วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน 2569

Login
Login

คืนชีวิต 'บ้านพระพิทักษ์' อายุ88 ปี ฟื้นย่านเมืองเก่า พัฒนาชุมชนสู่คุณค่ายั่งยืน

คืนชีวิต 'บ้านพระพิทักษ์' อายุ88 ปี  ฟื้นย่านเมืองเก่า พัฒนาชุมชนสู่คุณค่ายั่งยืน

“บ้านพระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์” บ้านไม้สองชั้น อายุ 88 ปี (ก่อสร้างพ.ศ. 2480) ตั้งอยู่ในตรอกตึกดิน  ถนนดินสอ แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตเมืองเก่ารัตนโกสินทร์ใกล้กับเสาชิงช้า และวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร  ซึ่งขณะนั้น (16 เม.ย. 2468 – 20 ก.พ. 2484) ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์คือนางพิทักษ์ ยุทธภัณฑ์ (มณี สุวรรณเหม) พิทักษ์ยุทธกิจ เป็นภริยาของ พันเอก พระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์  (ทอง สุวรรณเหม) “อดีตปลัดกรมบัญชีทหารบก”

วานนี้ (9 มีนาคม 2569) บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ได้พลิกฟื้นสินทรัพย์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสถาบันอาศรมศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยการผสานศิลปะและภูมิปัญญาชุมชน มุ่งสร้างคุณค่าแก่สังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างสมดุล

 ภายใต้ “โครงการทรัพย์แผ่นดิน ต้นแบบการฟื้นฟูสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์” คืนชีวิต  “บ้านพระพิทักษ์” อายุ 88 ปี พร้อมฟื้นย่านเมืองเก่าตรอกตึกดินที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สู่พื้นที่สร้างสรรค์เชื่อมโยงผู้คน มอบโอกาสใหม่ สร้างรายได้ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชน ปั้นเป็นโมเดลต้นแบบในการพัฒนาสินทรัพย์

คืนชีวิต 'บ้านพระพิทักษ์' อายุ88 ปี  ฟื้นย่านเมืองเก่า พัฒนาชุมชนสู่คุณค่ายั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

'นอนกรน-นอนหลับมากเกินไป' เสี่ยงภาวะซึมเศร้ามากกว่าคนปกติ 40%

'Longevity' สุขภาพยั่งยืนมีคุณภาพ ความมั่นคงแบบใหม่ของทุกวัย

บริหารหนี้ คืนคุณค่าให้แก่ชุมชน

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” BAM มีนโยบายด้านความยั่งยืนอย่างยั่งยืนในการมุ่งเน้นด้านการดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (NPL/NPA) ภายใต้กรอบ ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล) ด้วยแนวคิด "Better As We Care Together" เพื่อพลิกฟื้นสินทรัพย์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน โดยเน้นลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม พัฒนาบุคลากร และโปร่งใส

“โจทย์ใหญ่ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) อย่าง BAM ไม่ใช่แค่การทวงหนี้หรือระบายทรัพย์ แต่คือจะทำอย่างไรให้สินทรัพย์เหล่านั้นกลับมาสร้างลมหายใจให้สังคมได้อีกครั้ง ยิ่งในขณะนี้ อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) พุ่งสูงถึง 67% สำหรับทรัพย์มูลค่าต่ำกว่า 3 ล้านบาท บทบาทของ BAM จึงต้องขยับจากการเป็นเพียงผู้บริหารหนี้เสีย ไปสู่การเป็นองค์กรที่ช่วยคืนคุณค่าให้ชุมชน สร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ทำให้ชุมชนเกิดความยั่งยืน”

ดร.รักษ์ กล่าวต่อว่าโครงการทรัพย์แผ่นดิน ต้นแบบการฟื้นฟูสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์มีแนวทางในการคืนคุณค่าและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนผ่านกลยุทธ์สำคัญหลายด้าน ทั้งการเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นจิตวิญญาณของชุมชน โดยแทนที่จะมองว่าทรัพย์สินเป็นเพียงสินที่ต้องขายเพื่อทำกำไร โครงการนี้เปลี่ยนมามองหาคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรมของทรัพย์นั้นๆ รวมถึงสร้างโอกาส พัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนร่วมด้วย ดังนั้น การคืนชีวิต “บ้านพระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์” บ้านเก่าแก่ใจกลางพระนคร

คืนชีวิต 'บ้านพระพิทักษ์' อายุ88 ปี  ฟื้นย่านเมืองเก่า พัฒนาชุมชนสู่คุณค่ายั่งยืน

ดึงชุมชนเป็นหุ้นส่วน พัฒนาสู่ยั่งยืน

“BAM ในวันนี้มองสินทรัพย์มี "จิตวิญญาณ" และคุณค่าทางสถาปัตยกรรมที่ไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าเงินตราได้เพียงอย่างเดียว “บ้านพระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์” เป็นโมเดลต้นแบบที่ยั่งยืนจากสมการ 3 ปรสาน ได้แก่ BAM  ปรับบทบาทจากผู้ขาย เป็นผู้สนับสนุน ที่ยอมลดความสำคัญของกำไรระยะสั้น เพื่อรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และจับมือกับสถาบันอาศมศิลป์ และUrban Allied โดยมี อาจารย์ธีรพล ช่วยในการบูรณะตามหลักวิชาการ เพื่อชุบชีวิตอาคารเก่าให้กลับมางดงามดั่งเดิม และหัวใจสำคัญสุด คือ ชุมชน ที่จะเปลี่ยนคนในพื้นที่จากลูกจ้าง ให้เป็นหุ้นส่วนผ่านวิสาหกิจชุมชนบ้านพระพิทักษ์ เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง”

โครงการดังกล่าว เปรียบเสมือนการเปลี่ยนบ้านเก่าให้เป็น "Living Museum & Boutique Hotel" ขนาด 10-15 ห้อง ที่ผสานกับ "โรงเรียนสอนทำอาหารไทยโบราณ" เพื่อยกระดับ Soft Power จากรากเหง้าชุมชน และการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคม

“ปัจจุบันคนในชุมชนตรอกดินและตรอกมะลิกว่า 100 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่ต้องเดินทางออกไปทำงานเป็นรปภ. หรือแม่บ้านนอกพื้นที่  ซึ่งโมเดลของ BAM จะดึงพวกเขากลับมาทำงานที่บ้านในฐานะ "หุ้นส่วน" ผ่านการแบ่ง "เรือนหุ้น" ของวิสาหกิจชุมชน เพื่อรับเงินปันผลจากรายได้ของโครงการ การเลือกใช้กลยุทธ์เช่าระยะยาว 30-50 ปี (ในอัตราค่าเช่าที่ชุมชนผ่อนไหว เช่น ประมาณ 80,000 บาทต่อเดือน) แทนการขายขาด เป็นกุศโลบายสำคัญที่ป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนกว้านซื้อพื้นที่ไปทำลายจิตวิญญาณดั้งเดิม และช่วยให้สินทรัพย์นี้คงอยู่เป็นสมบัติของแผ่นดิน”

คืนชีวิต 'บ้านพระพิทักษ์' อายุ88 ปี  ฟื้นย่านเมืองเก่า พัฒนาชุมชนสู่คุณค่ายั่งยืน

โมเดลต้นแบบขยายสู่อีก 3 พื้นที่

BAM มีทรัพย์ที่มีลักษณะที่มีคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรม อยู่ในพอร์ตประมาณ 3-15 ชิ้น ซึ่งความสำเร็จของบ้านพระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์จะถูกนำไปโมเดลต้นแบบในการขยายสู่พื้นที่ จ.แพร่, เชียงใหม่, และตรัง มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท เพื่อสร้างเป็นเครือข่ายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับประเทศ

นอกจากนี้ BAM ยังมองเห็นโอกาสท่ามกลางวิกฤต NPL ที่กำลังไหลเข้าสู่ระบบ กำลังเร่งเคลียร์งบดุลช่วงท้ายปี BAM จึงขยับงบรับซื้อสินทรัพย์จาก 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 15,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการบริหารจัดการหนี้อย่างมีมนุษยธรรม

ขณะเดียวกัน สำหรับนักลงทุน BAM กำลังผลักดันแนวคิด "NPA as Investment of Choice" เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สินทรัพย์รอการขายว่าเป็นเครื่องมือการลงทุนที่ "นิ่งและมั่นคง" กว่าหุ้นหรือทองคำ โดยมี BAM และพันธมิตรโบรกเกอร์ระดับโลกช่วยบริหารจัดการและหาผู้เชี่ยวชาญรองรับ ทำให้ NPA กลายเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้และมีอนาคต

คืนชีวิต 'บ้านพระพิทักษ์' อายุ88 ปี  ฟื้นย่านเมืองเก่า พัฒนาชุมชนสู่คุณค่ายั่งยืน

