"ดนันท์ สุภัทรพันธุ์" พร้อมพาไปรษณีย์ไทยแข่งสมรภูมิโลจิสติกส์

"ดนันท์ สุภัทรพันธุ์" พร้อมพาไปรษณีย์ไทยแข่งสมรภูมิโลจิสติกส์

มีการคาดการณ์ว่าในแต่ละปี เม็ดเงินที่สะพัดในตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยแตะแสนล้านบาท อานิสงส์ตามมาคือ “โลจิสติกส์” ที่ตอนนี้มีผู้เล่นหลัก 4 ราย แต่ด้วยการดัมพ์ราคาทำให้“กลไกตลาดบิดเบี้ยว" เราที่เป็นรัฐวิสาหกิจต้องพยายามต่อสู้ เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการให้ได้

สงครามราคาทำตลาดพัง

ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดขนส่งหรือโลจิสติกส์น่าจะมีมูลค่าอยู่ราว 55,000-60,000 ล้านบาท โดยปณทมีส่วนแบ่งรายได้ (มาร์เก็ต แชร์) อยู่ราว 45% ซึ่งยังคงสถานะเป็นเบอร์หนึ่งในตลาด แต่ก็ต้องยอมรับตามตรงว่า อุตสาหกรรมนี้ได้เดินเข้าสู่ตลาด Red Ocean อย่างเต็มตัวแล้ว 

ซึ่งอัตรามาร์เก็ต แชร์ของปณทลดลงทุกๆจากที่เมื่อปี 2563 อยู่ที่ราว 53% เนื่องจากรายใหม่ที่เข้าสู่ตลาดต่างพยายามแย่งฐานลูกค้าด้วยการทำสงครามราคา ที่เป็น Under Cost ไม่ได้สะท้อนต้นทุนการให้บริการที่แท้จริง

"ดนันท์ สุภัทรพันธุ์" พร้อมพาไปรษณีย์ไทยแข่งสมรภูมิโลจิสติกส์

โดยปณทกำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะนำบริษัทเข้ากระจายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เหมือนกับคู่แข่ง เพื่อต้องการเงินทุนมาสู้ด้านการให้บริการ โดยขณะนี้ได้ศึกษาแนวทางความเป็นไปได้และพูดคุยกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และ กระทรวงการคลังพอสมควรแล้ว ซึ่งมาลดข้อจำกัดของ ปณท ที่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจจะดำเนินการอะไรก็ต้องรออนุมัติจากรัฐบาล

“เราเลือกไม่ได้ที่มีพ่อแม่เป็นรัฐแต่เราเลือกที่จะปฎิบัติตัวเราได้ ซึ่งความเป็นรัฐข้อเสียคือไม่เร็วเพราะมีขั้นตอนการดำเนินการ ทำให้ภาพจำของประชาชนแม้ว่าเราจะปรับตัวแล้วก็ยอมรับว่ายังยาก เพราะคนรุ่นใหม่กลัวการใช้บริการของรัฐ”

ส่งของไม่มีวันหยุดแข่งเอกชน

เขา กล่าวว่า กลยุทธ์ในการเปลี่ยนภาพจำของประชาชนคือ เราเดินหน้าพัฒนาบริการรับปริมาณการส่งด่วนที่เพิ่มมากขึ้น ด้วยบริการ EMS ทุกวัน รับฝากทุกวัน นำจ่ายทุกวัน โดยจะมีการเปิดให้บริการรับฝากทุกวันและนำจ่ายทุกวัน ไม่มีวันหยุดตลอด 365 วัน รวมถึงยังสามารถตรวจสอบสถานะได้ตามจริงตลอด 24 ชม. ใช้บริการได้ทั้งไปรษณีย์จังหวัด ห้างสรรพสินค้า เคาน์เตอร์บริการไปรษณีย์ มีพนักงานที่คอยอำนวยความสะดวก

โปรโมชั่นสุดคุ้ม EMS ลดทุกวัน โปรโมชันพิเศษสำหรับกลุ่มผู้ใช้บริการที่ต้องการส่งด่วนในวันจันทร์ – เสาร์กับราคาเริ่มต้น 25 บาท และในวันอาทิตย์ที่เริ่มต้นในพิกัดแรกเพียง 19 บาท ทุกพื้นที่ทั่วไทยราคาเดียว สามารถส่งสิ่งของที่มีน้ำหนักได้มากถึง 20 กิโลกรัม โดยบริการดังกล่าวยังคงมาตรฐานความเร็วที่ 1-2 วัน เชื่อมต่อได้กับทุกไลฟ์สไตล์โดยไม่มีข้อจำกัด ไม่มีค่าบริการเพิ่ม ระบบตรวจสอบสถานะที่มีความแม่นยำและรายงานขั้นตอนการนำจ่ายตามจริง

