ยักษ์โปรเซสเซอร์เตรียมโบกมือลาธุรกิจเมนบอร์ดรับอนาคตตลาดพีซีไม่รุ่ง เผยทยอยลดสัดส่วนหลังเปิดตัวชิพเซต "แฮสเวลล์" ภายใน 3 ปี
รายงานข่าวจากฟอร์บส์ระบุว่า อินเทล ผู้ผลิตโปรเซสเซอร์รายใหญ่เริ่มถอนตัวจากตลาดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแบบดั้งเดิม (เดสก์ทอป พีซี) หลังบริษัทเริ่มปรับเป้าหมายหันให้ความสำคัญกับตลาดใหม่อย่างสมาร์ทโฟน, แทบเล็ตและอัลตราบุ๊ค
อินเทลแถลงผ่านอีเมลว่า "เราบอกเป็นการภายในบริษัทวันนี้ว่าจะเริ่มลดสัดส่วนธุรกิจเดสก์ทอป มาเธอร์บอร์ดภายใน 3 ปีข้างหน้า" โดยจะเริ่มถอนตัวหลังจากเปิดชิพเซตโค้ดเนม "แฮสเวลล์ (Haswell)" เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะถือเป็นเมนบอร์ดยี่ห้ออินเทลรุ่นสุดท้าย
การประกาศดังกล่าวนับเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลง แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นการถอนตัวจากตลาดพีซีทั้งหมด ซึ่งมาเธอร์บอร์ด หรือเมนบอร์ด ยังคงเป็นส่วนประกอบสำคัญของผู้ใช้พีซีในภาคธุรกิจและผู้ใช้งานตามบ้าน ขณะเดียวกันผู้ผลิตพีซี เช่น เดลล์ หรือเอชพี ยังคงพึ่งพาเมนบอร์ดของอินเทลสำหรับเดสก์ทอปรุ่นล่างถึงระดับกลางอยู่ และมีบริษัทอีกหลายแห่งยังคงพอใจที่จะใช้พีซีแบบตั้งโต๊ะแบบเดิม
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นการก้าวเพื่ออนาคตของอินเทล ซึ่งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจแผงวงจรกว่า 20 ปีกำลังจะถูกจัดสรรใหม่ให้สอดรับอุปกรณ์ประมวลผลรูปแบบใหม่ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นจากแรงผลักดันหลายประการ โดยเฉพาะระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 8 และความต้องการอุปกรณ์ที่รองรับการทำงานได้หลากหลายและใช้ได้ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน
มี "เซอร์เฟซ โปร" และ "ไทชิ" จากเอซุสเป็นตัวอย่างของรูปแบบใหม่ที่สมบูรณ์แบบที่ตลาดยุคหลังพีซีเริ่มให้ความสนใจ
แต่ก็ยังอาจเป็นโอกาสให้ "เอเอ็มดี" ผู้ผลิตโปรเซสเซอร์อีกรายที่ผลประกอบการที่ผ่านมาขาดทุน 3 ไตรมาสติดต่อกัน แม้ยังอยู่ในสถานะไม่สู้ดีนักและอาจจะยังขาดแรงดึงดูดในตลาดอุปกรณ์เคลื่อนที่
"เรายังคาดว่าตลาดพีซีจะยังคงเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอนไม่ครึ่งแรกของปีนี้" นายโรนี รีด ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) เอเอ็มดีกล่าว
อย่างไรก็ตามสื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่า ตลาดพีซีเครื่องประกอบก็ยังมีโอกาสเติบโต โดยเฉพาะตลาดเกม ทำงาน หรือใช้สำหรับงานตัดต่อเสียงต่างๆ แต่จะเริ่มหันไปสู่อุปกรณ์ที่รองรับการทำงานแบบเคลื่อนที่ได้มากขึ้น ซึ่งกลยุทธ์ของอินเทลถือว่ามาถูกทางแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า แผนของอินเทลยังเป็นการตอบสนองต่อแรงกดดันในตลาด 2 ด้านคือ ความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เริ่มไม่ต้องการเมนบอร์ดสำหรับพีซีตั้งโต๊ะจำนวนมากเหมือนที่ผ่านมา เพราะเริ่มหันไปหาโน้ตบุ๊คและแทบเล็ตแทน
นอกจากนี้เอซุส กิกะไบต์ และแอสร็อค ที่เป็นผู้ผลิตเมนบอร์ดรายหลักๆ ในตลาดเดียวกันก็ผลิตสินค้าได้เพียงพอต่อความต้องการปัจจุบันแล้ว ทั้งมีสินค้าหลากหลายและคุณสมบัติที่เป็นนวัตกรรม ขณะที่ภาพรวมของอุตสาหกรรมยังพบว่าตลาดพีซีโดยเฉพาะตลาดใหญ่อย่างเอเชียมียอดขายรวมหดตัวครั้งแรกในประวัติศาสตร์
จากรายงานของไอดีซีว่า ปีที่ผ่านมา ตลาดพีซีในเอเชียแปซิฟิก (เว้นญี่ปุ่น) หดตัว 2% ซึ่งเป็นผลพวงจากเศรษฐกิจโลก และความนิยมสมาร์ทโฟนและแทบเล็ตสูงขึ้น