วัดกำไรในรูปแบบความสุขของชุมชน

ดร.รักษ์ กล่าวด้วยว่า ในวันที่เศรษฐกิจไทยเปราะบาง การปรับตัวของ BAM จากองค์กรบริหารสินทรัพย์แบบดั้งเดิมสู่การเป็น Social AMC คือการประกาศชัดว่า "ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขกำไรในงบการเงินเพียงอย่างเดียว" แต่อยู่ที่ว่าเราสามารถรักษาจิตวิญญาณของบ้านเมืองและช่วยให้คนตัวเล็กในสังคมกลับมายืนได้อย่างสง่างามเพียงใด

โครงการบ้านพระพิทักษ์ยุทธภัณฑ์คือประจักษ์พยานว่า ธุรกิจสามารถเดินคู่ไปกับวัฒนธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมได้อย่างกลมกลืน เพราะที่สุดแล้ว ความงามของธุรกิจ AMC ในศตวรรษนี้ คือการไม่มุ่งเน้นเพียงกำไรส่วนตัว แต่เป็นการคืนกำไรกลับสู่สังคมและประเทศชาติ เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถ "ก้าวต่อ" ไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน

“หากธุรกิจยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยเริ่มวัดความสำเร็จด้วย "กำไรในรูปแบบของความสุขชุมชน" และ "การคืนลมหายใจให้คนตัวเล็ก" เหมือนที่ BAM กำลังทำในฐานะ Social AMC เราอาจจะได้เห็นภาพเศรษฐกิจไทยที่เติบโตอย่างมีรากฐานและยั่งยืนอย่างแท้จริง”ดร.รักษ์ กล่าว

คืนชีวิต 'บ้านพระพิทักษ์' อายุ88 ปี  ฟื้นย่านเมืองเก่า พัฒนาชุมชนสู่คุณค่ายั่งยืน

"ทรัพย์ของแผ่นดิน" ยกระดับคุณภาพชีวิตคน

ด้านวสันต์ เทียนหอม กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ และประธานคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน BAM กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา BAM  มีบทบาทดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย ผ่านการบริหาร “สินทรัพย์รอการขาย” หรือ NPA มุ่งเปลี่ยนสินทรัพย์ที่เคยทิ้งร้างหรือหยุดนิ่งให้กลับมาสร้างคุณค่าได้อีกครั้ง ขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้หลักการเติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมที่เรียกว่า CSR in Process ผสานมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการทำงานหลักขององค์กร

ทั้งนี้ BAM มองว่า NPA เป็น “ทรัพย์ของแผ่นดิน” ที่มีศักยภาพในการต่อยอด เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชน ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ แต่การพัฒนาจะเกิดคุณค่าได้อย่างแท้จริง ต้องตั้งอยู่บนความเข้าใจของบริบทพื้นที่ ประวัติศาสตร์ และผู้คน จึงเป็นที่มาของ “โครงการทรัพย์แผ่นดิน ต้นแบบการฟื้นฟูสินทรัพย์เพื่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์” เพื่อยกระดับการพัฒนา NPA ให้ก้าวไปไกลกว่าการบริหารสินทรัพย์ทั่วไป สู่การสร้างคุณค่าร่วมที่ยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการมี  ส่วนร่วมของชุมชน ผสานความเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมเชิงวัฒนธรรมจากสถาบันอาศรมศิลป์ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการอนุรักษ์คุณค่าของพื้นที่ และการใช้งานในปัจจุบัน รวมถึงอนาคตได้อย่างเหมาะสม

“โครงการทรัพย์แผ่นดินฯ จะกลายเป็นอีกหนึ่งโมเดลของ BAM ในการสร้างมูลค่าของสินทรัพย์    รอการขายที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสังคมและด้านธุรกิจแบบยั่งยืน และเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาสินทรัพย์รอการขายที่จะนำไปต่อยอดในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเมืองอย่างมีคุณภาพ” วสันต์ กล่าว

คืนชีวิต 'บ้านพระพิทักษ์' อายุ88 ปี  ฟื้นย่านเมืองเก่า พัฒนาชุมชนสู่คุณค่ายั่งยืน

คืนชีวิต 'บ้านพระพิทักษ์' อายุ88 ปี  ฟื้นย่านเมืองเก่า พัฒนาชุมชนสู่คุณค่ายั่งยืน

คืนชีวิต 'บ้านพระพิทักษ์' อายุ88 ปี  ฟื้นย่านเมืองเก่า พัฒนาชุมชนสู่คุณค่ายั่งยืน