วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Think Bioplastics Think Thailand

InnoBioPlast 2013 แสดงศักยภาพอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย พร้อมขึ้นแท่นผู้นำในภูมิภาค ภายใต้คำกล่าวที่ว่า Think Bioplastics Think Thailand

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรรมพลาสติกชีวภาพไทย (TBIA) และกลุ่ม ปตท. จัดงาน “งานประชุมสัมมนาและงานแสดงนิทรรศการนานาชาติด้านพลาสติกชีวภาพ: InnoBioPlast 2013” ระหว่างวันที่ 24 – 26 มกราคม 2556 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระดับนานาชาติ ที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพตั้งแต่ระดับต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมไปถึงมุมมองทางด้านการตลาดและการลงทุนของอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในประเทศไทยจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก พร้อมนำไปสู่การลงทุนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ภายใต้คำกล่าวที่ว่า Think Bioplastics Think Thailand

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมใน 3 ด้าน กล่าวคือ (1)เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน (2)พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ (3)พัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศเพื่อการพัฒนาประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

“ประเทศไทยจะเป็นแหล่งการผลิตพลาสติกชีวภาพที่ดี เนื่องจากมีชีวมวลเป็นจำนวนมากที่จะสามารถนำมาใช้ผลิตพลาสติกชีวภาพได้ อีกทั้งประเทศไทยมีนโยบายของภาครัฐที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ โดยที่ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำด้านพลาสติกชีวภาพในภูมิภาคนี้อยู่แล้ว และเชิญชวนนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้ลงทุนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย”นายวรวัจน์ กล่าว

นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กล่าวว่า หลายประเทศทั่วโลกมีความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลถึงความพยายามในการหาวิธีแก้ปัญหา ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นจากนโยบายในหลายประเทศที่กระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมมากขึ้น ตั้งแต่กระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์

ประเทศไทยได้จัดลำดับความสำคัญของอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพให้เป็น "อุตสาหกรรมคลื่นลูกใหม่" โดยมุ่งเป้าเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชีย ด้วยการให้ความเห็นชอบ “แผนที่นำทางแห่งชาติเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ" ภายใต้งบประมาณ 1.8 พันล้านบาท (60 ล้านเหรียญสหรัฐ) เมื่อปี 2551 และได้อนุมัติขยายการดำเนินโครงการระยะ 2 (2554 – 2558) โดยให้ สนช. เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย รวมถึงการผลักดันให้เกิดโรงงานต้นแบบผลิตเรซินพลาสติกชีวภาพที่ใช้วัตถุดิบภาคเกษตรภายในท้องถิ่น เช่น มันสำปะหลัง และอ้อย การรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนและการวิจัยและพัฒนา การจัดตั้งมาตรฐานพลาสติกชีวภาพเช่นเดียวกับการตลาด และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ

นายศุภชัย กล่าวต่อไปว่า สนช. ได้ทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด มานานกว่า 7 ปี เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมและให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพในประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจ ที่ถูกต้อง ส่งผลต่อความต้องการและโอกาส ในการสร้างตลาดใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ ให้เป็นทางเลือก ในขณะเดียวกัน สนช. พยายามที่จะส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ผ่านการริเริ่มของกิจกรรม และโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลาสติกชีวภาพ

การจัดงานประชุมสัมมนา และงานแสดงนิทรรศการนานาชาติด้านพลาสติกชีวภาพ หรือ InnoBioPlast 2013 นี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ สนช. ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 4 โดยหวังว่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างพันธมิตรใหม่ เกิดเป็นเครือข่ายการทำงานร่วมกันจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ และจะเป็นอีกทางหนึ่ง ในการกระตุ้นและเปิดโอกาสให้นักลงทุน นักวิจัย ผู้สนใจมองและเล็งเห็นความสำคัญของประเทศไทยในฐานะประเทศที่เป็นแหล่งวัตถุดิบและมีนโยบายส่งเสริมที่เอื้อต่อการลงทุนด้านอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในอนาคต

