สทช.เข้ายื่นหนังสือจี้คณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ เร่งสอบสัญญาทำการตลาด 3 จี หลังยื้อผลสอบอนุกรรมการไต่สวนป.ป.ช.มาร่วมปี
นายณัชพล โรจน์ถาวร ประธานเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ (สทช.) ได้เข้ายื่นหนังสือรองเรียนต่อประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห้งชาติ (ป.ป.ช.) วานนี้ (24 ม.ค.) เพื่อขอทราบความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบสัญญาโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่รูปแบบใหม่ เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จี ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ป.ป.ช.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณี สัญญาโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่รูปแบบใหม่ เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3 จีบนเครือข่ายเดิมด้วยเทคโนโลยี HSPA ระหว่างกสท.กับกลุ่มทรู ตามที่องค์กรเครือข่ายต่าง ๆ ได้ยื่นเรื่องขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบสัญญาดังกล่าว โดยมี นายเมธี ครองแก้ว กรรมการป.ป.ช.เป็นประธานคณะอนุกรรมการนั้น
แม้ว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. จะได้มีมติเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2555 ชี้มูลความผิดอดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่กสท. และเจ้าหน้าที่รัฐผู้เกี่ยวข้อง ว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐละเว้นหรือปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในการทำสัญญากับกลุ่มทรูที่ขัดต่อกฎหมาย 3 ฉบับคือ 1. พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พรบ.ร่วมทุนฯปี 2535) 2. บทบัญญัติมาตรา 46 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และ 3. ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง และระเบียบวินัยของเจ้าหน้า ที่รัฐวิสาหกิจ ในการเสนอโครงการของรัฐวิสาหกิจ
จนถึงขณะนี้ที่ระยะเวลาผ่านมากว่า 8 เดือนแล้ว กลับไม่มีรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการสรุปผลการไต่สวน เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณาชี้ขาดแต่อย่างใด จึงยังผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกสทช. กระทรวงไอซีทีไอซีที และโดยเฉพาะกสท .ต่างต้องแสวงหาแนวทางแก้ไขสัญญาทำการตลาดดังกล่าวไปอย่างไร้ทิศ ทางและกลายเป็นสุญญากาศที่ยังหาบทสรุปที่ลงตัวไม่ได้ ด้วยเกรงว่าหากคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติแตกต่างไปจากแนวทางที่หน่วยงานได้ดำเนินการไป ผู้เกี่ยวข้องกับกรณีการแก้ไขสัญญาในภายหลังก็อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินการแก้ไขสัญญาเอาได้
"ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ในคณะกรรมการกสทช.ได้สรุปผลสอบสัญญาทำการตลาดมือถือ 3 จี HSPA “กสท-กลุ่มทรู” ข้างต้น โดยระบุว่า ขัดมาตรา 46 ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ) และมีคำสั่งทางปกครองไปยังกสท.ให้ดำเนินการแก้ไขสัญญาใน 6 ประเด็น เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ ตามนัยมาตรา 46 แต่จนถึงในขณะนี้กสท. และกระทรวงไอซีที ยังไม่สามารถปฏิบัติตามมติ กทค.ได้ ด้วยยังขาดความชัดเจนว่า หากปฏิบัติตามมติ กทค.แล้ว จะสามารถลบล้างหรือนำสัญญาที่ถูกอนุกรรมการไต่สวนของป.ป.ช.ชี้มูลความผิดไปแล้วมาบังคับใช้ได้อยู่อีกหรือไม่ จึงต้องการรอความชัดเจนจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.อยู่"
ทั้งนี้ ทจากความล่าช้าในการพิจารณาผลการตรวจสอบสัญญา 3 จีของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ที่ยังคงมีความล่าช้า และยังไม่มีทีท่าว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด จึงทำให้ทั้ง กสทช. กระทรวงไอซีที และโดยเฉพาะกสท. มีแนวทางปฏิบัติต่อสัญญาดังกล่าวไปคนละทิศคนละทาง ยังผลให้หน่วยงานรัฐ และประชาชนที่ถูกดึงเข้าไปใช้บริการในเครือข่ายดังกล่าวอาจได้รับความเสียหายและผลกระทบรุนแรงในอนาคตอันใกล้ และหากในท้ายที่สุดแล้วภาครัฐจำเป็นต้องบอกเลิกสัญญาดังกล่าว จะยังความสูญเสียต่อหน่วยงานรัฐ และประชาชนอย่างใหญ่หลวง
"สทช. จึงขอทราบรายงานความคืบหน้ากระบวนการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวว่า มีความคืบหน้าไปถึงไหนอย่างไร และขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้เร่งรัดผลการตรวจสอบสัญญาดังกล่าว เพื่อเป็นการระงับยับยั้งไม่ให้เกิดความเสียหายต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนไปยิ่งกว่านี้"





