กรณีการล้มตายของช้างสีดอวัย 10 ปี ระหว่างกระบวนการเคลื่อนย้าย จุดกระแสคำถามต่อบทบาทกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช อย่างหนัก ล่าสุด วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เครือข่ายองค์กรสวัสดิภาพสัตว์และประชาชนรวมตัวหน้าอาคารสืบนาคะเสถียร กรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ “สีดอหูพับ” และกดดันผู้บริหารให้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง โดย "กิตติคุณ พลวัน" เป็นผู้ยื่นหนังสือ ขณะที่ "สิรณัฐ สก๊อต" หรือ “ทราย สก๊อต” นักอนุรักษ์ทางทะเล ร่วมเคลื่อนไหวพร้อมตั้งข้อสงสัยถึงโครงสร้างกฎหมายที่ใช้กำกับการคุ้มครองสัตว์ป่าไทย
ข้อเรียกร้องสำคัญ ได้แก่ เหตุผลที่ไม่อุทธรณ์คำสั่งศาล การใช้ยาสลบ 5 เข็ม ความแม่นยำในการประเมินน้ำหนัก การระดมเจ้าหน้าที่กว่า 200 คน และความเชี่ยวชาญของทีมสัตวแพทย์ พร้อมเสนอให้สอบสวนผู้เกี่ยวข้อง ชะลอการเคลื่อนย้ายและทำหมันช้าง รวมถึงตรวจสอบเอกสารสิทธิในพื้นที่ที่ช้างเคยอาศัยอยู่
สีดอหูพับเดิมอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าภูหลวง ก่อนจะเคลื่อนย้ายออกมาหากินในพื้นที่การเกษตรบริเวณอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น และมีพฤติกรรมเข้าใกล้ชุมชนบ่อยครั้ง กระทั่งเกิดเหตุทำร้ายประชาชนจนมีผู้เสียชีวิต นำไปสู่การดำเนินการเคลื่อนย้ายช้างตัวดังกล่าวกลับสู่พื้นที่ป่าตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงว่า การเคลื่อนย้ายครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งศาลที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย
เปิดตัวเลข “ใบอนุญาต” ค้าสัตว์ป่า
“ทราย” ตั้งคำถามเกี่ยวกับ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยมองว่ากฎหมายฉบับนี้อาจเปิดช่องให้เกิดการค้าสัตว์ป่าและซากสัตว์ป่าได้มากกว่าการคุ้มครองอย่างแท้จริง
จากการไล่ดูข้อกฎหมาย "ทราย" ชี้ให้เห็นว่า พ.ร.บ. ฉบับปี 2562 อนุญาตให้มีการครอบครอง นำเข้า ส่งออก และค้าผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองได้ หากได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอุทยานฯ โดยกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม เช่น
- ใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกสัตว์ป่าสงวน ฉบับละ 50,000 บาท (หรือตัวละ 10,000 บาท) ครอบคลุมช้าง พะยูน โลมา และวาฬ
- ใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ฉบับละ 10,000 บาท
- ใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง ฉบับละ 50,000 บาท
- หนังสืออนุญาตทำกิจกรรมในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ฉบับละ 100,000 บาท
"ทราย" บอกว่า ค่าธรรมเนียมเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกฎหมายฉบับก่อนหน้า และตั้งคำถามว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายกำลังมุ่งควบคุมเพื่อคุ้มครอง หรือจัดระเบียบเพื่อให้ค้าขายได้
ปมช้าง 10 ขวบตาย อุบัติเหตุหรือล้มเหลวเชิงระบบ?
ในกรณีช้างวัย 10 ปีที่เสียชีวิต ผลการชันสูตรระบุว่าเกิดจากการสำลักอาหารร่วมกับภาวะเครียดรุนแรงจนกล้ามเนื้อสลาย (Capture Myopathy) แต่ "ทราย" มองว่าเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงอุบัติเหตุทางเทคนิค หากต้องตั้งคำถามถึงกระบวนการเคลื่อนย้ายและมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์
"ผมไม่ได้กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ซึ่งทำงานภายใต้ข้อจำกัดและคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา แต่ต้องการให้ผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะอธิบดีกรมอุทยานฯ ออกมาชี้แจงความโปร่งใสและแสดงความรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น ประเทศไทยไม่ใช่พื้นที่ของมนุษย์ฝ่ายเดียว สัตว์ป่าเหล่านี้ก็เป็นสัตว์ชาติไทยเช่นกัน มนุษย์ต้องมีความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจชีวิตอื่นที่อยู่ร่วมโลกเดียวกัน”
กรณีนี้จึงไม่ใช่เพียงการตายของช้างหนึ่งตัว แต่กำลังสะท้อนคำถามใหญ่ต่อระบบกฎหมาย การบริหารจัดการ และทิศทางการอนุรักษ์สัตว์ป่าไทยในปัจจุบัน





