รร.นานาชาติโตสวนทางอัตราการเกิดที่ลดลงและสถาบันการศึกษาเอกชนที่หดตัว ตลาดจึงต้องแข่งขันเน้นคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะตัว
KEY POINTS
- ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูล "พรประภา" สานต่อวิสัยทัศน์ครอบครัว ขยายธุรกิจสู่แวดวงการศึกษาด้วยการก่อตั้งโรงเรียนนานาชาติ "ไฮเกต"
- วางเป็นโครงการลงทุนระยะยาว 30 ปี (Legacy Project) ที่มุ่งเน้นคุณภาพการศึกษามากกว่าผลกำไรในระยะสั้น
- ปักหมุดที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อรองรับการเติบโตของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเชื่อมโยงกับธุรกิจเดิมในเครือสยามกลการ
ภาพจำ “กลุ่มสยามกลการ” ธุรกิจที่เติบโตจากอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ รวมถึงสถาบันดนตรี กำลังขยายหมุดหมายสำคัญสู่สมรภูมิ “การศึกษาเต็มตัว” เมื่อทายาทรุ่น 3 แห่ง “ตระกูลพรประภา” สานต่อวิสัยทัศน์ที่ตกผลึกจากครอบครัว
ปักธงโรงเรียนนานาชาติอังกฤษ “Highgate” บนทำเลทอง 70 ไร่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี วางเป็น Legacy Project ถึง 30 ปี พร้อมเชื่อมระบบนิเวศสนามกอล์ฟและดนตรียามาฮ่า เพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานไลฟ์สไตล์รองรับการเติบโตของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
การขยับตัวสู่ธุรกิจการศึกษาเต็มตัวของกลุ่มพรประภาครั้งนี้ “เมย์-ธันยพร พรประภา ตั้งคารวคุณ” ประธานคณะกรรมการโรงเรียน โรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า มีจุดเริ่มต้นจากรากฐานวิสัยทัศน์คุณตา (ดร.ถาวร พรประภา) ที่ปลูกฝังตั้งแต่รุ่นคุณลุง คุณแม่ จนถึงรุ่นหลังในการให้ความสำคัญการศึกษาและการปลูกฝังรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต
จนกระทั่งครอบครัวเห็นว่าถึงเวลาเหมาะสมตั้งสถาบันการศึกษา ประจวบเหมาะกับ “คุณเมย์” ทายาทรุ่นที่ 3 แม้ไม่จบวิชาชีพครู แต่ชื่นชอบและเติบโตกับระบบการศึกษาอังกฤษ ซึ่งได้รับโจทย์ใหญ่เข้ามารับผิดชอบ
Legacy Project ต้องมองยาว 30 ปี
ถึงแม้ผู้ใหญ่ปล่อยให้ทำระดับหนึ่งแต่โจทย์ที่มอบให้เป็นการมอง Long-term Project ไม่ว่าทำอะไรต้องทำให้มีคุณภาพดีที่สุด เพราะเกี่ยวเนื่องกับอนาคตเยาวชนที่เป็นเรื่องสำคัญกว่าธุรกิจประเภทเทรดดิ้งหรือซื้อมาขายไป แต่เป็นทั้งเรื่องระยะยาวและอนาคตของชาติ ภาพใหญ่จึงเน้นคุณภาพให้ออกมาดีสุด ต้องมองยาวมาก เป็นเหมือน Legacy Project
“เรื่องการศึกษามองแค่ระยะสั้น 5 ปีไม่ได้ เพราะต้องสร้างความไว้วางใจ ซึ่งสร้างไม่ได้ใน 1-2 ปี ต้องพิสูจน์ว่าทำได้จริง ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี เพื่อสร้างชื่อเสียงและรากฐานที่แข็งแกร่ง” ธันยพร กล่าว
โรงเรียนนานาชาติโตสวนทาง
