พนัส แอสเซมบลีย์ ผนึก แรพพิด มอเตอร์ส ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนธุรกิจแปลงสภาพยานยนต์เชิงพาณิชย์เป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV Conversion) อย่างเต็มตัว ยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ความร่วมมือระหว่างพนัส แอสเซมบลีย์ กับแรพพิด มอเตอร์ส ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนธุรกิจแปลงสภาพยานยนต์เชิงพาณิชย์เป็นยานยนต์ไฟฟ้า (EV Conversion)ครอบคลุมการดำเนินงานที่ครบวงจร ตั้งแต่การตรวจสอบมาตรฐานวิศวกรรมและความปลอดภัย การบริหารพื้นที่การผลิตในเขตปลอดอากรเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ไปจนถึงการวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี
การดัดแปลงยานยนต์ไฟฟ้าให้ได้มาตรฐานสากล ระบบอัดประจุไฟฟ้าแบบ "Fast Charge" และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า โดยมุ่งตอบโจทย์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอัตราการเติบโตสูงกว่า 30% ต่อปี เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าของบริษัทคนไทย 100% ที่สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
นั่ง ‘รถ EV’ แล้ว ‘เมารถ’ เกิดจากสมองยังไม่ชิน ต้องใช้เวลาปรับตัว
ยอดขาย EV ทั่วโลกชะลอตัวหนัก โตแค่ 6% หลังตลาด ‘จีน-สหรัฐ’ แผ่ว
ลดต้นทุนเชื้อเพลิง ยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
พนัส วัฒนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พนัส แอสเซมบลีย์ เปิดเผยว่า บริษัทของเราได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา ด้านยานยนต์ไฟฟ้าดัดแปลงจากบพข. ทำให้มีทีมวิศวกรและนวัตกรรมที่พร้อมแล้ว เราได้พัฒนาชุด EV Conversion Kit แบบ Modular ซึ่งสามารถปรับใช้กับรถยี่ห้อต่างๆ ได้ โดยครอบคลุมรถกลุ่มเป้าหมายเชิงพาณิชย์ในประเทศกว่า 100,000 คัน ตอนนี้รถต้นแบบของเราผ่านการทดสอบสมรรถนะและพร้อมให้ทดลองขับแล้ว รวมถึงได้จำหน่ายเชิงพาณิชย์แล้ว ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าลดต้นทุนเชื้อเพลิงได้ถึง 80% ต่อคัน
รริส อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแรพพิด มอเตอร์ส กล่าวว่า เราเชี่ยวชาญการแปลงรถกระบะเชิงพาณิชย์เป็นยานยนต์ไฟฟ้า โดยยังคงสมรรถนะการบรรทุกเทียบเท่ารถดีเซลเดิม ในต้นทุนที่ต่ำกว่ารถใหม่ พร้อมช่วยผู้ประกอบการลดค่าเชื้อเพลิงและการปล่อยคาร์บอนได้สูงถึง 30 ตันต่อคันต่อปี ผ่านแพลตฟอร์มบริการครบวงจร ทั้งระบบนัดหมายตรวจสภาพรถออนไลน์ และบริการสินเชื่อที่อนุมัติภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่ EV เป็นไปอย่างราบรื่น
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าว มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและแข็งแกร่งในระดับภูมิภาค เพื่อมุ่งเป้าให้เต็มประสิทธิภาพของกำลังการผลิตที่ 4,000 คันต่อปี ในระยะเริ่มแรก และมุ่งสร้างรายได้สะสมแตะ 2,300 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี
เพื่อลดอุปสรรคด้านเงินทุนและเร่งการตัดสินใจของลูกค้า ทั้งสองบริษัทได้ร่วมออกแบบโซลูชันการเงินแบบครบวงจร ตั้งแต่บริการสินเชื่อและสัญญาเช่าซื้อที่ยืดหยุ่น พร้อมเปิดกว้างต่อโอกาสการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในหลายรูปแบบสำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการโลจิสติกส์ อาทิ
(1) การร่วมพัฒนาตลาดเพื่อสร้างโซลูชัน EV Conversion ราคาจับต้องได้
(2) การขยายเครือข่ายศูนย์บริการหลังการขาย
(3) การเป็นผู้ใช้งานนำร่องด้วยฟลีทของตนเอง
(4) การใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิทัลและระบบการเงินครบวงจร
ผู้สนใจสามารถขอรับข้อมูลทางการด้านการเงินและแผนประมาณการรายได้ฉบับละเอียด (Detailed Financial Model) เพื่อใช้ในการประเมินศักยภาพ การเติบโต และโอกาสในการสร้างผลตอบแทน ซึ่งถือเป็นช่องทางเชิงรุกในการเข้าสู่ตลาดพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยโมเดลธุรกิจที่พร้อมดำเนินการแล้ว





