วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่มสามารถเล็งทำตลาด 3จีปีนี้ 2.8 ล้านเลขหมาย

"กลุ่มสามารถ" ชู 3จี -ทีวีดิจิทัล ดันรายได้ปีนี้ 3 หมื่นล้านบาท คาดกำไรเพิ่ม 50% ชี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีสื่อสารสร้างโอกาสตลาด

กลุ่มบริษัทสามารถฯ หนึ่งในกลุ่มบริษัทโทรคมไทย ที่กำลังมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา โดยเฉพาะความสนใจลงทุนในกลุ่มทีวีดิจิทัล เสริมทัพกลุ่มธุรกิจ 3จี-4จี ที่ถือเป็นรายได้สำคัญ "นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์" กรรมการผู้การใหญ่ บมจ. สามารถ คอร์ปอเรชั่น ให้สัมภาษณ์ ระบุว่า ปีนี้จะเป็นปีสำคัญของบริษัท ด้วยโอกาสทางการตลาดที่หลากหลาย หวังเป้ารายได้ปีนี้ไว้มากถึง 3 หมื่นล้านบาท

ทุ่มงบพันล้านลุย"ทีวี ดิจิทัล"

นายวัฒน์ชัย กล่าวว่า บริษัทเล็งเห็นโอกาสเติบโตทางธุรกิจ จากการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี จากทีวีอนาล็อกสู่ทีวี ดิจิทัล กลุ่มสามารถมีแผนขอใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการด้านโครงข่ายทีวีดิจิทัล ทันทีที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดให้ยื่นแบบคำขอ เพื่อเป็นผู้ให้บริการ ตั้งเป้างบลงทุนไว้ที่ 800-1,000 ล้านบาท โดยตั้งเป้าว่า จะถึงจุดคุ้มทุนใน 2-3 ปี เมื่อมีช่องทีวีดิจิทัลเปิดบริการครบทั้ง 48 ช่อง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสามารถ ตั้งเป้าจะเป็นผู้จัดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล (เซ็ทท็อป บ็อกซ์) เพื่อให้บริการรับชมทีวีดิจิทัล ซึ่งกลุ่มสามารถได้เตรียมจำหน่ายไว้ 2 รุ่นด้วยกัน ประกอบด้วยกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลแบบปกติในราคาราว 1 พันบาท และ กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล สำหรับสมาร์ททีวี ที่สามารถรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สาย (ไวไฟ) ได้ ราคาราว 2 พันบาท

กล่องทั้ง 2 รุ่น กลุ่มสามารถ มีความพร้อมจัดจำหน่ายทันที ที่เริ่มใช้งานทีวีดิจิทัล รวมทั้งเตรียมนำเข้าราว 1 ล้านกล่อง เมื่อ กสทช.อนุมัติการออกใบอนุญาตให้นำเข้ากล่องรับสัญญาณ ทั้งนี้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทีวีดิจิทัล จะดำเนินการในนามบริษัทลูก "สามารถดิจิตอลทีวี"

3จีเฟส2จ่อประมูลกลางปี

เขา กล่าวว่า เมื่อสิ้นปี 2555 ที่ผ่านมาเรามีการติดตั้งสถานีฐาน 3จี เฟส1 ให้กับ บมจ.ทีโอทีแล้ว 3,800 สถานีฐาน และในเดือนก.พ.นี้จะมีการติดตั้งเป็น 4,000 สถานีฐาน โดยคาดว่าจะครบ 5,320 สถานีฐานภายในเดือนพ.ค.นี้ พร้อมทั้งจะเดินหน้าติดตั้ง 3จีทีโอที ในเฟส2 อีก 15,000 สถานีฐาน ซึ่งมีมูลค่าทั้งโครงการ 30,000 ล้านบาท โดยสามารถตั้งเป้าเป็นผู้ติดตั้งสถานีฐานให้ได้ 50% ของโครงการทั้งหมด ซึ่งจะมีการประมูลช่วงเดือนเม.ย.นี้ และจะเริ่มดำเนินการติดตั้งได้ภายในเดือนมิ.ย.นี้

“ในวันที่ 24 ก.พ.ทีโอที จะเปิดให้บริการ 3จี อีกครั้งหนึ่ง โดยสามารถอยู่ระหว่างร่วมกับทีโอทีในการทดลองเปิดให้บริการ 4จี ด้วยเทคโนโลยีแอลทีอีบนคลื่นความ 2.3 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งบริษัทมีแผนติดตั้งสถานีฐาน 4จี จำนวน 200 แห่ง ในกรุงเทพฯ”

อย่างไรก็ดี ในเดือนก.พ.เช่นเดียว กลุ่มสามารถ จะลงนามในสัญญากับ ทีโอที ในการเป็นผู้แทนจำหน่ายในรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอ ซึ่งเบื้องต้น คาดว่า ทีโอทีจะมีความจุของโครงข่ายทั้งหมด 7.2 ล้านเลขหมาย ซึ่งสามารถจะลงนามในสัญญาระยะยาว 12 ปี ขอทำตลาดรวม 2.8 ล้านเลขหมาย หรือคิดเป็น 40% ของโครงข่ายทั้งหมด พร้อมทั้งคาดหวังจะเพิ่มลูกค้าจากเดิมที่มี 2-3 แสนรายเป็น 1 ล้านราย

ตั้งเป้า3หมื่นล.กำไรโต50%

เขา กล่าวว่า ในปี 2556 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวม 30,000 ล้านบาท คิดเป็นรายได้จากสาย ไอซีที โซลูชั่น 15,000 ล้านบาท จากสายธุรกิจการเข้าร่วมงานประมูลภาครัฐผ่านบริษัท สามารถเทลคอม มีงานโครงการในมือแล้ว 10,000 ล้านบาท และมีงานที่พร้อมเข้าประมูลโครงการใหม่อีก 40,000 ล้านบาท

ส่วนสายธุรกิจโมบาย มัลติ-มีเดีย คาดว่าจะมีรายได้ราว 11,000 ล้านบาท สายธุรกิจที่เกี่ยวข้อง 2,400 ล้านบาท และสายธุรกิจยูทิลิตี้ เซอร์วิส หรือบริการสาธารณูปโภค 1,655 ล้านบาท ในปีนี้ ไอ-โมบายตั้งเป้ายอดขายโทรศัพท์มือถือ 3.2 ล้านเครื่อง คิดเป็นสมาร์ทโฟน 2.2 ล้านเครื่อง หรือ 70% ซึ่งปีนี้มูลค่าตลาดโทรศัพท์มือถือจะอยู่ที่ 40,000-50,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน เตรียมขยายธุรกิจสู่ต่างประเทศ ทั้งกัมพูชา พม่า และลาว อีกทั้ง บริษัท วิชั่นแอนด์ ซิเคียวริตี้ ซิสเต็ม จำกัด ปัจจุบันมีงานในมือมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท และมีงานที่จะเข้าประมูลในปีนี้ มูลค่าราว 1,200 ล้านบาท รวมถึงขยายธุรกิจด้านพลังงาน มีแผนเข้าร่วมประมูลโครงการมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาทในระยะเวลา 3 ปี