วันศุกร์ ที่ 6 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

อังกฤษหนุน 9 ธุรกิจ Climate Tech ไทย เปิดเวทีจับคู่นักลงทุน

9 ธุรกิจด้านสภาพภูมิอากาศจากโครงการ Climate Finance Accelerator ประเทศไทย นำเสนอแผนธุรกิจต่อนักลงทุน ตั้งเป้าระดมทุนรวมราว 104 ล้านดอลลาร์ใน 12 เดือน และมีแผนลงทุนในระยะ 3 ปี มูลค่ารวม 475 ล้านดอลลาร์

 โครงการ Climate Finance Accelerator (CFA) ประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร จัดงาน CFA Thailand 2026 Investor Showcase ที่กรุงเทพฯ โดยมีกลุ่มนักลงทุน ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศ (Climate Tech) สถาบันการเงิน และผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเข้าร่วมกว่า 90 ราย เพื่อเร่งให้เงินลงทุนจากภาคเอกชนไหลเข้าสู่เศรษฐกิจสีเขียวของไทย

โครงการ CFA ประเทศไทยให้การสนับสนุนทางเทคนิคแก่ธุรกิจด้านสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ เพื่อให้ธุรกิจพร้อมเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น (Bankability) ปรับโครงสร้างทางการเงินให้เหมาะสม และสร้างความน่าสนใจต่อนักลงทุนและสถาบันการเงิน

งานนี้จัดขึ้นเพื่อให้นักลงทุนและผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมสภาพภูมิอากาศได้พบปะและพูดคุยกันโดยตรง ซึ่งธุรกิจในโครงการรุ่นปี 2569 มีทั้งหมด 9 ราย เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการขยายกิจการและสร้างผลกระทบสูง ครอบคลุม 6 สาขา ได้แก่ (1) เทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศ (Climate Tech) (2) เกษตรกรรม ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดินอื่น ๆ (AFOLU) (3) ธุรกิจด้านประสิทธิภาพพลังงาน (4) พลังงานหมุนเวียน (5) ยานยนต์ไฟฟ้า (E-Mobility) และ (6) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยทั้ง 9 รายตั้งเป้าระดมทุนรวมประมาณ 104 ล้านดอลลาร์ใน 12 เดือน และมีแผนลงทุนในระยะ 3 ปี มูลค่ารวม 475 ล้านดอลลาร์ 

ธุรกิจด้านสภาพภูมิอากาศทั้ง 9 รายประกอบด้วย

○ AltoTech Global นำเทคโนโลยีอัจฉริยะและข้อมูลมาบริหารระบบฝั่งลมและฝั่งน้ำ ช่วยลดการใช้พลังงาน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสนับสนุนความยั่งยืนให้กับธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม

○ C.J. Express พัฒนาโมเดลร้านค้าสีเขียว (Green Store) ที่ขยายผลได้ ช่วยลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างประโยชน์ร่วมกันให้ชุมชนท้องถิ่น

○ Compound Clay ผลิต CORRA แผ่นผนังเซรามิกที่ทำจากของเสียอุตสาหกรรม ช่วยให้งานก่อสร้างสีเขียวไม่เหลือของเสีย (Zero Waste) พร้อมลดปริมาณขยะฝังกลบและการปล่อยคาร์บอน

○ GeoAgni นำพลังงานความร้อนใต้พิภพซึ่งเป็นพลังงานปลอดคาร์บอนมาผลิตไฟฟ้า ความร้อน และความเย็นได้อย่างเสถียรตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ปล่อยมลพิษ ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง และไม่มีปัญหาการผลิตที่ขาดช่วง

○ Green Paw Innovation เปลี่ยนของเสียชีวมวลให้เป็นวัสดุยั่งยืนที่เสริมด้วยกราฟีน และผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน

○ PONIX ให้บริการโซลูชันพลังงานแบบครบวงจร ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และซอฟต์แวร์บริหารพลังงานอัจฉริยะ ช่วยลดค่าไฟและการปล่อยคาร์บอน พร้อมเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของประเทศไทย

○ RIFFAI เป็นบริษัทไทยด้านการสำรวจโลกด้วยดาวเทียมและ AI (Satellite + AI Earth Observation) กำลังพัฒนาระบบข้อมูลเชิงลึกด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) สำหรับภาคเกษตรที่ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate-Smart Agriculture) ทั้งในเอเชียและสหรัฐอเมริกา

○ Thara Green สร้างเครือข่ายโรงผลิตไบโอชาร์ (Biochar) แบบกระจายศูนย์ทั่วประเทศไทย เปลี่ยนเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เป็นไบโอชาร์ที่กักเก็บคาร์บอนได้ยาวนาน และนำไปสร้างเป็นคาร์บอนเครดิต ช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 ในภูมิภาค พร้อมสร้างรายได้จากสินทรัพย์คาร์บอนคุณภาพสูงที่ตรงกับความต้องการของนักลงทุนสถาบัน

○ TIE Smart Solutions ใช้เทคโนโลยี AIoT ช่วยให้ระบบปรับอากาศและระบายอากาศ (HVAC) ในอาคารและโรงงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดพลังงานได้จริงและวัดผลได้ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และลดการปล่อยคาร์บอน

นิโคลา พอลลิตต์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย กล่าวว่า   การได้ฟังเรื่องราวของนวัตกรรมที่ใช้แก้ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศและได้เห็นความมุ่งมั่นที่จะสร้างอนาคตคาร์บอนต่ำให้กับประเทศไทยนั้น เป็นแรงบันดาลใจให้อย่างมาก  อังกฤษหนุน 9 ธุรกิจ Climate Tech ไทย เปิดเวทีจับคู่นักลงทุน

"ความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศเป็นความร่วมมือสำคัญระหว่างสหราชอาณาจักรและประเทศไทย โดยเรามีการดำเนินงานร่วมกันในหลากหลายบริบท ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนประเทศไทยสู่การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การระดมเงินทุนสีเขียว หรือการเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นโครงการ CFA จึงเป็นตัวอย่างที่ดีที่ได้นำความเชี่ยวชาญของสหราชอาณาจักร นวัตกรรมของไทย และเงินลงทุนมาบูรณาการเพื่อเปลี่ยนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศให้เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นได้จริง ดิฉันหวังว่างานในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพูดคุยและจุดประกายความร่วมมืออีกมากมายระหว่างภาคธุรกิจและนักลงทุนในประเทศไทย”

นายพิสิฐ ทางธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PwC ประเทศไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรผู้ดำเนินโครงการ CFA ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลสหราชอาณาจักร กล่าวว่า ธุรกิจนวัตกรรมต้องเข้าถึงแหล่งเงินทุนจึงจะเติบโตได้ และเมื่อความต้องการโครงการที่ยั่งยืนและสร้างผลกระทบเชิงบวกเพิ่มสูงขึ้น 

“โครงการ CFA จึงมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมธุรกิจเข้ากับนักลงทุน ผ่านโครงการ CFA เราช่วยให้ธุรกิจได้สร้างความสัมพันธ์กับนักลงทุน เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายการเติบโตที่วางไว้”