ดร. พิพัฒน์ วีระถาวร นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย หรือ TBIA กล่าวว่า “สมาคมฯ เกิดจากการรวมตัวกันของผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกทั้งต้นน้ำและปลายน้ำที่เห็นความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้นำด้านพลาสติกชีวภาพในภูมิภาค ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 47 บริษัท ซึ่งที่ผ่านมา TBIA ได้ร่วมกับ สนช. และหน่วยงานพันธมิตรดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อสร้างความตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้พลาสติกชีวภาพ เช่น โครงการการใช้ถุงขยะพลาสติกชีวภาพคัดแยกขยะอินทรีย์เพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ณ เกาะเสม็ด และโครงการการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ ณ ศูนย์อาหาร ในงาน BOI Fair 2012

สำหรับในงานครั้งนี้ สมาคมฯ จะเน้นการประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์พลาสติกสลายตัวได้ทางชีวภาพ ซึ่งได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อใช้ในการรับรองผลิตภัณฑ์พลาสติกสลายตัวได้ เป็นการส่งเสริมด้านการตลาด สร้างความเชื่อถือในมาตรฐานให้กับสินค้า รวมถึงการจัดสัมมนาให้เกิดการพบปะระหว่างนักวิจัย และบริษัทเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนางานวิจัยให้ตรงกับความต้องการของผู้ผลิตรวมถึงผู้บริโภค สร้างแนวทาง และโอกาสจากความได้เปรียบของประเทศที่มีแหล่งวัตถุดิบ รวมถึงเทคโนโลยีในส่วนของปลายน้ำแล้ว เพื่อประเทศไทยจะสามารถเป็นศูนย์กลางผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพในระดับเอเชียได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้”

นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กลุ่ม ปตท. เชื่อว่าอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพเป็นอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโตระดับสูง ในระยะยาวซึ่งนอกจากจะช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรต่อระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมแล้วยังจะช่วยลดการพึ่งพาปิโตรเลียมซึ่งเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปอีกด้วย

สำหรับประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพสูงที่จะเป็นฐานการผลิตพลาสติกชีวภาพอย่างครบวงจรเนื่องจาก 3 ปัจจัยสำคัญ คือ 1) มีความพร้อมด้านวัตถุดิบเนื่องจากเป็นผู้ส่งออกน้ำตาล และมันสำปะหลังรายใหญ่ของโลก การใช้เป็นสินค้าเกษตรเป็นวัตถุดิบในการผลิตพลาสติกชีวภาพจะเป็นการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มแบบก้าวกระโดดหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับการขายสินค้าเกษตรแบบโดยตรง 2) มีอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมแปรรูปพลาสติกที่แข็งแกร่ง สามารถต่อยอดได้ทันที

และ 3) ตั้งอยู่ในศูนย์กลางของอาเซียนและอยู่ใกล้ตลาดพลาสติกชีวภาพ เช่น จีน ญี่ปุ่น และไต้หวัน แต่อย่างไรก็ดี การพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของประเทศไทยในระยะเริ่มต้น อาจต้องอาศัยภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนด้วยการออกมาตรการส่งเสริมการลงทุน เพื่อดึงให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย”

“ด้วยการดำเนินงานมากว่า 34 ปี กลุ่ม ปตท. มีความพร้อมและศักยภาพในการเป็นหัวหอกผลักดันให้นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยปัจจุบัน กลุ่ม ปตท. ได้ร่วมกับพันธมิตร ระดับโลก เช่น บริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล (ประเทศญี่ปุ่น) ลงทุนผลิตพลาสติก PBS จากน้ำตาล และบริษัท เนเจอร์เวิร์คส์ (ประเทศสหรัฐอเมริกา) สร้างโรงงานผลิตพลาสติกประเภทพอลิแลคติกแอซิด (Polylactic acid; PLA) ในประเทศไทยเพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็น Bio-hub ของเอเชีย

นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม และการลงทุนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ในพื้นที่มาบตาพุดและบ้านค่ายซึ่งก็คือ “นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Park)” บนหลักการของการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างอุตสาหกรรม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย”