“นีล” แมวน้ำช้างใต้ เพศผู้ที่มีน้ำหนักตัวมหาศาลถึง 1,000 กิโลกรัม กลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียลหลังจากที่น้องกลับมาปรากฏตัวที่ชายฝั่งของรัฐแทสเมเนีย ประเทศออสเตรเลีย แม้ว่ารูปลักษณ์ที่ดูงุ่มง่ามและนิสัยขี้เล่นของน้องจะชนะใจผู้คนนับล้าน แต่การใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์ในพื้นที่ชุมชนกำลังสร้างความท้าทายใหม่ ๆ ให้กับทั้งคนในท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่รัฐ
เจ้าแมวน้ำวัย 5 ขวบกว่า ๆ ตัวนี้เกิดที่คาบสมุทรแทสแมน ในปี 2020 และมักจะเดินทางกลับมายังถิ่นกำเนิดปีละสองครั้งเพื่อลอกคราบและพักผ่อน ด้วยขนาดตัวที่หนักพอ ๆ กับรถยนต์ขนาดเล็ก ทำให้นีล ไม่ใช่แขกผู้มาเยือนธรรมดา น้องมักจะสร้างความปั่นป่วนด้วยการนอนขวางถนนจนการจราจรเป็นอัมพาต หรือแม้แต่การทำลายทรัพย์สินอย่างรั้วบ้านและเสากั้นจราจร
แจ็กกี แลมบี วุฒิสมาชิกอิสระแห่งแทสเมเนีย กล่าวถึงนีลว่า “น้องเป็นผู้ชายคนเดียวในแทสเมเนียที่สามารถหยุดรถทุกคัน เมินใส่ทุกคน แต่ก็ยังเป็นที่รักของทุกคนได้” แสดงให้เห็นถึง “ความเป็นเจ้าถิ่น” ของแมวน้ำตัวนี้ได้เป็นอย่างดี
ในโลกออนไลน์ นีลมีผู้ติดตามบัญชี “Neil the Seal” บน TikTok มากถึง 1.4 ล้านคน และบน Instagram อีกกว่า 1.6 แสนคน ซึ่งมากกว่าจำนวนประชากรของรัฐแทสเมเนียเสียอีก วิดีโอที่น้องเล่นกับกรวยจราจรหรือพยายามปีนข้ามรั้วมักจะกลายเป็นไวรัลที่ผู้คนทั่วโลก ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและเอ็นดูในความซน (ความดื้อ) ของน้อง
นีล แมวน้ำช้างตัวป่วนแห่งแทสเมเนีย
เครดิตภาพ: Sam Volker photography
ดร. เจน ยังเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแมวน้ำจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย อธิบายว่าพฤติกรรมของนีลเป็น “พฤติกรรมปกติของแมวน้ำ” ที่ลอกคราบ ผสมพันธุ์ หรือเข้าสังคม เธอยังตั้งข้อสังเกตว่านีลอาจเกิดจากแม่ที่อายุยังน้อยและไม่มีประสบการณ์ ทำให้น้องมักจะกลับมายังพื้นที่ที่มีมนุษย์พลุกพล่าน แทนที่จะอยู่ร่วมกับฝูงแมวน้ำขนาดใหญ่บนเกาะทางใต้
นอกจากนี้ พฤติกรรมที่ดูเหมือนอันธพาลของน้อง เช่น การไล่ชนรถยนต์ หรือการสู้กับเสาเหล็ก แท้จริงแล้วคือการฝึกซ้อมเพื่อต่อสู้ตามสัญชาตญาณ โซเฟีย โวลซ์เก นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย ระบุว่าแมวน้ำวัยรุ่นจำเป็นต้องฝึกฝนการเอาชนะคู่ต่อสู้ แต่เมื่อนีลไม่มีแมวน้ำตัวอื่นให้ฝึกด้วย น้องจึงต้องซ้อมกับกรวยจราจรและรถยนต์แทน
ดร. ไคลฟ์ แมคมาฮอน นักนิเวศวิทยาทางทะเลระบุว่า นีลอาจจะกำลังเหงา เพราะโดยธรรมชาติแล้วแมวน้ำช้างมักจะนอนเบียดเสียดกันเป็นกลุ่มใหญ่ “บ่อยครั้งที่คุณจะเห็นน้องนอนพิงรั้วบ้าน นั่นน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของความต้องการที่จะรู้สึกว่ามีสิ่งอื่นอยู่ใกล้ ๆ”
เครดิตภาพ: Sam Volker photography
อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงที่โด่งดังของนีลก็อาจย้อนมาทำร้ายแมวน้ำช้างตัวนี้ได้ ดังที่ คริส คาร์ลยอน จากกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เตือนไว้ เพราะการที่ผู้คนพยายามเข้าใกล้เพื่อถ่ายรูปหรือพาลูกหลานไปดูใกล้ ๆ อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่อันตราย และอาจจบลงด้วยการที่เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจย้ายที่อยู่นีลหรือใช้มาตรการที่รุนแรงกว่านั้น
จนทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกับ “เฟรยา” วอลรัสชื่อดังในนอร์เวย์ที่ถูกการุณยฆาต ในปี 2023 เนื่องจากผู้คนเข้าใกล้มากเกินไปจนเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัย คาร์ลยอนได้ย้ำเตือนว่า “มีความเสี่ยงที่เรากำลังจะรักนีลจนตาย หากแฟนคลับยังไม่ยอมเว้นระยะห่างที่เหมาะสม”
เครดิตภาพ: Sam Volker photography
ในอนาคต ปัญหาความขัดแย้งระหว่างมนุษย์และนีลอาจทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากเมื่อน้องโตเต็มวัยจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเป็น 3-4 ตัน และจะมีความก้าวร้าวมากขึ้นตามวัยที่เข้าสู่ช่วงผสมพันธุ์ ดร.ยังเกอร์ เตือนว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า พฤติกรรมของน้องจะเปลี่ยนไป และจะตัวใหญ่กว่ารถยนต์ที่น้องเคยไปคลอเคลียเสียอีก
ประเด็นเรื่องการคุ้มครองนีลนำไปสู่การถกเถียงในระดับรัฐ โดยแอลลิสัน ริตชี รองนายกเทศมนตรีเมืองแคลเรนซ์ เสนอให้มีการสร้างกรอบการจัดการที่ชัดเจนและมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่รบกวนพื้นที่ของนีล ขณะที่ เจเรมี ร็อกลิฟฟ์ นายกรัฐมนตรีรัฐแทสเมเนียมองว่า “เราไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายเพื่อบังคับให้ประชาชนใช้สามัญสำนึก แต่จะขอให้ประชาชนทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดแทน”
ที่มา: ABC, AP News, NPR, The Sydney Morning Herald, The Guardian
เครดิตภาพ: Sam Volker photography