แม้โครงสร้างประชากรไทยเผชิญอัตราการเกิดลดลงต่อเนื่องจนโรงเรียนเอกชนหดตัว แต่ประเมินว่า “ตลาดโรงเรียนนานาชาติขยายตัวสวนทาง” เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในกรอบความคิดพ่อแม่ยุคใหม่
ครอบครัวปัจจุบันมีบุตรลดลง แต่มีกำลังลงทุนสูงขึ้น และวางแผนชีวิตให้ลูกล่วงหน้า 20 ปี เพื่อเตรียมทักษะสู่การเป็นพลเมืองโลกที่ทำงานร่วมกับสากลได้ การศึกษาจึงมีลักษณะเป็นอุตสาหกรรมเชิงรับที่ผู้ปกครองพยายามไม่ลดทอนคุณภาพ
“โรงเรียนนานาชาติเติบโตสวนทางอัตราการเกิดที่ลดลงและสถาบันการศึกษาเอกชนหดตัว ความเคลื่อนไหวจึงเป็นการแข่งขันที่ต้องเน้นคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ใช่แค่เปิดโรงเรียนแล้วคุณภาพเหมือนกัน เพื่อสร้างความยั่งยืนในธุรกิจ” ธันยพร กล่าว
ปักหมุด “ชลบุรี” สร้างพื้นที่ Wellbeing
ทั้งนี้ ในกรุงเทพฯ เห็นชัดมีการกระจุกตัวสูง หากมองภาพใหญ่ ถือเป็นผลดีต่อผู้ปกครองและเด็กมีตัวเลือกมากขึ้น และเมื่อมีผู้เปิดบริการจำนวนมาก ทุกคนต้องแข่งพัฒนาคุณภาพ เด็กจะได้รับสิ่งที่ดีขึ้นและส่งผลดีต่อทักษะเด็ก
แต่สำหรับ “พรประภา” เลือกปักหมุดที่ อ.บางละมุง ใกล้อ่างเก็บน้ำมาบประชัน จ.ชลบุรี บนพื้นที่สีเขียว 70 ไร่ แทนที่จะแข่งขันในกรุงเทพฯ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ โดยมองเห็นดีมานด์ชัดเจนจากกลุ่มครอบครัวผู้บริหารชาวต่างชาติ และกลุ่มนักธุรกิจในชลบุรีและระยองที่ต้องการทางเลือกการศึกษาชั้นนำโดยไม่ต้องส่งบุตรหลานไปไกล
ด้านทำเลที่ตั้งติดสนามกอล์ฟมีพื้นที่สีเขียวกว้าง อากาศบริสุทธิ์และเงียบสงบสอดคล้องจุดยืน Highgate ที่ไม่เน้นแต่วิชาการ แต่ให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing) ทั้งสุขภาพจิตใจ (Mental) และอารมณ์ (Emotional wellbeing) สภาพแวดล้อมจึงเอื้อให้เด็กเติบโตได้สมบูรณ์
EEC แรงหนุน-สร้างโอกาส
สอดรับกับ EEC มีโครงการลงทุนและมีชาวต่างชาติมาทำงานถือเป็นโอกาสที่เติบโตคู่กัน เพราะ EEC จะเติบโตและดึงดูดครอบครัวที่มีศักยภาพเข้ามา โดยต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับเพียงพอที่ไม่หมายถึงแค่บ้าน ถนนหรือการคมนาคม แต่รวมถึงปัจจัยไลฟ์สไตล์ ทั้งระบบสาธารณสุข การศึกษา และคุณภาพชีวิต ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่พร้อมก็อาจไม่เข้ามา
ขณะที่การพัฒนาเมืองใหม่อัจฉริยะน่าอยู่ (EECiti) 15,000 ไร่ จะสร้างแรงหนุนได้มาก โดยจากที่พูดคุยกับผู้ปกครองต่างชาติในชลบุรี เหตุผลข้อแรก คือ ไม่แออัดเท่ากรุงเทพฯ สภาพแวดล้อมจึงสำคัญสุด โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก และไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากต้องเข้าไปทำธุระ รวมถึงตั้งแต่เปิดมอเตอร์เวย์สายใหม่ใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมง
เชื่อมระบบนิเวศกลุ่มสยามกลการ
ความได้เปรียบของกลุ่มสยามกลการที่นำมาผสาน คือ การเชื่อมโยงระบบนิเวศธุรกิจเดิมในเครือสยามกลการเข้าสู่โรงเรียน ด้วยที่ตั้งติดสนามกอล์ฟของกลุ่ม 4 สนาม โรงเรียนจึงตั้ง Golf Academy ตามมาตรฐาน PGA ให้นักเรียนฝึกทักษะระดับมืออาชีพ
พร้อมดึง “สถาบันดนตรียามาฮ่า” มาร่วมด้วยการจัดส่งครูผู้เชี่ยวชาญมาสอนแบบตัวต่อตัว และเปิดเครือข่ายเวิร์กช็อปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มที่ต่างจากโรงเรียนนานาชาติอื่น
แบรนด์ Highgate เด็กมีความสุขกับการเรียนรู้
สำหรับการเลือกหลักสูตรส่วนหนึ่งมาจากความเข้าใจที่จบจากหลักสูตรอังกฤษ รวมทั้งมองตลาดในไทยตอบรับหลักสูตรอังกฤษมากกว่าหลักสูตรอื่น ทำให้ตัดสินใจเลือก Highgate โรงเรียนระดับท็อปจากอังกฤษที่ทำผลงานวิชาการสอบได้เกรด A สูงถึง 87% และส่งนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัย Oxford และ Cambridge ถึง 34 คนในปีก่อนหน้า
ทว่า หัวใจสำคัญที่นำมาปรับใช้ คือ วัฒนธรรมการสร้างบรรยากาศให้เด็กมีความสุขกับการเรียนรู้
Highgate จึงเป็นพันธมิตรและแบรนด์โรงเรียนที่เหมาะสมและตอบโจทย์ตลาด เพราะจากการสำรวจสิ่งสำคัญอันดับ 1 ที่พ่อแม่ใช้ตัดสินใจเลือกโรงเรียน คือ คุณภาพครูผู้สอน (Teacher Quality) เพราะพ่อแม่ยุคใหม่เข้าใจดีว่าสิ่งอำนวยความสะดวกหรือสิ่งก่อสร้างแทบทุกโรงเรียนไม่ต่างกัน
ดังนั้น สิ่งที่จะสร้างความต่าง คือ “คุณภาพของครู ตลอดจนวัฒนธรรมและค่านิยม” ของโรงเรียนว่าตรงกับครอบครัวหรือไม่ ซึ่งโรงเรียน Highgate มีหลักการสำคัญ “สอนให้เด็กใช้เทคโนโลยีเป็น แต่ไม่พึ่งพาเทคโนโลยีจนเกินไป” จึงควบคุมเวลาการใช้หน้าจอเข้มงวด โดยเฉพาะเด็กเล็กที่กำหนดสัดส่วนชั่วโมงการเรียนรู้ระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับการไม่ใช้เทคโนโลยีต่อสัปดาห์เคร่งครัด
ลงทุน 1,600 ล้านบาท แบ่งเปิด 3 เฟส
ความคืบหน้าของโครงการ ปัจจุบันได้จัดสรรงบประมาณลงทุนรวมทุกเฟสไว้ที่ 1,600 ล้านบาท โดยเริ่มเปิดในเฟส 1 ด้วยสัดส่วนนักเรียนไทย 50% และต่างชาติ 50% ตามโครงสร้างประชากรพื้นที่
ส่วนเฟส 2 โรงเรียนระดับมัธยมจะเปิดบริการปีถัดไป พร้อมวางเป้าหมายเฟส 3 ยกระดับสู่การเป็นโรงเรียนประจำ (Boarding School) และศูนย์จัดค่ายกิจกรรมระดับนานาชาติอีก 2-3 ปี
"มีความกดดันแต่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวอย่างดี ซึ่งธุรกิจนี้เป็นโครงการระยะยาวมาก กำไรไม่เป็นสิ่งที่มองอันดับแรก เน้นคุณภาพก่อน ส่วนผลประกอบการตามมาทีหลัง” ธันยพร กล่าว
นับเป็นการตอกย้ำบทบาททายาทรุ่น 3 ที่ก้าวข้ามธุรกิจเดิมของตระกูลสู่ธุรกิจใหม่ที่วางรากฐานทุนมนุษย์อย่างโรงเรียนนานาชาติไฮเกต ประเทศไทย (Highgate International School Thailand)





