เปิดเกมรุก "เฮียฮ้อ" หนึ่งตัวเต็งที่มีโอกาสคว้าไลเซ่นทีวีดิจิทัลมากที่สุด
"อาร์เอส" พร้อมทุ่ม 400 ล้าน ผลิตคอนเทนท์รับสื่อยุคใหม่วาง "ทีวีดาวเทียม" ฐานรายได้สำคัญ หวังรายได้รวมปีนี้ทะลุ 4 พันล้านบาท โต 40% สูงสุดในรอบ 30 ปี ชี้ 3จี ดันตลาดเอ็นเตอร์เทนเมนท์บนมือถือคึกคัก เปิดกว้างผนึกพันธมิตรร่วมชิงตลาดผู้นำคอนเทนท์ดิจิทัล
การแข่งขันบนสมรภูมิที่เรียกว่า "ดิจิทัล" ในยุคที่อินเทอร์เน็ต และสมาร์ทดีไวซ์กำลังยึดครองทุกสัดส่วนของตลาด กลยุทธ์เพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่งบนการแข่งขันยุคเปลี่ยนผ่านยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ "บริษัทอาร์เอส" ถือเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านความบันเทิง ที่ถูกจับตามองถึงก้าวย่าง และทิศทางจากนี้ไป โดยเฉพาะยุคที่ทีวีดิจิทัลกำลังเกิด และ 3จี เตรียมเปิดให้บริการ
"กรุงเทพธุรกิจ" สัมภาษณ์พิเศษ "นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ "เฮียฮ้อ" หนึ่งตัวเต็งที่มีโอกาสคว้าไลเซ่นทีวีดิจิทัลมากที่สุด
ต่างชาติโฟกัสลงทุนไทย
นายสุรชัย กล่าวว่า การประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลที่จะมีขึ้นเร็วๆ นี้ อาร์เอสกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก ล่าสุดได้รับเชิญให้ไปร่วมโรดโชว์ในงานพบปะนักลงทุนที่ประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง และเร็วๆ นี้ มีแผนไปร่วมงานที่ประเทศมาเลเซียด้วย
“นักลงทุนจากหลายชาติกำลังมองและให้ความสนใจธุรกิจมีเดียไทย เราเองได้รับเชิญให้ไปพูดคุยและตอบรับเข้าร่วมงานหลายๆ งาน หลังจากไม่ได้ออกไปไหนเลยในรอบหลายปี”
อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่แม่ทัพแห่งค่ายอาร์เอสให้นิยามไว้ว่า "ภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไป" เขามีวิสัยทัศน์ว่า ไทยเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญบนสมรภูมิการแข่งขันที่เสรี ข้อจำจัดน้อยลง จากยุคของสัมปทานสู่ใบอนุญาตภายใต้การกำกับดูแลและจัดสรรคลื่นความถี่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
ขณะเดียวกัน อีกไม่เกิน 3 ปี เมื่อเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนจะยิ่งทำให้ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีขนาดใหญ่กว่าเดิมและอยู่ในสายตานักลงทุนมากขึ้น
พร้อมระบุว่า บทบาทอาร์เอสต่อการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัล อยู่ระหว่างดูหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนของ กสทช. ยืนยันได้ว่ามีความพร้อมทุกด้านและการเงินแข็งแกร่ง แต่การจะเข้าร่วมหรือไม่ต้องพิจารณาตามความเหมาะสม มองว่า การได้ไลเซ่นช้ากว่ารายอื่นไม่ได้แปลว่าสูญโอกาสหรือเสียเปรียบ เช่นเดียวกับกรณีทีวีดาวเทียมที่อาร์เอสเข้าไปทีหลังแต่ยังประสบความสำเร็จได้
รอ3จี-เกาะติดสมาร์ทโฟน
นายสุรชัย ยังได้กล่าวถึง บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่พร้อมให้บริการภายในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ จะช่วยให้การทำตลาดเอ็นเตอร์เทนเมนท์บนสมาร์ทดีไวซ์คึกคักมากขึ้น ขณะที่การใช้งานที่มากขึ้นส่งผลให้ราคาสมาร์ทโฟนถูกลง ทำให้บริษัทมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคได้ดีขึ้นกว่าเดิม
ในแง่ของโอกาสทางการตลาดมีทั้งบริการ "สตรีมมิ่งเพลง" ขั้นกว่าของการดาวน์โหลดเพลงผ่านแอพสโตร์ ซึ่งบริษัทเตรียมพัฒนาบริการรองรับไว้แล้ว โดยร่วมมือกับผู้ให้บริการ "Deezer" พันธมิตรค่ายดีแทคให้บริการร่วมกัน ขณะที่การดาวน์โหลดเพลงรองรับได้ทุกระบบปฏิบัติการ
