วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2569

Login
Login

UHC Consortium ปลดล็อกสตาร์ตอัปมหาวิทยาลัยไทยสู่ตลาดโลก

สอวช.ผสาน University Holding company (UHC) 15 แห่ง สร้างเครือข่ายความร่วมมือ UHC Consortium กลไกเชื่อมโยงการลงทุนและนำผลงานวิจัยนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

KEY POINTS

  • UHC Consortium คือการรวมตัวของบริษัทโฮลดิ้ง 15 มหาวิทยาลัย เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การต่อยอดเชิงพาณิชย์ และผลักดันสตาร์ตอัปสู่ตลาดโลก
  • เปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยสามารถร่วมลงทุน (Co-invest) ในเทคโนโลยีข้ามสถาบันได้ เพื่อเพิ่มขนาดเงินทุน สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และลดความเสี่ยง
  • มีเป้าหมายเพื่อทลายข้อจำกัดของตลาดในประเทศ และสร้างระบบนิเวศให้ธุรกิจที่เกิดจากงานวิจัยสามารถเติบโตและแข่งขันในระดับโลกได้

“ประเทศไทยมีเด็กที่ได้รางวัลโอลิมปิกวิชาการและเด็กที่แข่งขันหุ่นยนต์ในระดับนานาชาติจำนวนมาก แต่เหตุใดจึงยังไม่มีบริษัทหุ่นยนต์ของคนไทยเกิดขึ้น นี่คือเหตุผลที่ต้องมี University Holding Company (UHC) “กลไกเชื่อมโยง" ที่จะนำองค์ความรู้ระดับรากฐานไปสู่ระดับ Global Scale”

UHC Consortium ปลดล็อกสตาร์ตอัปมหาวิทยาลัยไทยสู่ตลาดโลก

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาพิเศษในกิจกรรมเปิดตัว University Holding Consortium โดยบริษัทโฮลดิ้งในสถาบันอุดมศึกษา 15 แห่ง

กลไกใหม่เชื่อมงานวิจัยสู่ธุรกิจ

UHC เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ โดยเปิดทางให้มหาวิทยาลัยจัดตั้งนิติบุคคลในรูปแบบบริษัทโฮลดิ้ง เพื่อบริหารการลงทุนในบริษัท Startup หรือ Spin-off ที่เกิดจากผลงานวิจัยได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

กลไกดังกล่าวทำให้งานวิจัยไม่หยุดอยู่เพียงในห้องปฏิบัติการ แต่สามารถต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ สร้างประโยชน์ในวงกว้างทั้งต่อมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และเศรษฐกิจของประเทศ

มหาวิทยาลัยใดมีธีสิส (งานวิจัยระดับปริญญา) ก็ควรมีโฮลดิ้งคัมพานี เพื่อให้บัณฑิตสามารถนำงานวิจัยของตนเองไปใช้ประโยชน์ต่อได้จริง โดยมีหลักการคือการปลดล็อกให้มหาวิทยาลัยสามารถร่วมลงทุนกับเอกชนได้

กลไก UHC ของไทยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2561 ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยที่ตั้ง UHC ขึ้นแล้ว 15 แห่ง กระจายอยู่ในแต่ละภูมิภาค มีทุนจดทะเบียนรวมกว่า 590 ล้านบาท และลงทุนในธุรกิจกว่า 110 บริษัท สะท้อนให้เห็นถึงการนำผลงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญามาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

UHC Consortium ปลดล็อกสตาร์ตอัปมหาวิทยาลัยไทยสู่ตลาดโลก

เมื่อมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมี UHC แล้ว ขั้นต่อไปคือการเชื่อมมหาวิทยาลัยเหล่านี้เข้าด้วยกันเป็น UHC Consortium เพื่อทลายข้อจำกัดที่แต่ละมหาวิทยาลัยต้องลงทุนเฉพาะเทคโนโลยีของตนเอง

โดยเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยสามารถร่วมกันค้นหา ประเมิน และร่วมลงทุนในเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยอื่นได้ 

ทำให้เกิดการรวมเงินลงทุนและการร่วมลงทุน (Co-invest) ซึ่งจะช่วยเพิ่มขนาดเงินลงทุนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนและนักลงทุนภายนอก

กลไกดังกล่าวยังช่วยให้การพัฒนาเทคโนโลยีสามารถขยายจากการทดลองในมหาวิทยาลัยหนึ่งไปสู่การใช้งานร่วมกันในหลายมหาวิทยาลัย

ตัวอย่างเช่น การร่วมลงทุนในบริษัทเดียวกันของหลายมหาวิทยาลัยจะเอื้อต่อการทดสอบการใช้งานหรือการวิจัยทางคลินิกแบบหลายศูนย์ รวมถึงช่วยให้เครือข่ายสามารถร่วมกันคัดกรองเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีศักยภาพ ลดความเสี่ยงในการตัดสินใจลงทุน

