การจากไปอย่างกะทันหันของ “สีดอหูพับ” แห่งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย ไม่เพียงเป็นความสูญเสียของทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่า แต่ยังกลายเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนความเปราะบางของภารกิจจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า
ช้างป่าสีดอหูพับเป็นช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15-20 ปี ที่เดิมอาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย ต่อมาได้เคลื่อนย้ายมาหากินในพื้นที่การเกษตรบริเวณอำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น และมีพฤติกรรมออกมาใกล้ชุมชนบ่อยครั้ง จนเกิดเหตุการณ์ทำร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิต จึงได้เกิดการเคลื่อนย้ายสีดอหูพับขึ้น
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงว่า การเคลื่อนย้ายสีดอหูพับในครั้งนั้นเป็นการดำเนินการตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 2 ประการ คือ การปกป้องความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง และการอนุรักษ์ชีวิตช้างป่า ด้วยการนำกลับสู่แหล่งอาหารธรรมชาติที่เหมาะสม
กรมอุทยานฯ ระบุว่า หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จะเข้าข่ายฝ่าฝืนคำสั่งศาล ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย และอาจส่งผลให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบต้องรับโทษทางอาญา ดังนั้น หน่วยงานจึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการเคลื่อนย้ายช้างป่า โดยยึดหลักความรับผิดชอบต่อสังคมและสวัสดิภาพสัตว์ป่าเป็นสำคัญ
สำหรับภารกิจเคลื่อนย้ายเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย จัดตั้งศูนย์บัญชาการบูรณาการหลายหน่วยงาน พร้อมทีมสัตวแพทย์และสัตวบาลผู้เชี่ยวชาญ ดำเนินการตามมาตรฐานสากล ทั้งการคำนวณยาสลบให้เหมาะสมกับน้ำหนักและสภาพร่างกายของช้าง การติดตามสัญญาณชีพตลอดกระบวนการ รวมถึงการจัดท่าทางเพื่อลดแรงกดทับต่อระบบทางเดินหายใจ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเดินทาง สีดอหูพับเกิดภาวะวิกฤติทางสรีรวิทยาอย่างกะทันหัน ทีมสัตวแพทย์ได้หยุดขบวนทันที และดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ทั้งการเปิดทางเดินหายใจ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด และการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ผลการชันสูตรระบุว่า สาเหตุการตายเกิดจากการสำลักอาหาร ทำให้หลอดลมอุดตัน และนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว
ผลการชันสูตรเบื้องต้นระบุว่า สาเหตุการตายเกิดจากการสำลักอาหารจนทำให้หลอดลมอุดตัน ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว แม้ทีมสัตวแพทย์จะพยายามช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถแล้วก็ตาม
ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว รัฐบาลได้สั่งทบทวนมาตรการเคลื่อนย้ายช้างป่าอย่างเร่งด่วน โดยวันนี้ (6 กุมภาพันธ์ 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามและกำกับการแก้ไขปัญหาช้างป่าในพื้นที่อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชี้แจงว่า การเคลื่อนย้ายสีดอหูพับดำเนินการภายใต้หลักวิชาการและมาตรฐานสากล โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน และมีการติดตามสัญญาณชีพตลอดกระบวนการ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์จากห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันสาเหตุการตายอย่างละเอียดอีกครั้ง
พร้อมกันนี้ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและทบทวนกระบวนการปฏิบัติงานในทุกมิติทันที โดยเปิดให้ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการจากภายนอกเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อถอดบทเรียน ปรับปรุงแนวทางการจัดการช้างป่า และจัดทำมาตรฐานปฏิบัติที่ชัดเจน สามารถนำไปใช้ได้จริงในทุกพื้นที่ โดยย้ำว่าทุกขั้นตอนต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนควบคู่ไปกับสวัสดิภาพสัตว์ป่า
ในขณะเดียวกัน กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้มีหนังสือถึงศาลปกครองจังหวัดขอนแก่น เพื่อขอขยายระยะเวลาการปฏิบัติตามคำสั่ง และยื่นอุทธรณ์ในส่วนของการดำเนินการกับช้างป่าที่เหลืออีก 3 ตัว ได้แก่ “งาจิ๋ว – คุถัง – สีดอน้อย” เพื่อทบทวนกระบวนการให้รอบคอบยิ่งขึ้น และพิจารณามาตรการทางเลือกในการลดความเสี่ยงต่อเจ้าหน้าที่ ประชาชน และสัตว์ป่า
โอกาสนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงฯ ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียช้างป่าซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่า และแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นก่อนหน้านี้





