วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

3องค์กรไอทีดันอุตฯซอฟต์แวร์ลุยอาเซียน

3 องค์การมหาชน ผนึกกำลังดันซอฟต์แวร์ไทยผงาดเวทีอาเซียน "ซิป้า" หนุนผู้ประกอบการเปิดตลาดโลก

พัฒนาบุคลากร สร้างนวัตกรรมใหม่ "สรอ." ดันคลาวด์ภาครัฐแจ้งเกิด "สพธอ." เร่งพัฒนามาตรฐาน กฎหมายความปลอดภัยธุรกรรมอิเล็กฯ

นายไตรรัตน์ ฉัตรแก้ว ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (ซิป้า) กล่าวว่า ปีนี้ซิป้าวางแแผนงานไว้ 3 ระยะคือ ระยะสั้น สานต่องานตามวัตถุประสงค์เดิมปี 2555 ระยะกลางเน้นสร้างตลาดภายใน ขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริม พร้อมผสานความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนสร้างตลาดแบบครบวงจร ระยะยาว ส่งเสริมผู้ประกอบการขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศ รวมถึงพัฒนาการเรียนการสอน บุคลากร ตลอดจนผลักดันให้เกิดการขยายผลทรัพย์สินทางปัญญารวมถึงนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์

เขากล่าวต่อว่า ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เหมาะต่อการลงทุนด้านซอฟต์แวร์ เมื่อเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค การเริ่มต้นควรเริ่มจากสร้างเน็ตเวิร์คระหว่างประเทศตามความถนัด หากสำเร็จอาเซียนจะมีศักยภาพสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

"ปีนี้ซิป้าได้งบ 305 ล้านบาท แบ่งเป็น 222 ล้านบาท สำหรับส่งเสริมอุตฯ อีก 83 ล้านบาทใช้บริหารจัดการภายใน ขณะที่ สรอ.มี 1,500 ล้านบาท สพธอ. 300 ล้านบาท รวมทั้ง 3 องค์กรมีอยู่ราว 2,000 ล้านบาท ทว่าสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจให้ประเทศนับล้านล้านบาท"

นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์(สรอ.) กล่าวว่า ปีนี้สรอ. วางเป้าหมายขยายเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐเพิ่มขึ้นกว่า 2,000 แห่ง ดึงระบบงานสู่คลาวด์มากกว่า 130 ระบบ ในแผนงานหวังพัฒนาระบบซอฟต์แวร์พื้นฐานของรัฐให้ใช้บริการผ่านเว็บไซต์ พร้อมบูรณาการด้านฐานข้อมูล จับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้าน

พร้อมระบุว่า ปัจจุบันซอฟต์แวร์ที่หน่วยงานภาครัฐเลือกใช้ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศ หากเป็นของไทยต้องผ่านภาคเอกชนขนาดใหญ่ เนื่องจากมีขั้นตอนการประมูลงาน ทำให้โอกาสเติบโตของซอฟต์แวร์ขนาดเล็ก และซอฟต์แวร์ที่เกิดจากเทคโนโลยีใหม่ด้วยฝีมือคนไทยจึงมีน้อยมาก ขณะที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ภาครัฐเองอยู่ระหว่างปรับตัวเพื่อให้ทันกับเทคโนโลยี

ด้วยปัญหาดังกล่าว ปีนี้ความร่วมมือระหว่างสรอ.และซิป้า จะมีความชัดเจนมากขึ้น สอดคล้องไปกับแผนงานหลัก สรอ.ได้แก่ 1.จัดทำซอฟต์แวร์พื้นฐานในระบบราชการให้เป็นแบบ ซอฟต์แวร์แอสอะเซอร์วิส 2.สร้างกอฟเวิร์นเมนท์ แอพพลิเคชั่น เซ็นเตอร์ สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มราชการ

นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(สพธอ.) กล่าวถึง 3 งานหลักของปีนี้ว่า ประกอบไปด้วย ยกระดับมาตรฐาน กฎหมาย และความปลอดภัย ทำให้ไทยมีความพร้อม ภายใต้เป้าหมายร่วมรัฐบาลในการสนับสนุนนโยบายสมาร์ท ไทยแลนด์ ส่งเสริมการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ให้เติบโตอย่างมั่นคง ปลอดภัยทัดเทียมในระดับผู้นำของภูมิภาค