามารถที่จะนำชั่วโมงการฝึกอบรมจากเบเยอร์ไปอัพเครดิตกับสถาบันการศึกษาได้ในอนาคต ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทกำลังร่วมกับกระทรวงศึกษาพัฒนาหลักสูตรเพื่อรับรองการอบรมที่จัดขึ้น ทั้งยังจัดให้มีวิศวกรภาคปฏิบัติเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงให้บริการหลังการขายให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีช่างเป็นแรงงานต่างชาติอีกด้วย
“สถาบันฝึกอบรมช่างจะสอนช่างสีทั้งที่มีความรู้และไม่มีความรู้ให้มีพื้นฐานความเข้าใจในการนำสีไปใช้งานได้ตรงตามคุณสมบัติและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป้าหมายที่เล็งไว้จะเป็นกกลุ่มช่างที่ต้องใช้งานสีเป็นหลักรวมถึงเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องอัพเดทความรู้ใหม่ๆเพื่อนำไปตกแต่งโครงการบ้านจัดสรรตลอดเวลา”วรวัฒน์ กล่าวและว่า หากช่างไทยมีความรู้ด้านสีที่ดีพอ เมื่อถึงเวลาต้องค้าขายกับเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน เชื่อว่าช่างไทยจะรับงานได้อย่างสบาย





