วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ฝนถล่มบ่อวิน ซัดโฟมพังหมู่บ้าน กู้พื้นที่ 12 ชั่วโมง รัฐเดินหน้าสอบโรงงานรีไซเคิล

ชลบุรีระดมกำลังกู้วิกฤต “น้ำท่วมโฟม” หมู่บ้านบ่อวิน: ผู้ว่าฯ สั่งเยียวยาเร่งด่วน พร้อมจี้ตรวจสอบลานขยะผิดกฎหมาย

KEY POINTS

  • ฝนตกหนักในพื้นที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา ทำให้น้ำซัดเศษโฟมจากลานคัดแยกขยะพังกำแพงเข้าท่วมหมู่บ้าน สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชน
  • เจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วนและฝ่ายปกครองใช้เวลากว่า 12 ชั่วโมงในการระดมกำลังเก็บกวาดและทำความสะอาดพื้นที่จนกลับสู่ภาวะปกติ
  • กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งตรวจสอบลานขยะต้นเหตุอย่างเข้มงวด เพื่อพิสูจน์สถานะว่าเป็นโรงงานที่ได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่
  • หากผลตรวจสอบพบว่าลานขยะเข้าข่ายเป็นโรงงานเถื่อน ผู้ประกอบการจะถูกดำเนินคดีอาญา มีโทษทั้งจำคุกและปรับ พร้อมถูกสั่งปิดกิจการทันที

หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดชลบุรีและกระทรวงระดับประเทศผนึกกำลังเข้าคลี่คลายสถานการณ์ความเดือดร้อนของประชาชนในตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา หลังเกิดเหตุฝนตกหนักจนมวลน้ำซัดเศษโฟมจากลานคัดแยกขยะเข้าท่วมหมู่บ้านจัดสรรอย่างหนักเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้ลงพื้นที่กำชับการเยียวยาครัวเรือน ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งตรวจสอบใบอนุญาตลานขยะต้นเหตุอย่างเข้มงวด หากพบเข้าข่ายโรงงานเถื่อนพร้อมดำเนินคดีอาญาและสั่งปิดทันที

สภาวะฝนตกหนักพัดพาเอาเศษโฟม

เหตุวิกฤติสิ่งแวดล้อมครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เมื่อพื้นที่ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ประสบกับสภาวะฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยปกติแล้วพื้นที่ดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านการระบายน้ำซึ่งมักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม ในวันเกิดเหตุปริมาณฝนที่ตกลงมามีปริมาณมหาศาล ส่งผลให้เกิดการสะสมของมวลน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่รกร้างข้างเคียงหมู่บ้านบุญรักษาวิว 2

พื้นที่ข้างเคียงดังกล่าวมิได้เป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่า แต่ถูกใช้เป็นลานพักเศษวัสดุประเภทโฟม ซึ่งเป็นส่วนประกอบของตู้เย็น และตู้แช่ จำนวนมากโดยผู้ประกอบการรายหนึ่ง เพื่อรอการขนย้ายไปดำเนินการในขั้นตอนต่อไป แรงดันมหาศาลจากมวลน้ำขังได้พัดพาเอาเศษโฟมเบาบางแต่มีปริมาณมหาศาลเหล่านี้พุ่งเข้าปะทะกับกำแพงด้านหลังของหมู่บ้าน เมื่อกำแพงไม่สามารถทนทานต่อแรงดันน้ำและแรงกระแทกของเศษวัสดุได้จึงเกิดการพังถล่มลงมา ส่งผลให้มวลน้ำที่ปนเปื้อนด้วยเศษโฟมสีขาวไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนอย่างรวดเร็ว สร้างความตื่นตระหนกและความเสียหายต่อทรัพย์สินภายในบ้านเป็นวงกว้าง

ปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่ 12 ชั่วโมงแห่งความร่วมมือ

ทันทีที่เกิดเหตุ ข้อมูลความเดือดร้อนได้ถูกรายงานผ่านช่องทางกลุ่มไลน์สื่อสารของกำนันและผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการตอบโต้ภัยพิบัติระดับท้องถิ่น

ภายใต้การอำนวยการของนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นางภัทรชนันท์ ผ่องผาด นายอำเภอศรีราชา ได้สั่งประสานงานไปยังนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ่อวิน พร้อมผู้นำชุมชนทันทีเพื่อนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 5 กรกฎาคม

"การปฏิบัติงานเต็มไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากเศษโฟมมีขนาดเล็กและกระจายตัวไปตามกระแสน้ำเข้าสู่ซอกมุมต่าง ๆ ของบ้านเรือนและถนนหนทาง เจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนร่วมกับฝ่ายปกครองและ อบต. บ่อวิน ต้องใช้เวลาในการจัดเก็บและทำความสะอาดอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง จึงจะสามารถกำจัดเศษวัสดุแปลกปลอมและคืนสภาพพื้นที่ให้กลับสู่สภาวะปกติได้ในช่วงค่ำของวันเดียวกัน" นางภัทรชนันท์กล่าว

