คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สรุปผลกรณีการเสียชีวิตของช้างป่า "สีดอหูพับ" ระหว่างการเคลื่อนย้ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่าเกิดจากความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ส่งผลให้มีการเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยและดำเนินการทางละเมิดต่อผู้บริหารกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าของช้างป่า
ผลการสืบสวนชี้ประมาทในการเคลื่อนย้าย
สรุปรายละเอียดจากประกาศผลการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีการเสียชีวิตของช้างป่า "สีดอหูพับ" ตามข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีเนื้อหาสำคัญครบถ้วนดังนี้
1. การตั้งคณะกรรมการสืบสวน (อ้างอิงคำสั่งลับ)
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ออก คำสั่งลับ ที่ 194/2569 ลงวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569
วัตถุประสงค์เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของช้างป่าสีดอหูพับ และประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
2. สรุปผลการสืบสวนข้อเท็จจริง
คณะกรรมการฯ พบว่าในกระบวนการจับและเคลื่อนย้ายช้างป่าสีดอหูพับ มี เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อ
ความประมาทดังกล่าวเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ช้างป่าสีดอหูพับเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติงาน
3. มาตรการลงโทษและดำเนินการทางกฎหมาย
- การสอบสวนทางวินัย: คณะกรรมการฯ ได้เสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องต่อไป
- การชดใช้ค่าเสียหาย (ทางละเมิด): มีการเสนอให้ดำเนินการทางละเมิดกับ ผู้บริหารกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าของช้างป่าที่สูญเสียไป
ย้อนรอยเหตุการณ์การสูญเสียสีดอหูพับ
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ระหว่างภารกิจเคลื่อนย้ายสีดอหูพับ ช้างป่าเพศผู้อายุประมาณ 15-20 ปี จากพื้นที่อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น ผลการชันสูตรเบื้องต้นระบุว่าสาเหตุการตายเกิดจากการสำลักอาหาร ทำให้หลอดลมอุดตันและนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว แม้ในขณะปฏิบัติงานจะมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย พร้อมทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดำเนินการตามมาตรฐานสากล ทั้งการคำนวณยาสลบและการติดตามสัญญาณชีพตลอดกระบวนการ แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้
บริบทและภารกิจตามคำสั่งศาล
การเคลื่อนย้ายสีดอหูพับในครั้งนี้เป็นการดำเนินการตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น เนื่องจากช้างตัวดังกล่าวมีพฤติกรรมออกมาใกล้ชุมชนและมีประวัติทำร้ายประชาชนจนเสียชีวิตในพื้นที่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ระบุว่า จำเป็นต้องดำเนินการตามคำสั่งศาลเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและการนำช้างกลับสู่แหล่งอาหารธรรมชาติที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม การจากไปของสีดอหูพับได้สะท้อนถึงความเปราะบางในการจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่าในประเทศไทย
มาตรการแก้ไขและผลกระทบในอนาคต ภายหลังเหตุการณ์ รัฐบาลได้สั่งการให้ทบทวนมาตรการเคลื่อนย้ายช้างป่าอย่างเร่งด่วน โดยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้สั่งตั้งคณะกรรมการถอดบทเรียนเพื่อปรับปรุงแนวทางปฏิบัติให้รอบคอบยิ่งขึ้น
ในขณะเดียวกัน กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลเพื่อขอขยายระยะเวลาและทบทวนกระบวนการเคลื่อนย้ายช้างป่าที่เหลืออีก 3 ตัว ได้แก่ “งาจิ๋ว – คุถัง – สีดอน้อย” เพื่อพิจารณามาตรการทางเลือกที่ลดความเสี่ยงต่อสวัสดิภาพสัตว์ป่าในอนาคต


