"สแตรทิจี อนาไลติกส์" เผยยอดสมาร์โฟนทั่วโลกทุบสถิติ 700 ล้านเครื่อง อานิสงส์ "แอนดรอยด์-ไอโอเอส" ยึดส่วนแบ่งกว่า90%แต่ "แอ๊ปเปิ้ล" เริ่มแผ่ว
รายงานข่าวจากบีบีซี นิวส์ ระบุว่า บริษัทวิจัยตลาดสแตรทิจี อนาไลติกส์เผยยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนทั่วโลกเติบโตขึ้น 43% หรือทุบสถิติที่ 700.1 ล้านเครื่องในปี 2555 เพิ่มจาก 490.5 ล้านเครื่องเมื่อปี 2554 แต่ก็มีสัญญาณพบยอดขายสมาร์ทโฟนเริ่มอิ่มตัวในตลาดอิ่มตัวแล้วบางพื้นที่ เช่น อเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตกที่ครั้งหนึ่งซัมซุงเคยครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดแซงหน้าทั้งแอ๊ปเปิ้ล และโนเกีย
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจล่าสุดยังพบว่า "ซัมซุง" มียอดขาย 1 ใน 4 ของตลาดสมาร์ทโฟนรวม โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นเกือบ 20% หรือ 396.5 ล้านเครื่องในปี 2555
ส่วน "แอ๊ปเปิ้ล" ปีที่ผ่านมามียอดขายเพิ่มขึ้น 46% หรือ 135.8 ล้านเครื่อง แต่ยอดขาย "โนเกีย" ลดลง 20% เหลือ 335.6 ล้านเครื่องจากปีก่อนหน้า 417.1 ล้านเครื่อง
ขณะที่ภาพรวมยอดขายมือถือทุกประเภทโตขึ้น 2% หรือ 1.6 พันล้านเครื่องในปี 2555
นายเนล ชาห์ นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทสแตรทิจี อนาไลติกส์ กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่ยังส่งผลต่อเนื่องในตลาดอิ่มตัวแล้ว เช่น อเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก ประกอบกับนโยบายอัพเกรดของผู้ให้บริการระบบที่ซับซ้อนมากขึ้นและรสนิยมของผู้บริโภคที่เริ่มเปลี่ยนไปล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้ตลาดรวมทั่วโลกเติบโตขึ้นไม่มากนัก
แต่ตลาดก็ยังได้แรงส่งจากกระแสสมาร์ทโฟนตระกูล "กาแล็กซี่" ที่ทำให้ซัมซุงกลายเป็นผู้ผลิตมือถือที่โดดเด่นในตลาดจนมียอดขายทุบสถิติ 396.5 ล้านเครื่องทั่วโลก และครองตำแหน่งผู้นำตลาดได้ชัดเจนด้วยสัดส่วน 25% ขณะที่ผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 ซัมซุงมีกำไรพุ่งถึง 76% จากยอดขายสมาร์ทโฟนกาแล็กซี่ทุกรุ่น
ปีที่ผ่านมาซัมซุุงกลายเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลกแทนที่แอ๊ปเปิ้ล และกลายเป็นคู่แข่งรายสำคัญในอุตสาหกรรม ขณะที่เมื่อเร็วๆ นี้แอ๊ปเปิ้ลรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดกำไรไม่เติบโต โดยไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อนหน้าที่ 13.1 พันล้านดอลลาร์ รายได้ 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์
แต่ยังไม่ชดเชยยอดขายไอโฟน 5 ที่ไม่เป็นไปตามคาด
โดยแอ๊ปเปิ้ลเผยว่า ไตรมาส 4 ที่ผ่านมามียอดขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ด้วยยอดขาย "ไอโฟน" 47.8 ล้านเครื่อง และ "ไอแพด" 22.9 ล้านเครื่อง แต่ก็ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
ขณะที่โนเกียก็เริ่มกลับมามีกำไรอีกครั้งในไตรมาสสุดท้ายของปี 2555 ด้วยยอดขายสมาร์ทโฟน 15.9 ล้านเครื่อง
"เราเชื่อว่าโนเกียตกลงจนถึงจุดต่ำสุดแล้ว และตอนนี้ก็เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นมาบ้าง" นายมาร์ค นิวแมน หัวหน้านักวิเคราะห์ด้านโทรคม บริษัทวิจัยตลาดอินโฟร์มากล่าว
นายนิวแมนยังมองว่า ทั้งแอ๊ปเปิ้ลและซัมซุงครองส่วนแบ่งมากที่สุดในตลาดสมาร์ทโฟนระดับบน ขณะที่ผู้เล่นรายอื่นๆ กำลังแย่งกันเป็นผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลาง รวมถึงโนเกีย และผู้ผลิตมือถือรายอื่นๆ เช่น แอลจี, โมโตโรล่า, เอชทีซี และโซนี่
เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนแพลตฟอร์มของสมาร์ทโฟนที่จำหน่ายในไตรมาส 4 ปี 2555 พบว่า ระบบปฏิบัติการ "แอนดรอยด์" ครองสัดส่วนสูงถึง 70.1% ขณะที่ 22% เป็นไอโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ "ไอโอเอส" ซึ่้งทั้ง 2 แพลตฟอร์มรวมกันคิดเป็นสัดส่วนถึง 92.1% ของยอดขายสมาร์ทโฟนทั้งหมด ส่วนที่เหลืออีก 7.9% เป็นระบบปฏิบัติการอื่นๆ เช่น วินโดว์ส โฟน และแบล็คเบอร์รี่
นายสก็อตต์ บิเชโน นักวิเคราะห์อาวุโสของสแตรทิจี อนาไลติก กล่าวว่า อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนโลกกลายเป็นถูกผูกขาดโดย 2 แพลตฟอร์มเด่น เพราะความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมมือถือแอนดรอยด์ที่มีรุ่นให้เลือกเป็นจำนวนมากในท้องตลาดและดีไซน์ที่เน้นความพรีเมียมของแอ๊ปเปิ้ล
อย่างไรก็ตามแม้ผลสำรวจตลาดจะพบว่า "แอ๊ปเปิ้ล" มียอดขายเติบโตขึ้น 29% ต่อปี แต่ส่วนแบ่งตลาดกลับค่อยๆ ลดลงจาก 24% เหลือ 22% ในไตรมาส 4 ที่ผ่านมา
ขณะที่มือถือแอนดรอยด์มียอดขายเพิ่มเกือบ 2 เท่าจาก 80.6 ล้านเครื่องในปี 2554 เป็น 152.1 ล้านเครื่องในไตรมาส 4 ปี 2555 ทั้งนี้ทำให้ส่วนแบ่งตลาดของแอนดรอยด์เพิ่มจาก 51% เป็น 70% เมื่อสิ้นสุดไตรมาสสุดท้ายของปี 2555
โดยเมื่อรวมยอดขายมือถือ "แอนดรอยด์" ทั้งปี 2555 รวมทุกแบรนด์เกือบ 500 ล้านเครื่องเทียบกับ "แอ๊ปเปิ้ล" 135.8 ล้านเครื่อง