UHC Consortium ปลดล็อกสตาร์ตอัปมหาวิทยาลัยไทยสู่ตลาดโลก

โดยตั้งเป้าสร้างบริษัท Deep Tech Spin-off 100 บริษัท บริษัทที่มีความพร้อมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ 5 บริษัท และบริษัทยูนิคอร์น 1 บริษัท ภายในปี 2575 

เมื่อบริษัทโฮลดิ้งของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมลงทุนและเทคโนโลยีได้รับการใช้งานจริงในประเทศ จะช่วยสร้างผลงานอ้างอิงและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ธุรกิจได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศและขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก

“เราต้องคิดในระดับโลก เพราะประเทศไทยมีประชากรประมาณ 60 ล้านคน หากคิดอยู่เฉพาะตลาดในประเทศ เราจะไม่สามารถขยายธุรกิจได้ในระดับใหญ่

การมองตลาดโลกจะทำให้ธุรกิจไทยเติบโต มีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น และท้ายที่สุดคนไทยก็จะได้ใช้สินค้าและบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ทลายกำแพงเงินทุนและความเชี่ยวชาญ

ผศ. ดร.ธัญญานุภาพ อานันทนะ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยไทยมีผลงานวิจัยและเทคโนโลยีที่มีศักยภาพจำนวนมาก แต่ยังมีข้อจำกัดในการนำออกมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ รวมถึงความพร้อมด้านการบริหารจัดการของบริษัทสปินออฟ การรวมกลุ่มในรูปแบบ Consortium จึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยแก้โจทย์ดังกล่าว

UHC Consortium จะขับเคลื่อนผ่าน 3 แพลตฟอร์มสำคัญ ได้แก่ 1.UHC Synergy การรวมพลังด้านเงินทุน (Pool Capital) ผ่านการร่วมลงทุนระหว่าง UHC ในระยะเริ่มต้น ทั้งในรูปแบบการร่วมลงทุนโดยตรงและการลงทุนผ่านบริษัทโฮลดิ้งของ NIA เพื่อช่วยให้สปินออฟระยะแรกเข้าถึงเงินทุนได้เร็วขึ้น

ผนวกกับกลไกสนับสนุนอื่น ๆ จาก NIA กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) และสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) (รวพ.)

UHC Consortium ปลดล็อกสตาร์ตอัปมหาวิทยาลัยไทยสู่ตลาดโลก

2.UHC Venture Builder การรวมพลังด้านขีดความสามารถ (Pool Capabilities) โดยนำทีมงาน เทคโนโลยี โมเดลธุรกิจ และแผนการเข้าสู่ตลาดของแต่ละมหาวิทยาลัยมาพัฒนาร่วมกัน พร้อมเชื่อมโยงการสนับสนุนจาก NIA TED Fund และ InnoSpace (Thailand)

3. UHC Innovation Catalyst การรวมพลังด้านโอกาสทางธุรกิจ (Pool Opportunities) เพื่อเชื่อมบริษัทสปินออฟเข้ากับตลาด โอกาสในการขยายขนาดธุรกิจ การเข้าสู่ตลาดทุน และเครือข่ายพันธมิตรระดับโลก โดยร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงนักลงทุนกลุ่ม VC และ CVC

“เป้าหมายคือทำให้มหาวิทยาลัยเป็นแหล่งสร้างธุรกิจในอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) นำเทคโนโลยีออกมาต่อยอดเป็นธุรกิจ (Spin-off) และใช้ Holding Company เป็นเครื่องมือสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจให้ธุรกิจสามารถเติบโตและก้าวสู่ตลาดโลกได้จริง”

เคสตัวอย่างความสำเร็จ

บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด (Baiya Phytopharm) คือตัวอย่างความสำเร็จอันโดดเด่นของการใช้นโยบาย University Holding Company ของจุฬาฯ โดยอยู่ภายใต้การบ่มเพาะและร่วมลงทุนของ บริษัท ซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด (CU Enterprise)

ใบยาฯ เป็นบริษัทแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตยาและวัคซีนจากพืช (Plant-based biologics) โดยวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิด subunit ที่ผลิตจากพืชตัวแรกของประเทศไทยได้เข้าสู่การทดลองทางคลินิกในมนุษย์ รวมถึงตั้งโรงงานต้นแบบตามมาตรฐาน cGMP

ขณะที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) มีตัวอย่างบริษัท Spin-off ภายใต้ UHC อาทิ บริษัทกราฟีน ซึ่งพัฒนาเทคโนโลยีวัสดุขั้นสูงผลิตภายในประเทศ ลดการนำเข้า และ STEM Lab ที่ก่อตั้งโดยศิษย์เก่าผู้มีประสบการณ์ทำงานด้านอวกาศกับ NASA พัฒนา STEM Kit เปิดโอกาสให้นักเรียนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาได้เรียนรู้การสร้างดาวเทียมและหุ่นยนต์

ทั้งนี้ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานพันธมิตร เปิดตัวความร่วมมือในการจัดตั้ง University Holding Company Consortium หรือ UHC Consortium เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ณ  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์  เป็นประธานในพิธี