เบิกจ่ายงบประมาณเยียวยา

ในขั้นตอนการสำรวจความเสียหายเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณเยียวยาตามระเบียบราชการนั้น นายอำเภอศรีราชาเปิดเผยว่า เนื่องจากลูกบ้านบางส่วนในหมู่บ้านบุญรักษาวิว 2 ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมตามรอบกะ ทำให้ไม่อยู่ในที่พักอาศัยขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในเบื้องต้น

ทางอำเภอจึงได้มอบหมายให้นิติบุคคลของโครงการหมู่บ้านเป็นแกนกลางในการรวบรวมข้อมูลและรายละเอียดความเสียหายของแต่ละบ้านให้ครบถ้วน เพื่อส่งต่อให้ อบต. บ่อวิน ดำเนินการพิจารณาจ่ายเงินชดเชยตามระเบียบของทางราชการโดยเร็วที่สุด

การขยายผลตรวจสอบคลังสินค้าทุนต่างชาติ

นอกเหนือจากการจัดการเหตุการณ์เฉพาะหน้าในหมู่บ้านแล้ว คณะของผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานสาธารณสุขยังได้ดำเนินการตรวจสอบคลังสินค้าในพื้นที่ใกล้เคียง จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าคลังสินค้าดังกล่าวมีการจัดเก็บสินค้าไทยหลายประเภทและมีใบอนุญาตประกอบกิจการถูกต้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับให้สาธารณสุขจังหวัดชลบุรีเข้าตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการประกอบกิจการจะไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบเหมือนกรณีลานขยะโฟม

สองกระทรวงใหญ่รุดตรวจสอบลานขยะต้นเหตุ

เหตุการณ์น้ำท่วมโฟมครั้งนี้ไม่ได้จบลงเพียงแค่การทำความสะอาดพื้นที่ แต่ได้นำไปสู่การตรวจสอบทางกฎหมายอย่างเข้มข้นต่อเจ้าของลานพักเศษโฟมต้นเหตุ โดยได้รับความสนใจจากระดับรัฐมนตรีถึงสองกระทรวง

  • มิติทางด้านสิ่งแวดล้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 (ชลบุรี) ลงพื้นที่ตรวจสอบลานขยะดังกล่าวทันที, เป้าหมายสำคัญคือการตรวจสอบว่ากระบวนการจัดการวัสดุรีไซเคิลเป็นไปตามมาตรฐานวิชาการและกฎหมายสิ่งแวดล้อมหรือไม่ นอกจากนี้ยังต้องติดตามการกำจัดเศษวัสดุที่เหลือจากการปฏิบัติงานให้ถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดการปนเปื้อนในระยะยาว
  • มิติทางด้านอุตสาหกรรม นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมประสานงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี เพื่อพิสูจน์ทราบสถานะทางกฎหมายของพื้นที่ดังกล่าว โดยหากพบหลักฐานว่ามีการใช้เครื่องจักร เช่น รถตัก หรือรถโฟล์คลิฟต์ มีการจ้างแรงงาน และมีการประกอบกิจการในลักษณะการคัดแยก หรือรีไซเคิลอย่างชัดเจน พื้นที่ดังกล่าวจะถูกตีความเป็น "โรงงาน" ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ทันที

มาตรการเด็ดขาดและบทลงโทษทางกฎหมาย

กระทรวงอุตสาหกรรมได้วางแนวทางการบังคับใช้กฎหมายไว้อย่างชัดเจน หากผลการตรวจสอบพบว่าลานคัดแยกเศษโฟมดังกล่าวเข้าข่ายเป็นโรงงานแต่ไม่มีใบอนุญาต (ร.ง.4) จะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ผู้ประกอบการจะต้องระวางโทษดังนี้

  • โทษจำคุก: ไม่เกิน 2 ปี
  • โทษปรับ: ไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรการทางปกครอง เจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้หยุดการประกอบกิจการทันที และสั่งปรับปรุงพื้นที่ลานกองเก็บเศษโฟมให้มีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัยตามมาตรฐาน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรายงานความคืบหน้าของการดำเนินคดีและผลการตรวจสอบให้ประชาชนทราบเป็นระยะ เพื่อสร้างความโปร่งใสและแสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการจัดการกับผู้ประกอบการที่ละเลยความปลอดภัยของชุมชน

บทเรียนจากการพัฒนาเมืองและอุตสาหกรรม

เหตุการณ์ที่ตำบลบ่อวินสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการจัดการพื้นที่เขตเศรษฐกิจที่มีการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัยอย่างรวดเร็ว การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและการประสานงานที่รวดเร็วระหว่างฝ่ายปกครองและหน่วยงานกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม คือหัวใจสำคัญในการป้องกันไม่ให้อุบัติภัยลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก ในขณะนี้ ชาวบ่อวินยังคงต้องติดตามผลการสำรวจความเสียหายและการจ่ายเงินเยียวยาจาก อบต. บ่อวิน ต่อไป ท่ามกลางการตรวจสอบลานขยะที่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นตามคำสั่งการของระดับนโยบาย

 

เครดิตภาพ: สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี