InnoBioPlast 2013 แสดงศักยภาพอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย พร้อมขึ้นแท่นผู้นำในภูมิภาค ภายใต้คำกล่าวที่ว่า Think Bioplastics Think Thailand
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรรมพลาสติกชีวภาพไทย (TBIA) และกลุ่ม ปตท. จัดงาน “งานประชุมสัมมนาและงานแสดงนิทรรศการนานาชาติด้านพลาสติกชีวภาพ: InnoBioPlast 2013” ระหว่างวันที่ 24 – 26 มกราคม 2556 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีระดับนานาชาติ ที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพตั้งแต่ระดับต้นน้ำถึงปลายน้ำ รวมไปถึงมุมมองทางด้านการตลาดและการลงทุนของอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในประเทศไทยจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก พร้อมนำไปสู่การลงทุนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ภายใต้คำกล่าวที่ว่า Think Bioplastics Think Thailand
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการเร่งพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมใน 3 ด้าน กล่าวคือ (1)เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน (2)พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ (3)พัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศเพื่อการพัฒนาประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
“ประเทศไทยจะเป็นแหล่งการผลิตพลาสติกชีวภาพที่ดี เนื่องจากมีชีวมวลเป็นจำนวนมากที่จะสามารถนำมาใช้ผลิตพลาสติกชีวภาพได้ อีกทั้งประเทศไทยมีนโยบายของภาครัฐที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ โดยที่ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำด้านพลาสติกชีวภาพในภูมิภาคนี้อยู่แล้ว และเชิญชวนนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้ลงทุนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย”นายวรวัจน์ กล่าว
นายศุภชัย หล่อโลหการ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. กล่าวว่า หลายประเทศทั่วโลกมีความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลถึงความพยายามในการหาวิธีแก้ปัญหา ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นจากนโยบายในหลายประเทศที่กระตุ้นให้ภาคอุตสาหกรรมต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมมากขึ้น ตั้งแต่กระบวนการผลิต ผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์
ประเทศไทยได้จัดลำดับความสำคัญของอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพให้เป็น "อุตสาหกรรมคลื่นลูกใหม่" โดยมุ่งเป้าเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชีย ด้วยการให้ความเห็นชอบ “แผนที่นำทางแห่งชาติเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ" ภายใต้งบประมาณ 1.8 พันล้านบาท (60 ล้านเหรียญสหรัฐ) เมื่อปี 2551 และได้อนุมัติขยายการดำเนินโครงการระยะ 2 (2554 – 2558) โดยให้ สนช. เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย รวมถึงการผลักดันให้เกิดโรงงานต้นแบบผลิตเรซินพลาสติกชีวภาพที่ใช้วัตถุดิบภาคเกษตรภายในท้องถิ่น เช่น มันสำปะหลัง และอ้อย การรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการลงทุนและการวิจัยและพัฒนา การจัดตั้งมาตรฐานพลาสติกชีวภาพเช่นเดียวกับการตลาด และนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ
นายศุภชัย กล่าวต่อไปว่า สนช. ได้ทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด มานานกว่า 7 ปี เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมและให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพในประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจ ที่ถูกต้อง ส่งผลต่อความต้องการและโอกาส ในการสร้างตลาดใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ ให้เป็นทางเลือก ในขณะเดียวกัน สนช. พยายามที่จะส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ผ่านการริเริ่มของกิจกรรม และโครงการที่เกี่ยวข้องกับพลาสติกชีวภาพ
การจัดงานประชุมสัมมนา และงานแสดงนิทรรศการนานาชาติด้านพลาสติกชีวภาพ หรือ InnoBioPlast 2013 นี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ สนช. ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 4 โดยหวังว่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างพันธมิตรใหม่ เกิดเป็นเครือข่ายการทำงานร่วมกันจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ และจะเป็นอีกทางหนึ่ง ในการกระตุ้นและเปิดโอกาสให้นักลงทุน นักวิจัย ผู้สนใจมองและเล็งเห็นความสำคัญของประเทศไทยในฐานะประเทศที่เป็นแหล่งวัตถุดิบและมีนโยบายส่งเสริมที่เอื้อต่อการลงทุนด้านอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพในอนาคต
ดร. พิพัฒน์ วีระถาวร นายกสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย หรือ TBIA กล่าวว่า “สมาคมฯ เกิดจากการรวมตัวกันของผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกทั้งต้นน้ำและปลายน้ำที่เห็นความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้นำด้านพลาสติกชีวภาพในภูมิภาค ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 47 บริษัท ซึ่งที่ผ่านมา TBIA ได้ร่วมกับ สนช. และหน่วยงานพันธมิตรดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อสร้างความตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้พลาสติกชีวภาพ เช่น โครงการการใช้ถุงขยะพลาสติกชีวภาพคัดแยกขยะอินทรีย์เพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ณ เกาะเสม็ด และโครงการการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพ ณ ศูนย์อาหาร ในงาน BOI Fair 2012
สำหรับในงานครั้งนี้ สมาคมฯ จะเน้นการประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์พลาสติกสลายตัวได้ทางชีวภาพ ซึ่งได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อใช้ในการรับรองผลิตภัณฑ์พลาสติกสลายตัวได้ เป็นการส่งเสริมด้านการตลาด สร้างความเชื่อถือในมาตรฐานให้กับสินค้า รวมถึงการจัดสัมมนาให้เกิดการพบปะระหว่างนักวิจัย และบริษัทเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนางานวิจัยให้ตรงกับความต้องการของผู้ผลิตรวมถึงผู้บริโภค สร้างแนวทาง และโอกาสจากความได้เปรียบของประเทศที่มีแหล่งวัตถุดิบ รวมถึงเทคโนโลยีในส่วนของปลายน้ำแล้ว เพื่อประเทศไทยจะสามารถเป็นศูนย์กลางผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพในระดับเอเชียได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้”
นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กลุ่ม ปตท. เชื่อว่าอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพเป็นอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโตระดับสูง ในระยะยาวซึ่งนอกจากจะช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรต่อระบบนิเวศสิ่งแวดล้อมแล้วยังจะช่วยลดการพึ่งพาปิโตรเลียมซึ่งเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปอีกด้วย
สำหรับประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพสูงที่จะเป็นฐานการผลิตพลาสติกชีวภาพอย่างครบวงจรเนื่องจาก 3 ปัจจัยสำคัญ คือ 1) มีความพร้อมด้านวัตถุดิบเนื่องจากเป็นผู้ส่งออกน้ำตาล และมันสำปะหลังรายใหญ่ของโลก การใช้เป็นสินค้าเกษตรเป็นวัตถุดิบในการผลิตพลาสติกชีวภาพจะเป็นการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มแบบก้าวกระโดดหลายเท่าตัวเมื่อเทียบกับการขายสินค้าเกษตรแบบโดยตรง 2) มีอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมแปรรูปพลาสติกที่แข็งแกร่ง สามารถต่อยอดได้ทันที
และ 3) ตั้งอยู่ในศูนย์กลางของอาเซียนและอยู่ใกล้ตลาดพลาสติกชีวภาพ เช่น จีน ญี่ปุ่น และไต้หวัน แต่อย่างไรก็ดี การพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพของประเทศไทยในระยะเริ่มต้น อาจต้องอาศัยภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนด้วยการออกมาตรการส่งเสริมการลงทุน เพื่อดึงให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทย”
“ด้วยการดำเนินงานมากว่า 34 ปี กลุ่ม ปตท. มีความพร้อมและศักยภาพในการเป็นหัวหอกผลักดันให้นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยปัจจุบัน กลุ่ม ปตท. ได้ร่วมกับพันธมิตร ระดับโลก เช่น บริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล (ประเทศญี่ปุ่น) ลงทุนผลิตพลาสติก PBS จากน้ำตาล และบริษัท เนเจอร์เวิร์คส์ (ประเทศสหรัฐอเมริกา) สร้างโรงงานผลิตพลาสติกประเภทพอลิแลคติกแอซิด (Polylactic acid; PLA) ในประเทศไทยเพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็น Bio-hub ของเอเชีย
นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังเตรียมพื้นที่เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม และการลงทุนในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ในพื้นที่มาบตาพุดและบ้านค่ายซึ่งก็คือ “นิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Park)” บนหลักการของการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างอุตสาหกรรม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย”