"ดนันท์ สุภัทรพันธุ์" พร้อมพาไปรษณีย์ไทยแข่งสมรภูมิโลจิสติกส์

และบริการเข้ารับสิ่งของถึงบ้าน หรือ Pick up Service ซึ่งปัจจุบันมีการยกระดับการให้บริการเข้ารับฝากสิ่งของโดยที่ไม่ต้องออกจากบ้าน ซึ่งหากมีการนัดหมายในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่จะมารับฝากสิ่งของในช่วงบ่าย และหากมีนัดหมายในช่วงบ่ายจะมารับฝากสิ่งของในช่วงเช้าวันถัดไป และพิเศษกับบริการเข้ารับสิ่งของถึงบ้าน 24 ชม.

“เราทำตลาดที่สะท้อนต้นทุนได้อย่างแท้จริง ราคา 25 บาทต่อชิ้นทุกชิ้น ในขณะที่คู่แข่งทำราคา 15 บาทต่อชิ้น แต่เพียงแค่ชิ้นแรกชิ้นต่อไปไม่ใช่ราคานี้ เพราะทุกคนรู้ว่าต้นทุนจริงๆถ้าลงไปต่ำกว่านี้มันอยู่ไม่ได้ กลไกราคาทุกวันบิดเบี้ยวเพราะมีคนดัมพ์ราคา ซึ่งทำแบบนี้ไม่ใช่ทางที่ทำให้ธุรกิจยั่งยืน”

วอนให้มีเรกูเลเตอร์คุมราคา

กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปณท กล่าวอีกว่า เมื่อตลาดทำสงครามราคากันอย่างหนัก โดยจากที่ได้ยินคู่แข่งคือดัมพ์ราคาลงไปถึงชิ้นละ 8 บาท ซึ่งมันเป็นการทำตลาดที่ Under Cost เป็นการเผาเงินของกลุ่มทุนเพียงเพื่อต้องการฆ่าคู่แข่งรายอื่นให้ล้มหายตายจาก แต่ในท้ายที่สุดหากเหลือผู้ให้บริการเพียง 2 ราย ก็จะเข้าสภาวะตลาดกึ่งผูกขาดจากผู้เล่นน้อยราย และในอนาคตผู้บริโภคจะหมดทางเลือกที่จะให้บริการ

สิ่งสำคัญ คำถามคือเมื่อประเทศเกิดวิกฤติระบบโลจิสติกส์คือหนึ่งในฟันเฟืองด้านความมั่นคงของประเทศ จากวิกฤติโควิด-19 ปณทต้องทำหน้าที่ด้านบริการรัฐ ส่งยาให้ผู้ป่วย ส่งสินค้าไปให้ผู้ประสบภัย การซับซิไดร์ฟตรงนี้คือต้นทุนที่คู่แข่งเอกชนไม่ต้องมาแบกรับ

 

“เราเป็นกระดูกสันหลังของประเทศด้านโลจิสติกส์ ถ้าเราไม่อยู่แล้วมันคือความเสียหายของประเทศ แต่แปลกที่ตลาดนี้ไม่มีใครมากำกับ ไม่มีเรกูเลเตอร์ จึงเกิดการทำทุ่มตลาด ไม่เหือนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่มีกสทช.กสทช.ที่ดูแลด้านบริการค่าบริการ"

เขา กล่าวว่า ในต่างประเทศจะมีหน่วยงานกลางกำกับเรื่องราคา ด้านต้นทุนที่ควรจะเป็น ดังนั้น ต้องมองแล้วว่าประเทศไทยคิดว่าแบบนี้ดีในระยะยาวหรือไม่ เมื่อตัดราคาค่าส่งกันมากๆ จนสุดท้ายรับไม่ไหว ของก็ไม่ค้างที่โกดัง ประชาชนก็ต้องมาคุ้ยหาของกันเอง ประชาชนสามารถเรียกร้องกับใครได้ แต่หากเป็น ปณท เราทำแบบนี้ประชาชนไม่ได้เลย ดังนั้น แท้จริงแล้ว ประชาชนต้องการราคาที่เหมาะสมและมีคุณภาพ ไม่ใช่ของถูกเสมอไป