"เราจะใช้จุดแข็ง ผู้นำตลาดเพลงวัยรุ่น และเพลงลูกทุ่งที่มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 70% เป็นตัวชูโรง พร้อมทำงานใกล้ชิดกับผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ค่าย ขณะนี้เห็นว่าทุกรายเตรียมแผนธุรกิจไว้แข่งขันเต็มที่"
เขาชี้ว่า ธุรกิจเพลงไทยในยุคดิจิทัลทำรายได้ได้ดีกว่ายุคขายแผ่น เพราะไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยนไป แม้ทุกวันนี้มีผู้ดาวน์โหลดเพลงเถื่อนอยู่มาก แต่ที่ยอมเสียเงินเพื่อซื้อบริการและความสะดวกสบายก็มีอยู่ไม่น้อย
ไม่หวั่นตลาดแข่งเดือด
ผู้บริหารอาร์เอสย้ำว่า หน้าที่บริษัท คือ สร้างความต่างทั้งด้านคุณภาพ ความเร็ว และราคา พร้อมมองความต้องการของตลาดให้ขาด อาร์เอสเป็นองค์กรที่พร้อมปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการแข่งขันรุนแรงที่จะตามมาไม่ใช่ประเด็นปัญหาสำคัญ
"ผมไม่เคยกลัวผู้เล่นหน้าใหม่ เรียกว่าไม่เคยสนใจเลยด้วยซ้ำ จุดโฟกัสของเรามีเพียงเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด อนาคตโอกาสมารออยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีศักยภาพมากกว่ากัน ที่ผ่านมารายเล็กหรือหน้าใหม่ที่ไปไม่รอดมักเป็นเพราะไม่แข็งแรงมากพอ"
เขากล่าวอีกว่า การแข่งขันบนสมรภูมิดิจิทัลเป็นตลาดที่หมุนเร็วมาก ทั้งรอบริการใหม่ๆ เพื่อก้าวไปข้างหน้าที่ละขั้น ทุกวันนี้ผู้บริโภคมีอำนาจเหนือผู้ประกอบการ จึงต้องรู้จักปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทันต่อความต้องการ โดยมีคอนเทนท์ท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญ
"โอกาสและความท้าทายมาพร้อมๆ กัน การจะอยู่รอดให้ได้ต้องพร้อมและเข้าใจตลาดเป็นอย่างดี การแข่งขัน ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่เงินลงทุนว่ามีมากหรือน้อย แต่คือคอนเทนท์ที่โดนใจผู้บริโภค"
พร้อมระบุว่า การแข่งขันในอนาคตนั้นเปิดกว้าง บริษัทไม่เคยปิดกั้นผู้สนใจที่ต้องการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ หากพูดคุยกันแล้วเกิดซินเนอร์ยีขึ้นได้จริง
ปรับจุดยืนรับบทใหม่
นายสุรชัย กล่าวว่า กำลังเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจมีเดีย ในฐานะเจ้าของสื่อเอง ต่อยอดความสำเร็จธุรกิจที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะทีวีดาวเทียมที่ทำได้ดีมาตลอด 3 ปีติดต่อกัน ซึ่งปัจจุบันมี 5 ช่อง คือ สบายดีทีวี, ช่อง 8, ยู แชนแนล, สตาร์แม็กซ์ และ ซัน แชนแนล พร้อมกันนี้ภายในเดือนมี.ค. เตรียมเปิดบริการคลื่นวิทยุใหม่อีก 1 ช่อง จากปัจจุบันมีอยู่ 2 คลื่นคือคูล 93 และ สบายดีเรดิโอ เอฟเอ็ม 88.5
ปี 2556 อาร์เอส วางงบลงทุนไว้ราว 300-400 ล้านบาท สำหรับผลิตคอนเทนท์ ซื้อลิขสิทธิ์และพัฒนาความหลากหลายให้ทีวีดาวเทียมซึ่งเป็นจุดโฟกัสธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 4,000 ล้านบาท หรือเติบโตจากปีก่อนหน้า 40% นับเป็นเป้าหมายสูงสุดในรอบ 30 ปี ทั้งแง่รายได้และกำไร นับจากก่อตั้งบริษัทมา สัดส่วนมาจากธุรกิจมีเดีย 50% ธุรกิจเพลง 20% ธุรกิจโชว์บิซ 20% และธุรกิจอื่นๆ 10%
"หากมองมาจากภายนอกอาจเห็นว่าเรากำลังโหมรุกตลาดอย่างรุนแรง ทว่าส่วนตัวเป็นตัวเลขที่เป็นไปได้อยู่แล้ว เพราะเราได้เริ่มเปลี่ยนตัวเองรอรับโอกาสและการเปลี่ยนแปลงมาก่อนหน้านี้นับ 10 ปี บทบาทของเรากำลังเปลี่ยนจากคอนเทนท์โปรวายเดอร์ที่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี สู่การเป็นเจ้าของสื่อเต็มตัว" นายสุรชัย กล่าว





