วันศุกร์ ที่ 2 ตุลาคม 2569

Login
Login

พบ ‘ขยะพลาสติก-รองเท้าบูท’ ในทะเลลึก 3,000 ม. สัตว์ทะเลไปอยู่อาศัย เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ

พบ “ขยะ” หลายสิบชิ้น เช่น ถุงพลาสติกและรองเท้าบูท ปะปนกับสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ราว 40 ชนิด ในระดับความลึกกว่า 3,000 เมตร แสดงให้เห็นว่า “มลพิษพลาสติก” ได้แพร่กระจายลงสู่ก้นมหาสมุทรอันห่างไกลแล้ว

KEY POINTS

  • นักวิทยาศาสตร์นานาชาติค้นพบขยะพลาสติกและรองเท้าบูทในหุบผาชันใต้ทะเลนอกชายฝั่งอาร์เจนตินา ที่ระดับความลึกกว่า 3,000 เมตร
  • ขยะส่วนใหญ่คาดว่าไม่ได้มาจากชายฝั่งโดยตรง แต่น่าจะมาจากเรือประมงและเรือเดินสมุทรที่สัญจรอยู่เบื้องบน
  • สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก เช่น ปลาดาว ไส้เดือน และปะการังอ่อน ได้เริ่มใช้ขยะเป็นที่ยึดเกาะและที่อยู่อาศัย ทำให้ขยะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ

นักวิทยาศาสตร์ยังคงสำรวจ “ใต้ทะเลลึก” อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ทำให้มนุษย์ได้รู้จักสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่มากมาย แต่ก็มาพร้อมกับความจริงที่ว่า “ขยะ” ของมนุษย์ ได้ลงไปอยู่ใต้ทะเลปะปนกับสิ่งมีชีวิตเหล่านี้แล้วเช่นกัน

หุบผาชันใต้ทะเล “มาร์ เดล ปลาตา” นอกชายฝั่งอาร์เจนตินาประมาณ 250 กิโลเมตร  ซึ่งมีความลึกตั้งแต่ 878- 3,820 เมตร และส่วนยอดของหุบผาเริ่มลงไปที่ความลึกประมาณ 900 เมตร โดยไม่ได้เชื่อมต่อกับไหล่ทวีปโดยตรง ด้วยความห่างไกลนี้ทำให้ถูกเข้าใจว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่เคยถูกมนุษย์รบกวน เนื่องจากกระแสน้ำจากชายฝั่งไม่น่าจะพัดพาขยะมาถึงได้ 

คณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ส่งยานสำรวจใต้น้ำแบบควบคุมระยะไกล ลงไปบันทึกภาพพื้นมหาสมุทรบริเวณดังกล่าวทั้งหมด 17 ครั้งในระหว่างช่วงฤดูร้อนปี 2025 ซึ่งยานสำรวจใต้น้ำสามารถบันทึกภาพวัตถุที่สร้างโดยมนุษย์ได้ถึง 29 ชิ้น จากการดำน้ำ 10 ครั้ง ขยะส่วนใหญ่ที่พบเป็นขยะพลาสติกและผลิตภัณฑ์ยางหลากหลายชนิด ตั้งแต่ถุงพลาสติก ซองบรรจุอาหาร ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซองไส้กรอก สายไนลอนพร้อมเบ็ดตกปลา ไปจนถึงรองเท้าบูท

ชิ้นส่วนพลาสติกและขยะกระจายอยู่ในระดับความลึกตั้งแต่ 1,120-3,820 เมตร ตัวอย่างเช่น ซองบรรจุอาหารถูกพบที่ความลึก 1,920 เมตร และ 3,231 เมตร รองเท้าบูทยางที่ความลึก 2,598 เมตร ถุงพลาสติกที่มีตะกอนสะสมอยู่ภายในที่ความลึก 3,739 เมตร และห่อบรรจุภัณฑ์กระดาษชำระที่ความลึกสูงถึง 3,814 เมตร

พบ ‘ขยะพลาสติก-รองเท้าบูท’ ในทะเลลึก 3,000 ม. สัตว์ทะเลไปอยู่อาศัย เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ ตัวอย่างขยะที่พบใต้ทะเล
ที่มา: Schmidt Ocean Institute/ ROV SuBastian

ดร.แดเนียล ลอเรตตา นักชีววิทยาทางทะเลจากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งอาร์เจนตินาและผู้นำการวิจัย กล่าวว่า “รองเท้าบูทยางข้างเดียวที่นอนสงบนิ่งอยู่บนพื้นก้นมหาสมุทรอันมืดมิด เป็นสิ่งที่ทำให้สะเทือนใจทีมวิจัยมากที่สุด เพราะภาพของวัตถุในชีวิตประจำวันของมนุษย์ที่ไปปรากฏในจุดที่ลึกและห่างไกลเช่นนี้ สะท้อนถึงผลกระทบอันยาวไกลของกิจกรรมมนุษย์ได้เป็นอย่างดี”

ขณะที่ ดิเอโก อูร์เตอากา นักวิจัยและนักชีววิทยาทางทะเล ร่วมเขียนผลงานวิจัย เล่าว่า มีช่วงเวลาหนึ่งที่เชือกประมงยาวปรากฏขึ้นตรงหน้ายานสำรวจใต้น้ำอย่างกะทันหัน จนทีมงานต้องสั่งหยุดยานทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้เชือกไปพันกับยาน “นี่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ขยะของมนุษย์สามารถกลายเป็นอันตรายต่อการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ได้ แม้ในระดับความลึกมหาศาล โดยที่ไม่มีใครคาดคิด”

อูร์เตอากากล่าวต่อว่า “ที่จริงเราไม่ได้ตั้งใจออกหาขยะทะเล  มันแค่กลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้เมื่อเราเริ่มเห็นมันบนพื้นทะเล” แสดงว่าขยะในทะเลลึกมีมากพอ จนนักวิทยาศาสตร์ที่ตั้งใจลงไปศึกษาธรรมชาติ ไม่สามารถละสายตาหรือมองข้ามการมีอยู่ของมันได้เลย

อย่างไรก็ตาม การสำรวจครั้งนี้ก็ช่วยให้ทีมนักวิจัยได้บันทึกภาพสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ และพบสายพันธุ์ที่อาจเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกราว 40 ชนิด ทีมนักวิจัยระบุในงานวิจัยว่า การได้เผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยเป็นที่รู้จักมาก่อนในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดของทะเลลึก ถือเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่วิเศษที่สุดสำหรับนักชีววิทยาทางทะเล

สำหรับที่มาของขยะเหล่านี้ นักวิจัยระบุว่า เป็นผลมาจากภูมิศาสตร์ของหุบผาชันและกระแสน้ำทำหน้าที่เหมือนกรวยที่รวบรวมและดักจับขยะให้จมลงมาสะสมในร่องลึก ขยะส่วนใหญ่อาจไม่ได้มาจากกิจกรรมบนฝั่งโดยตรง แต่น่าจะมาจากเรือประมงพาณิชย์และเรือเดินสมุทรที่สัญจรอยู่เบื้องบน โดยมีหลักฐานสำคัญจากซองบรรจุอาหารภาษาเอเชียที่พบที่ความลึกประมาณ 2,500 เมตร และรองเท้าบูทยางที่ผลิตในประเทศอาร์เจนตินา

สิ่งมีชีวิตหลายชนิดเริ่มเข้ามาปฏิสัมพันธ์และยึดเกาะกับขยะ เช่น ปลาดาวที่เกาะอยู่บนถุงพลาสติกสีขาว ไส้เดือนทะเลลึกที่เข้าไปอาศัยอยู่ในกลุ่มเชือกประมง และปะการังอ่อนที่เจริญเติบโตบนแผ่นพลาสติก อูร์เตอากาเตือนว่า แม้พลาสติกจะกลายเป็นพื้นที่ยึดเกาะใหม่ แต่ผลกระทบทางนิเวศวิทยายังคงเป็นเรื่องที่เราเข้าใจน้อยมาก และอาจส่งผลเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมสิ่งมีชีวิตในท้องถิ่นได้

สถานการณ์ขยะในหุบผาชัน มาร์ เดล ปลาตา เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิกฤติพลาสติกทั่วโลก เพราะขยะพลาสติกของมนุษย์ได้ตกไปถึงจุดที่ลึกที่สุดในโลกอย่างร่องลึกมาเรียนาและก้นทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมาแล้วเช่นกัน ปริมาณขยะที่พบบนก้นทะเลลึกแห่งนี้อาจมีมากกว่าที่บันทึกได้ เนื่องจากกล้องของยานสำรวจไม่สามารถตรวจจับขยะขนาดเล็ก ซากที่ถูกตะกอนทับกลบ หรือขยะพลาสติกขนาดเล็กจิ๋วอย่างไมโครพลาสติกได้

การค้นพบครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณเตือนให้มนุษยชาติหันมาใส่ใจมหาสมุทรอย่างจริงจัง หากทั่วโลกไม่ร่วมมือแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในระดับโลก ขยะของมนุษย์ก็คงจะยังคงแทรกซึมและทำลายส่วนที่ลึกลับที่สุดของโลกต่อไปอย่างไม่อาจเลี่ยงได้


ที่มา: Discover Wildlife, Earth, Phys, IFL Science